บทที่ 2.1
ภายในห้องน้ำหลังจากที่หญิงสาวเดินออกไป เงาร่างสีดำของจื่อเสียนพลันค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากประกายสีดำเหม่อลอย กลับกลายมาเป็นตัวเขาที่ยังคงมีสติ
ชายหนุ่มก้มลงมองร่างของตัวเองที่เปลือยเปล่า อีกทั้งตรงหน้ายังคงมีถังน้ำร้อนที่ผ่านการอาบมาแล้วครั้งหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววงุนงงขึ้นมา จากนั้นก็มองไปรอบห้อง
“เกิดอะไรขึ้น”
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง จากนั้นจึงก้าวเดินออกมาโดยที่ร่างเปลือยเปล่ายังคงเปียกชื้น เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพราะภายในห้องยังคงว่างเปล่า มีเพียงตัวเขาที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว
“เมื่อครู่ข้านอนอยู่ที่เตียง แล้วทำไมจึงไปอยู่ในห้องอาบน้ำเล่า”
เขาถามตัวเองเสียงเบาและพยายามครุ่นคิด กายแกร่งที่ตื่นตัวยิ่งทำให้เขางุนงง
ร่างกายที่ราวกับไม่ได้รับการเติมเต็ม ทำให้เขาสับสนไม่รู้ว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น ในยามปกติร่างกายของเขาจะมีความปรารถนา กระทั่งไม่อาจควบคุมเฉพาะช่วงค่ำคืน แต่ตอนนี้ตะวันยังคงส่องสว่าง และเขาเองก็เพิ่งจะนอนกลางวันไปได้ไม่นาน
คิดได้ดังนั้นเขาก็ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ ดังนั้นร่างสูงจึงคว้าเสื้อตัวยาวมาสวมลวกๆ จากนั้นก็ก้าวออกไปจากห้องนอน ตรงไปยังห้องโถงรับรอง หวังว่าสหายของเขาจะให้คำตอบได้
ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในห้องอันเงียบงัน ความรู้สึกแรกบอกหนิงอวี่ว่าสถานที่แห่งนี้มีบางอย่างผิดปกติ ความเงียบที่ยิ่งมาก็ยิ่งน่าสงสัย กับบรรยากาศที่อยู่ๆ ก็เย็นเยียบลงอย่างน่าประหลาด แม้แต่เสียงนกหรือแมลงตัวเล็กๆ ที่เคยร้องระงมก็ยังหายไปจนสิ้น
กระเป๋าเดินทางถูกวางลง จากนั้นหญิงสาวก็เดินสำรวจไปรอบห้องอีกครั้ง เมื่อมั่นใจว่าภายในเรือนไร้คนอื่น จึงเดินกลับเข้าไปในห้อง ด้วยความรู้สึกราวกับถูกคนจ้องมอง
ความหวาดระแวงและความรู้สึกขนลุกซู่อยู่ตลอดเวลา ทำให้หญิงสาวตัดสินใจไม่ก้าวออกจากห้อง เนื่องจากร่างกายที่กำลังประท้วง หลังจากถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงมาทั้งวัน
ความง่วงงุนสามารถเอาชนะความรู้สึกหวั่นหวาดทั้งปวง กระทั่งอาบน้ำอย่างรวดเร็วและก้าวเดินมายังเตียงนอน เมื่อทิ้งศีรษะลงไปบนหมอน หนิงอวี่ก็แทบจะหลับไปทันที ราวกับร่างกายสั่งปิดทุกโสตประสาทการรับรู้
