11 หนูไม่เด็กแล้ว
ชุดหมีที่หลวมจนคลุมเกือบทั้งตัว ไม่มีส่วนไหนเปิดเผยยกเว้นศีรษะ เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากด้านในของห้อง มีคนไขกุญแจและถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้องนอนเธอ วิเวียนเดาว่าแดเนียลคงจะตามมาสั่งสอนเธอเรื่องมารยาทอีกครั้ง เด็กสาวขยับตัวเล็กน้อย แต่ไม่หันกลับไปมอง
“วิเวียน!!!...” เสียงทุ้มต่ำเรียกชื่อเธออย่างเคร่งขรึม เขามาแล้ว และแน่นอน... เขาต้องตามว่าต่อว่าเธอเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหาร ที่เธอลุกขึ้นพรวดออกมาแบบนั้น
“วิเวียน!!” เสียงทุ้มต่ำแฝงด้วยความหงุดหงิดเรียกหาเธอไปทั่วห้อง ก่อนจะเดินออกมาตามถึงระเบียงจนได้
“ฝนตกขนาดนี้...เธอออกมาอยู่ตรงระเบียงทำไม?” เธอหันกลับมามองเขา ดวงตาคู่สวยแดงเรื่อเพราะร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง
“หนูอยากอยู่คนเดียวค่ะ”
“เธอยังคิดเรื่องคุณพ่อ หรือโกรธเรื่องที่ฉันดุเธอ?” เขาเดินเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมของเขา
“เปล่าหรอกค่ะ หนูแค่ยังไม่ง่วง” แดเนียลเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจับไหล่เธอเบา ๆ ให้เด็กสาวหันมาเผชิญหน้า
“วิเวียน!!! เธอคิดว่าฉันจะปล่อยให้เด็กดื้ออย่างเธอมีอำนาจเหนือผู้ปกครองอย่างฉันหรือไง หืม์!!”
'เด็กอีกแล้ว...คำก็เด็กสองคำก็เด็ก' เธอพึมพำในใจ
“นี่คุณจะเห็นหนูเป็นเด็กไปตลอดเลยเหรอไงคะ... คุณแดเนียล” เสียงหวานนั้นแผ่วเบา แต่สั่นสะเทือนกว่าฟ้าร้อง แดเนียลชะงักไปในทันที ดวงตาคมเข้มสะดุดอยู่บนใบหน้าของเด็กสาว วิเวียนไม่ได้หลบสายตาเหมือนทุกครั้ง หากแต่กลับมองเขาตรง ๆ ด้วยแววตาที่สั่นไหวระหว่างความกล้าและความกลัว
คำพูดของเธอเหมือนสายลมอุ่นที่พัดเข้ามากลางพายุในใจเขา เด็กสาวที่เขาเห็นว่าเปราะบาง ต้องการการปกป้อง... ตอนนี้กลับยืนอยู่ตรงหน้าในแสงสลัว เงาของเปลวไฟจากเตาผิงแตะบนผิวหน้าที่ขาวราวน้ำนม และในวินาทีนั้น เขาเผลอคิดไปว่าเธอไม่เด็กแล้วจริงๆ แดเนียลกลืนน้ำลายเบา ๆ ก่อนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ
”วิเวียน!!!...” เธอยังมองเขาอยู่ ดวงตาคู่นั้นเหมือนกำลังวิงวอนให้เขาเข้าใจสิ่งที่เธอไม่กล้าพูดออกมา
“หนูไม่อยากให้คุณเห็นหนูเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง” เสียงของเธอสั่นระรัว แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ
“หนูโตพอจะเข้าใจแล้วค่ะ ว่าความรู้สึกของตัวเองคืออะไร” เขาสูดหายใจช้า ๆ ความเงียบระหว่างทั้งคู่หนาแน่นจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจของกันและกัน แดเนียลพลางถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“เธอไม่รู้หรอก วิเวียน...” ริมฝีปากขยับตอบอย่างยากเย็น
“ที่ฉันพยายามเห็นเธอเป็นเด็ก เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่จะปกป้องเธอจากอารมณ์ชั่ววูบของฉันได้”
“แล้วถ้าหนูไม่อยากให้คุณปกป้องมันล่ะ...คุณกล้าพอมั้ย” วิเวียนถามกลับอย่างตรงไปตรงมา
“ถ้าหนูอยากยืนอยู่ข้างคุณ ในฐานะของผู้หญิงคนหนึ่ง... ไม่ใช่แค่เด็กในสายตาคุณ”
แดเนียลเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แววตาคมเข้มสะท้อนแสงไฟอุ่น ๆ แต่ในนั้นกลับมีประกายบางอย่างที่เขาเองก็ไม่กล้ายอมรับ
“แต่ฉันเป็นอาของเธอนะวิเวียน” เขาพูดเสียงต่ำ แต่กลับแฝงความสั่นในน้ำเสียง
“เราไม่ได้เป็นสายเลือดเดียวกันสักหน่อย คุณก็รู้”
คำพูดนั้นทำให้แดเนียลนิ่งงัน ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงจนแทบกลบเสียงฝนที่ตกข้างนอก
และในระยะเพียงคืบ ระหว่างลมหายใจของทั้งคู่ ความเงียบที่เคยอบอุ่นกลับเปลี่ยนเป็นบางสิ่งที่ทั้งอันตรายและงดงามในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกที่เปิดเผยออกมา ทำให้ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าความรักมันได้ก่อนเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ แล้ว
