บทที่ 2
ฉัตรพลได้ยินเสียงก็รีบวิ่งมา พอเห็นฉันที่ถูกสะดุดล้มอยู่กับพื้นอย่างน่าเวทนา เขาก็พยุงฉันขึ้นทันที ไฟโกรธในดวงตาร้อนแรงราวกับจะเผาใครสักคนให้มอดไปทั้งเป็น
“ยศวัฒน์ เธอคือแม่ของแก แกทำแบบนี้ได้ยังไง...”
ภายใต้สายตาเขายศวัฒน์โยนหนังสติ๊กทิ้ง แล้วหันมาถลึงฉันอย่างเคียดแค้น “เธอไม่ใช่แม่ผม! เธอมันก็แค่ปีศาจผู้หญิงที่ฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตา เธอไม่มีวันคู่ควรเป็นแม่ผมหรอก!”
“ถ้าเลือกได้ ผมยอมไม่ใช้นามสกุลวรากุลยังดีกว่า...”
ยศวัฒน์กระแทกประตูดังปังแล้วเดินจากไปอย่างโมโห ฉัตรพลคลุมเสื้อกันหนาวให้ฉัน สายตาที่มองมาทั้งอ่อนโยนทั้งทะนุถนอม
“ลดาวัลย์ ทำไมตาแดงแล้ว ยศวัฒน์ยังเด็ก พูดไปตามประสา เดี๋ยวก็ลืม เธออย่าไปถือสาเลยนะ...”
“คนขับที่ก่อเหตุรถชน ผมหาตัวเจอแล้ว วางใจได้ ผมจะทำให้เขาชดใช้ในสิ่งที่ควรชดใช้แน่นอน”
ฉันจ้องตาเขา พยายามหาความผิดปกติแม้เพียงเสี้ยวเดียว
แต่ก็ไม่มี
เขาพูดด้วยความจริงใจ จำได้หมดว่าฉันชอบอะไร ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือเดี๋ยวนี้ เขาก็ยังเป็นคนที่เข้าใจฉันที่สุด
และก็เป็นคนที่เก่งเรื่อง “สวมหน้ากาก” ที่สุดด้วย
ฉันกลืนความขมขื่นลงไป ฝืนทนไว้ ปล่อยให้เล็บจิกลงในเนื้อจนเจ็บแทนความรู้สึกในใจ
“ฉัตรพล…คุณไม่มีอะไรอยากพูดกับฉันเลยเหรอ?”
ทำไมถึงเอาฉันไปบังเคราะห์แทนชญานิน แล้วทำไมถึงสร้างอุบัติเหตุนั่นขึ้นมา จนฉันไม่มีวันเต้นได้อีก
ฉัตรพลเงียบ และหลบสายตาฉันไป ผ่านไปพักใหญ่เขากำมือฉันแน่น
“ลดาวัลย์ ให้ผมอีกแค่ครึ่งปีนะ พอถึงหน้าร้อนปีนี้ ผมจะจัดงานแต่งให้คุณอย่างยิ่งใหญ่”
“ถึงตอนนั้น คุณจะไม่ใช่อดีตภรรยาของใครอีก คุณจะเป็นแค่…ภรรยาของผม ฉัตรพลคนเดียว”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ ถ้าฉันไม่รู้ความจริงมาก่อน ฉันคงเชื่อไปแล้วว่าเขารักฉันหมดหัวใจ
ฉันผิดหวังจนสุดจะบรรยาย ได้แต่หัวเราะขื่นๆ อยู่ในใจ
“ฉัตรพล เรื่องคดีเมื่อสี่ปีก่อน…”
“โฮสต์ แย่แล้ว ชญานินถูกรถชนท้ายระหว่างไปทำงาน ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล”
ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ เสียงจักรกลเย็นชาไม่เข้ากับบรรยากาศของระบบก็ดังขึ้น ตัดความหวานลวงนั้นลงอย่างไม่ไว้หน้า
ฉัตรพลย่อตัวลงตรงหน้าฉัน ความกังวลฉายชัดในแววตา “ลดาวัลย์ ผมเพิ่งได้รับแจ้งว่า ที่สำนักงานทนายมีธุระ ผมต้องไปก่อน เดี๋ยวกลับมา”