ท่ามกลางอากาศยามค่ำคืนที่ค่อยๆ เย็นเยือก ผิวกายภายใต้ชุดนอนเนื้อนิ่ม กลับมีสัมผัสแผ่วเบาลูบไล้อย่างอ่อนโยน
จากข้อมือน้อยไล้ขึ้นมายังต้นแขน กระทั่งบีบเบาๆ ยังหัวไหล่กลมมน ไม่นานมือใหญ่ก็ดันร่างที่นอนตะแคงให้นอนหงายลงไปบนเบาะนุ่ม
หนิงอวี่ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ เมื่อมีคนมารบกวนการนอน กระนั้นความง่วงงุนเกาะกุม ทำให้ไม่อาจลืมตาขึ้นมา แม้ว่าความรู้สึกบางอย่างบอกว่าสัมผัสลูบไล้นั้น มีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ชุดนอนแบบสวมถูกเลิกขึ้นช้าๆ ชายชุดที่ไล้ผิวกายส่วนล่างขึ้นมาเรื่อยๆ ให้ความรู้สึกวูบวาบเคลิบเคลิ้ม กระทั่งริมฝีปากน้อยอ้าออกเพื่อส่งเสียงระบายความไหวหวาม
ปลายนิ้วร้อนลวกลากผ่านท่อนขาเพรียวขึ้นมาแผ่วเบากระทั่งจงใจลงน้ำหนักเมื่อลากผ่านกลางกายสาว
“อือ” หนิงอวี่ขมวดคิ้ว เมื่อความรู้สึกวาบหวามพลุ่งพล่านขึ้นภายในกายสาว ร่างกายร้อนผ่าวราวกับกำลังปรารถนาบางอย่างที่หญิงสาวเองก็ไม่มั่นใจว่ามันคือสิ่งใด
ท่อนขาเพรียวถูกจับแยกออกก่อนยกสูงขึ้น มีบางอย่างคืบคลานเข้าใกล้ พร้อมกับสัมผัสอบอุ่นที่ต้นขา หนิงอวี่เกร็งร่างเมื่อรับรู้ถึงไหล่หนาของใครบางคนที่ต้นขาทั้งสองข้างกำลังก่ายเกยลงไป
ลมหายใจอุ่นร้อนปัดเป่าลงไปยังกลางกายสาว ส่งให้ความรู้สึกวูบวาบชวนให้สะท้านไปทั้งกาย สองแขนแกร่งสอดเข้ามารัดสะโพกผาย พร้อมกันนั้นก็รับรู้ถึงจุมพิตที่ประทับลงไปยังจุดซ่อนเร้นที่หญิงสาวเองยังสัมผัสน้อยครั้ง
“อา....”
ร่างอรชรแอ่นหยัด เมื่อสัมผัสร้อนผ่าวนั้น ยังคงไล้วนลงไปยังกายสาวที่สั่นระริก รับรู้ถึงปลายลิ้นชื้นที่ค่อยๆ แยกกลีบบุปผา ไล้เลีย จุ่มจ้วง กระทั่งเปลี่ยนเป็นสอดแทรกลึกล้ำ สลับกับดุนดัน
ร่างเนียนสะบัดเร่าเพราะความหวามไหว มือน้อยปัดป่ายพยายามดิ้นรนจากความทรมาน หากแต่ยิ่งแอ่นกายขึ้นสูงกลับยิ่งเป็นการเสนอตัว เพราะริมฝีปากร้อนร้ายยังคงตามติด
กระทั่งมือใหญ่ทั้งสองข้างที่เกาะกุมสะโพกผาย ดันสะโพกที่ยกสูงขึ้น โดยใช้ไหล่หนาแยกวงขาเนียนนุ่มออกกว้าง เพื่อให้เขาได้ลิ้มรสหวานล้ำที่หลั่งรินออกมาจากบุปผางาม
หนิงอวี่คว้าไหล่หนาเอาไว้อย่างอ่อนแรง มือน้อยออกแรงกดปลายเล็บลงไปเพื่อระบายความพลุ่งพล่าน ร่างทั้งร่างสั่นเทาด้วยไม่อาจรับความรัญจวนจากสัมผัสอันรุกเร้าอย่างไร้ปรานี