บทที่ 3
ฉันสะอึกแน่นที่ลำคอ มองท้องน้อยที่นูนขึ้นเล็กน้อย แล้วตอบอย่างฝืนๆ “ไม่มีอะไรหรอก…บัตรประชาชนหาย เลยนัดไปทำใหม่”
ฉัตรพลมองมาที่ขาของฉันด้วยแววตารู้สึกผิด ก่อนยกมือปัดปอยผมที่ยุ่งของฉันออกไป “ลดาวัลย์ คุณก็รู้นี่ เด็กวัยรุ่นมันอ่อนไหว เปราะบาง ผมเลยเรียกชญานินมาช่วย…ให้มาค้ำหน้าให้ยศวัฒน์หน่อย”
“ถ้าคนอื่นรู้ว่าคุณมีประวัติคดี มันจะกระทบยศวัฒน์…”
เขาพูดแค่นั้นแล้วหยุด แต่ฉันอ่านความหมายแฝงของเขาออกอย่างง่ายดาย สายตาของเขาค่อยๆ เลื่อนลงไปหยุดที่ขาทั้งสองข้างของฉันที่ไร้ความรู้สึก
ฉันรู้…เขากลัวว่าฉันพิการ แล้วเพื่อนๆ จะหัวเราะเยาะยศวัฒน์
กลัวว่าฉันมีประวัติคดี แล้วเพื่อนๆ จะเมินใส่ยศวัฒน์
เขาใส่ใจทุกคน…ยกเว้นฉัน
ทั้งที่ความเจ็บปวดพวกนั้นก็เป็นเขาเองที่ยัดเยียดให้
ความยากลำบากทั้งหมด การทรมานทั้งหมด ล้วนมาจากฉัตรพล
ปลายจมูกฉันแสบวูบ ร่างกายเหมือนถูกผึ้งนับพันกัดแทะไปทั่ว จนชาตามเนื้อตัว
เขามักพลิกเรื่องที่ฉันถูกทำร้ายให้ผ่านไปได้ง่ายๆ แล้วโยนคำสัญญาที่ไม่มีวันเป็นจริงมาให้ ทิ้งฉันไว้กับความมืดและความชื้นที่ไม่มีวันจบ
“แต่วางใจนะ ลดาวัลย์ ต่อให้คุณเป็นอัมพาตทั้งตัว ผมก็จะดูแลคุณไปทั้งชีวิต แค่ให้ผมอีกหน่อย…”
ฉันเงียบอยู่นาน มองข้อความแจ้งเตือนในมือถือว่า “นัดยุติการตั้งครรภ์สำเร็จ” แล้วตอบเสียงเบา
“ค่ะ”
วันงานเลี้ยงวันเกิดของยศวัฒน์ ฉัตรพลแต่งตัวเต็มยศมาร่วมงาน แถมยังซื้อสร้อยเพชรราคามหาศาลให้ชญานิน เพียงเพื่อให้เธอได้มาร่วมงานวันเกิดของยศวัฒน์อย่างสง่างาม
ฉันมองตู้เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าเชยๆ บางตัวสีซีดแล้ว รู้สึกทั้งไร้สาระทั้งน่าขัน
ฉัตรพลถือสร้อยคออัญมณีเส้นหนึ่งเดินเข้ามา สัมผัสเย็นๆ อุ่นๆ แตะลงบนต้นคอฉัน แต่มันกลับไม่เข้ากับชุดที่ฉันใส่อยู่เลยสักนิด
“วันนี้เป็นงานวันเกิดของยศวัฒน์ ข้างล่างคนเยอะ วุ่นวาย คุณร่างกายไม่สะดวก ก็อยู่ในห้องให้ดีนะ พองานจบ ผมจะพายศวัฒน์ขึ้นมา แล้วเราค่อยฉลองให้เขาสามคนเป็นการส่วนตัว”
ฉันมอง “ของปลอม” ที่ห้อยอยู่ตรงคอแล้วหัวเราะเบาๆ อย่างเย้ยตัวเอง ใจมันหนักอึ้งจนเหมือนถูกกดไว้ หายใจแทบไม่ออก
“ฉัตรพล ฉัน…”
เสียงคนด้านนอกที่รุมล้อมกันดังลอดผ่านประตูหน้าต่างที่ปิดสนิท ฉัตรพลหันไปสบตาชญานินผ่านกระจกบานสูงด้วยแววตาอ่อนหวานลึกซึ้ง
ในสายตาเขาไม่มีที่ว่างให้ใครอีกแล้ว เหลือเพียงผู้หญิงในชุดเดรสแดงที่เฉิดฉายอย่างไร้เกรงใจโลกคนนั้น
แต่เมื่อก่อน…ฉันเองก็เคยเฉิดฉายได้แบบนั้น