ฉันมองแผ่นหลังที่รีบร้อนของเขา เนิ่นนานกว่าจะดึงสติกลับมาได้
เขาไม่รักฉัน แต่เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อชญานิน ถึงขั้นเก็บฉันไว้ข้างตัว
เพราะไม่รักฉัน เขาถึงผลักฉันออกไปเป็นแพะรับบาปได้ง่ายๆ เอาฉันไปแลกกับอนาคตของชญานิน
ที่เก็บยศวัฒน์ไว้ข้างตัว ก็แค่เก็บ “ไพ่ใบเดียว” ที่ใช้ผูกฉันไว้ไม่ให้หนี
ทั้งหมดทั้งมวล…ก็แค่เพราะเขาไม่รักฉัน
น้ำตาทะลักอีกครั้ง ฉันหยิบมือถือขึ้นมานัดผ่าตัดยุติการตั้งครรภ์ในอีกหนึ่งสัปดาห์ แล้วเดินไปตามทางเดินกลับไปที่ห้องทำงาน
คอมพิวเตอร์ของเขาดับหน้าจอไปแล้วเพราะปล่อยทิ้งไว้นาน ฉันเหมือนโดนอะไรดลใจให้พิมพ์วันเกิดของชญานินลงไป
ไม่นานหน้าจอก็กระโดดไปที่หน้าโอนเงิน
เป็นบัญชีหนึ่งที่ฉันคุ้นจนขึ้นใจ บัญชีของเหยื่อในอุบัติเหตุครั้งนั้น
บนหน้าจอแสดงว่าเขาโอนเงินเข้าบัญชีเดิมปีละหนึ่งล้านทุกปี โดยใส่หมายเหตุว่า “ค่าเงียบปาก”
รายการโอนครั้งล่าสุด…อยู่เมื่อเดือนที่แล้ว
ความหวังเสี้ยวสุดท้ายในใจก็พังทลายลง ความจริงถูกวางโป๊เปลือยอยู่ตรงหน้า แล้วฟาดฉันจนแทบล้มทั้งยืน
ฉันคัดลอกไฟล์ในเครื่องออกมาอย่างเงียบๆ แล้วนั่งมองกิ่งอ่อนที่เพิ่งแตกยอดนอกหน้าต่างอยู่อย่างนั้นทั้งบ่าย
ใกล้เข้าฤดูใบไม้ผลิแล้ว
ชญานินข้อเท้าแพลงเพราะอุบัติเหตุ ฉัตรพลเลยเฝ้าอยู่กับเธอที่โรงพยาบาลสามวันสามคืน
ฉันได้เจอฉัตรพลอีกครั้ง…ในวันประชุมผู้ปกครองของยศวัฒน์
ฉัตรพลขึ้นเวทีพูดในฐานะตัวแทนผู้ปกครอง ส่วนชญานินนั่งอยู่ข้างยศวัฒน์ คอยเช็ดเศษอาหารตรงมุมปากให้เขาอย่างเอาใจใส่
เมื่อเทียบกับฉันแล้ว พวกเขากลับดูเหมือนเป็นครอบครัวสามคนมากกว่า
ผู้ปกครองคนอื่นๆ มองพวกเขาด้วยสายตาอิจฉา เสียงซุบซิบลอดผ่านเสียงลมเข้าหูฉันเป็นระยะ
“ได้ยินว่าแม่ของยศวัฒน์เป็นนักเต้นชื่อดัง ไม่แปลกเลยที่ยศวัฒน์หน้าตาดีขนาดนี้ เหมือนแม่จริงๆ”
“พ่อกับแม่เขาดูเหมาะกันมาก เหมือนคู่ที่ฟ้าจัดมาให้เลย”
“คุณฉัตรพลนี่โชคดีจริงๆ ได้ภรรยาทั้งสวยทั้งอ่อนโยน แล้วยังมีลูกชายที่น่ารักและเชื่อฟังขนาดนี้”
ช่วงท้ายของงาน ทั้งสามคนขึ้นไปยืนบนเวทีด้วยกัน พอชัตเตอร์กดในวินาทีถัดมา ก็ได้รูปครอบครัวหนึ่งใบ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตัดความคิดฉัน หมอโทรมายืนยันเวลาผ่าตัดยุติการตั้งครรภ์เป็นครั้งสุดท้าย
ฉัตรพลเดินสวนกระแสผู้คนเข้ามาหาฉัน แล้ววางคางลงบนไหล่ฉัน “เมื่อกี้ได้ยินคุณโทรศัพท์…ไปนัดอะไรไว้เหรอ?”
