บทที่ 1.2
ว่านหรงเดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง เขาไม่ได้คาดหวังสิ่งใดแล้ว เพราะทุกครั้งที่เขาพยายามขัดขืน ร่างกายของเขาก็ยังคงไม่เชื่อฟัง เขาตระหนักดีว่าทุกอย่างเป็นคำสาปที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไม
เขาไร้ซึ่งความทรงจำอย่างสิ้นเชิง ไม่รู้สาเหตุ ไม่รู้ว่าทุกอย่างจะสิ้นสุดเมื่อไร ได้แต่ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปอย่างสิ้นหวัง
ก้าวไปยังหน้าเตียงนอนร่างอรชรนอนนิ่งอยู่บนนั้น นางหลับตานิ่งบนเรือนกายมีเพียงชุดตัวในสีขาว ทำให้มองเห็นส่วนนูนโค้งเว้าของสตรีเพศ
ร่างสูงเอนกายลงทาบทับ มือใหญ่ค่อยๆ สอดเข้าไปยังสาบเสื้อ กอบกุมความอวบอิ่มเนียนนุ่ม กระทั่งทำให้นางสะท้านไปทั้งกาย
กลิ่นกายสาวหอมฟุ้งทำให้ว่านหรงยิ่งตื่นตัว เขาไม่อาจควบคุมความผิดชอบชั่วดีในใจ ได้แต่ฉีกทึ้งอาภรณ์บนกายสาวออก
ต้นขาแกร่งดันท่อนขาเพรียวให้เปิดกว้าง มือทั้งสองข้างสอดเขาไปกอดรัดเอวอรชร จากนั้นสอดตัวตนแข็งขึงของเขาเข้าสู่กายสาว ซึ่งนางเองก็กระหวัดขาเพรียวกอดรัดเขาเอาไว้ ทั้งที่ดวงตายังคงหลับแน่น
“อา....”
เสียงหวานหวีดออกมาด้วยความหวิวไหว ในยามที่เรือนกายใหญ่ค่อยๆ เข้าครอบครอง ดวงตาคู่งามสะลึมสะลือเพ่งมองในความมืด ว่านหรงก้มหน้าลงไปหา จุมพิตหนักหน่วงเรียกร้องและตักตวง
นางตอบรับเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ในคราแรก จากนั้นก็กลายเป็นเรียกร้อง เมื่อเขาใช้ความชำนาญหลอกล่อ
เอวสอบขยับเป็นจังหวะลึกล้ำ กดลึกและตรึงนางเอาไว้กับที่ สองมือคว้าเอวอ่อนเอาไว้ บีบให้นางยินดีรับทุกจังหวะเหนี่ยวนำที่หนักหน่วงพลิ้วไหว
จุดสอดประสานร้อนผ่าวบีบรัด เสียงครวญระงมดังออกมาจากม่านหน้าเตียงที่พลิ้วไหว เรือนกายแกร่งเคลื่อนไหวเติมเต็มความต้องการที่โอบล้อม
สองมือใหญ่สอดเข้าขยุ้มสะโพกนิ่ม ในขณะที่จังหวะดุดันกดลึกพลุ่งพล่านถึงจุดสูงสุด เสียงกระทบกระทั้นของจุดประสาน แผดเผาคนทั้งสองบนเตียงให้ยิ่งร้อนรุ่ม
ว่านหรงควานริมฝีปากจนเจอริมฝีปากอิ่ม ปลายลิ้นจุ่มจ้วงพัวพัน เอวสอบขยับกระแทกกระทั้น สอดลึกจนภายในกระทบดังกึก เขาหอบหายใจหนักหน่วง เช่นกันกับหัวใจที่เต้นรัวกับความหวามไหว
กายแกร่งแผดเผาร้อนรุ่ม ความสุขสมแล่นพลิ้วไปทั่วกายล่ำสัน เขาไม่ยอมหยุดขยับ แม้ในยามที่เสียงหวานอ้อนวอน จังหวะบีบรัดของส่วนในสุดกลางกายสาว ทำให้เขายิ่งเร่งจังหวะอย่างฮึกเหิม
ในช่วงที่ทุกอย่างพุ่งทะยานขึ้น เสียงทุ้มคำรามออกมาดังลั่น พร้อมกับความสุขสมที่ระเบิดออกมา
ว่านหรงกระทั้นเอวสอบจังหวะสุดท้าย พร้อมกันนั้นกายสาวก็บีบรัดรีดเค้น ร่างใหญ่กระตุกคราหนึ่ง จากนั้นก็เกร็งค้าง ในขณะที่หญิงสาวใต้ร่างหวีดร้องออกมาเสียงหวาน ท่อนแขนกอดรัดร่างใหญ่เอาไว้ เช่นกันกับเอวอ่อนที่แอ่นรับทุกหยาดหยดที่เขาหลั่งริน
“อา!!!”
คนทั้งสองส่งเสียงหวิวไหวออกมาพร้อมกัน จากนั้นจึงหลงเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัว เมื่อทุกอย่างจบลงอย่างงดงาม
หญิงสาวใต้ร่างขยับกายเล็กน้อย นางพยายามเพ่งมองใบหน้าของว่านหรง หากแต่ความพร่ามัวทำให้นางมุ่นคิ้ว
“ท่านเป็นใคร”
นางเอ่ยถามเขาเสียงเบาหวิว หากแต่ตอนนั้นร่างกายของว่านหรงกลับเกิดความต้องการขึ้นมาอีกครั้ง เขาอยากตอบคำถามของนาง อย่างน้อยเขาคิดอยากบอกชื่อแซ่ของตนให้อีกฝ่ายรับรู้
หากแต่กลับไม่อาจขยับริมฝีปากส่งเสียง...
เอวสอบขยับเป็นจังหวะช้าๆ หมุนวนสะโพกเรียกร้องการตอบสนอง เสียงหายใจหรือก็เริ่มหอบหนักด้วยความกระสันซ่าน
มือใหญ่เลื่อนไปกอบกุมอกอิ่ม แม้เมื่อครู่เพิ่งสุขสมจนร่างสั่นระริก หากแต่ความต้องการก็ราวกับยังไม่ได้รับการเติมเต็ม
หญิงสาวครวญออกมาราวกับประท้วง หากแต่เอวอ่อนกลับขยับตามอย่างไม่อาจต้านทาน
ทั้งสองลืมเลือนจุดประสงค์ในใจจนสิ้น เรือนกายเริ่มขยับไหวเพราะความปรารถนา ไม่นานหลังจากนั้นบนเตียงก็หลงเหลือเพียงกลิ่นอวลของกามารมณ์
กระทั่งรุ่งสางทุกอย่างก็เลือนหาย ข้างกายว่านหรงไร้สตรีใดคู่เคียง เขาลืมตาขึ้นก่อนจะก้าวลงจากเตียง โดยไม่สนใจจะมองไปเบื้องหลัง
เขารู้อยู่แล้วว่าทุกอย่างเบื้องหลังของตนนั้น...ว่างเปล่า