“วิเวียน!!...” เสียงเรียกชื่อเธอแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่กักเก็บไว้ ร่างบางสั่นสะท้าน น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็พังทลายลงมา ราวกับเขื่อนที่ทานแรงดันไม่ไหว หยาดน้ำใสไหลอาบแก้ม ดวงตาที่ช้ำจากโดนดุอยู่แล้วยิ่งพร่าเลือน
แดเนียลรู้ตัวในทันที ความร้อนผ่าวแล่นวาบไปทั่วร่าง เมื่อตระหนักว่าเขาเพิ่งจะใช้ถ้อยคำที่รุนแรงกับเธอ เขาตำหนิตัวเองอย่างแรง ความโกรธที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงความรู้สึกผิดและความปรารถนาที่จะปลอบโยน
เขาดึงร่างของเธอเข้ามากอดอย่างอ่อนโยนและมั่นคง อ้อมแขนแข็งแรงโอบรอบตัวเธอไว้ ราวกับจะปกป้องเธอจากโลกทั้งใบ กลิ่นหอมสะอาดและไออุ่นจากตัวเขาเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เธอรู้สึกได้ในตอนนี้
“ฉันขอโทษ... วิเวียน... ฉันขอโทษ” เสียงกระซิบของเขาแฝงความเสียใจอย่างลึกซึ้ง ขณะที่ประคองศีรษะของเด็กสาวให้ซบหน้าไว้กับไหล่ของเขา ให้เธอได้ปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดออกมา เขาไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นอกจากการได้เป็นที่พักพิงเดียวของเธอในยามนี้
“หนูจะพยายามค่ะ และก็ไม่ขัดคำสั่งของคุณอีก” คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าผ่ากลางใจเขา
ฝนข้างนอกกระหน่ำแรงขึ้นเรื่อย ๆ เขายื่นมือไปเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเธอ ก่อนจะกระซิบแผ่วเบา
“เข้าไปข้างในเถอะ เธอกลัวฟ้าร้องไม่ใช่เหรอ...” เสียงของแดเนียลแหบพร่าผิดปกติ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ปะปนกับไฟปรารถนาที่เขาต้องสะกดกลั้น
“หนูไม่กลัว” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างแน่วแน่ ดวงตาของเธอท้าทายเขาอย่างเปิดเผย เธอไม่ได้กลัวฟ้าร้อง แต่เธอกำลังกลัวความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาต่างหาก
“คืนวันแรกเธอยังกลัวอยู่เลยนิ” ลมหายใจของทั้งคู่สับสนในระยะเพียงคืบ ใกล้กันจนเธอสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นกายอบอุ่นของเขา ไฟในตามทางเดินส่องสะท้อนละอองฝนที่เกาะอยู่บนหลังคาเป็นประกายระยิบระยับ
ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาแตะข้างแก้มเธอเบา ๆ อย่างไม่อาจห้ามใจ ความเย็นชื้นจากผิวเธอปะทะกับความร้อนรุ่มจากปลายนิ้วเขา สร้างความรู้สึกวาบหวามที่แล่นไปทั่วร่างของวิเวียน
“เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว ก่อนที่จะไม่สบาย” น้ำเสียงของเขาสั่งการ แต่ดวงตายังคงอ้อนวอน
วิเวียนส่ายหน้าปฏิเสธอย่างดื้อรั้น ความต้องการที่จะเอาชนะเขาอยู่แบบนี้ มันทำให้เธอไม่สนใจความหนาวเย็นและสายฝนเลยแม้แต่น้อย
ฝนกระหน่ำลงมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ลมแรงพัดเอาละอองฝนเข้ามาจนชุดหมีของวิเวียนเปียกชื้น ร่างอรชรภายใต้ชุดหมีที่ดูน่ารักจึงกลายเป็นความเย้ายวนและน่าทะนุถนอมไปพร้อม ๆ กัน เธอผละร่างของเธอออกเล็กน้อย ก่อนจะยืนประจันหน้ากับเขาอย่างขึงขัง
“เข้าไปเถอะ ฉันว่าฝนเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว?” แดเนียลตัดบทอย่างรวดเร็ว ก่อนที่สติของเขาจะหลุดไปมากกว่านี้
“ไม่คะ!!! คุณกลับห้องของคุณไปเถอะ คืนนี้หนูจะนอนคนเดียวที่ห้องของหนู” เธอตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ในเสี้ยววินาทีต่อมาหลังจากสิ้นเสียงประชดประชันของเธอ
ว๊ายย!!!!...
วิเวียนตกใจสุดขีดจนหน้าเหวอ เมื่อวงแขนแกร่งของเขาก็ช้อนร่างของเธอขึ้นแนบอกอย่างรวดเร็ว จนเด็กสาวต้องรีบโอบกอดคอเขาไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ
“เธอไม่มีสิทธิ์ดื้อกับฉันวิเวียน” แดเนียลพึมพำ พลางก้าวฉับ ๆ อุ้มร่างบอบบางในชุดหมีเดินออกจากห้องนอนของเธอตรงไปยังห้องนอนของเขาทันที ก่อนจะเปิดประตูที่แง้มเอาไว้ด้วยเท้า และพาร่างของเธอมาวางลงบนเตียงขนาดคิงไซส์อย่างนุ่มนวลเสียงทุ้มต่ำของเขาอยู่ใกล้จนเด็กสาวรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เป่ารด