สี่ปีมันนานเกินไป นานจนฉันแทบจำไม่ได้แล้วว่าเด็กสาวที่ยืนเปล่งประกายอยู่บนเวทีหน้าตาเป็นยังไง
โชคชะตาเล่นตลกกับฉันครั้งใหญ่ พาฉันเดินไปสู่ความตาย…ในนามของ “การช่วยเหลือ”
ยศวัฒน์สวมชุดเจ้าชายสุดเท่ เดินติดชญานินแจไม่ห่าง
ฉัตรพลจับมือชญานินเปิดฟลอร์เต้นรำเป็นเพลงแรก ส่วนยศวัฒน์ถือไมค์หันหน้าเข้าหาแขกเต็มห้อง แล้วพูดคำอธิษฐานวันเกิดของตัวเองดังๆ
“ถ้าเลือกได้ ปีใหม่นี้ผมอยากให้ป้าชญานินเป็นแม่ของผม อยากให้เธอกับอาฉัตรพลอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า แล้วก็อยู่ข้างผมตลอดไป”
คำพูดของเขาเหมือนกำแพงทึบที่ปิดสนิท กั้นฉันออกจากความครึกครื้นทั้งหมดภายนอก
งานเลี้ยงใกล้จบ ชญานินในหน้าแต่งเต็มแบบไร้ที่ติผลักประตูห้องฉันเข้ามา
เธอสวมชุดราตรีหรู ก้าวส้นสูงเหยียบลงบนรถเข็นของฉัน แล้วมุมตาก็ยกยิ้มเยาะออกมา
“ลดาวัลย์ ไม่เจอกันสามปี ทำไมกลายเป็นสภาพนี้ไปได้ล่ะ? ต้องขอบคุณนะที่ไปติดคุกแทนฉันตั้งสามปี ถ้าไม่มีเธอ ฉันจะมีเวลาสามปีนั้นไต่ขึ้นมาเป็นนักเต้นหลักได้ยังไง”
“เธอคิดจริงๆ เหรอว่าฉัตรพลรักเธอ? ถ้าไม่ใช่เพราะเธอมีกรุ๊ปเลือดหายากเหมือนฉัน เขาจะเก็บเธอไว้ข้างตัวทำไมกัน? เธอมันก็แค่ ‘ถุงเลือดเดินได้’ ของฉันเท่านั้นแหละ…”
“อะไรนะ?”
ฉันเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางหัว จนชะงักค้างอยู่ตรงนั้น มือที่จับขอบรถเข็นแน่นขึ้น พยายามฝืนใช้แรงแขนดันตัวลุก แต่กลับถูกเธอกดฉันลงกับรถเข็นตรงๆ
ชญานินโน้มเข้ามา แล้วหยิบไฟล์เสียงคลิปหนึ่งมาเปิดวนซ้ำๆ ข้างหูฉัน
นั่นคือคลิปวิดีโอที่ฉันถูกคนในเรือนจำรังแกและย่ำยี
พวกมันรุมเหยียดหยาม ทำร้ายฉันอย่างโหดร้าย จนสุดท้ายฉันแทบเปล่งเสียงไม่ออก
ปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณทำให้ฉันสั่นไปทั้งตัว แต่ชญานินกลับแค่ยิ้ม เล็บเรียวยาวของเธอจิกลงในเนื้อฉันจนเจ็บ
“ช่วงที่อยู่ในคุกทรมานมากสินะ ฉันอุตส่าห์ฝากฝังไว้แล้ว ให้พวกนั้น ‘ดูแล’ เธอให้ดีๆ”
“ลดาวัลย์ ทำไมเธอถึงได้ครอบครองทุกอย่างแบบไม่ต้องออกแรงอะไรเลย? แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้สามีที่เธอรัก ลูกที่เธอรัก แม้แต่อดีตสามีของเธอ…พวกเขาก็รักแค่ฉัน และสิ่งที่เธอถูกทรมานในคุกพวกนั้น ฉัตรพลก็เป็นคนยอมให้เกิดเอง”
“อุบัติเหตุนั่นยังไม่พอจะทำให้เธอเป็นอัมพาตหรอก…เป็นลูกชายสุดที่รักของเธอนั่นแหละ ที่สลับยาพิเศษของเธอ จนทำให้เธอไม่มีวันลุกขึ้นยืนได้อีก”
ฉันมองเธออย่างไม่อยากเชื่อ เส้นหนึ่งที่ตึงค้างอยู่ในใจ ในที่สุดก็แตกกระจายยับเยินในวินาทีนั้น
