บท
ตั้งค่า

Chapter 2 พี่เขาก็...ไม่ได้ใจร้ายนะ

Chapter 2

พี่เขาก็...ไม่ได้ใจร้ายนะ

“ยัยมินนี่! รีบมาเร็ว อาจารย์จะเช็กชื่อแล้ว”

เสียง ปลาดาว เพื่อนสนิทในคณะสังคมศาสตร์ที่ฉันเรียนอยู่ร้องเรียกจากหน้าห้องเรียน แต่ฉันที่กำลังพะว้าพะวังกับเอกสารปึกโตที่อาจารย์จากวิชาที่แล้วฝากเอามาแจกคืนเพื่อนๆกลับวิ่งมาอย่างทุลักทุเล ก็มันหนักนี่นา

“โอ๊ย!!”

ตุ้บ!

ฉันชนเข้ากับใครบางคนอย่างจัง จนกระดาษในมือปลิวกระจายเต็มพื้น คนในเหตุการณ์หันมามองฉันเป็นตาเดียว และก่อนที่จะตั้งหลักได้ ก็ได้ยินเสียงทุ้มร้ายกาจดังขึ้น

“เดินไม่ดูทางเลยรึไง?”

ฉันเงยหน้าขึ้นมอง…แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าคนที่ฉันเดินชนไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘พี่เวกัส’ จอมมารร้ายแสนร้ายกาจที่วาวารูมเมทคนสนิทชอบเล่าให้ฟังเมื่อตอนเรียนปีหนึ่ง

“…พี่เวกัส”

เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะก้มลงเก็บเอกสารให้ฉันโดยไม่พูดอะไร แล้วทำไมต้องทำหน้าหนักใจแบบนั้นด้วยเล่า...แง้ง ฉันผิดอะไร?

“เอ่อ ขอบคุณนะคะ” ฉันรีบรวบเอกสารมากอดไว้ มองเขาด้วยสายตาลังเล จะชวนคุยดีมั้ยนะ? ใจฉันเต้นรัวมากเลยล่ะตอนนี้ เห็นหน้าพี่เขาแล้วทำไมใจต้องสั่นด้วยล่ะมินนี่เอ๊ย เขาแค่หล่อแกอย่าพึ่งใจสั่น

เขาไม่ตอบอะไร แต่ยื่นกระดาษแผ่นสุดท้ายให้ ก่อนจะเดินจากไปเหมือนว่าเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น เย็นชาจัง สนิทกับพี่เบย์แบดแต่ไม่เห็นต้องทำตัวเป็นเจ้าชายน้ำแข็งเหมือนกันก็ได้นี่นา

“เดี๋ยวสิคะพี่เวกัส!”

พี่เวกัสหยุดเดิน แต่ไม่ได้หันกลับมา ฉันเม้มปากแน่น ตัดสินใจพูดออกไป

“เรื่องกะเพราไข่ดาววันนั้น…”

“…”

“ทำไมต้องซื้อให้หนูด้วยล่ะคะ?”

พี่เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบเสียงเรียบ

“เพราะเธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้”

ฉันกระพริบตาปริบๆ

“หนูไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย” ใครจะบ้าร้องไห้เพียงเพราะไม่ได้กินข้าวกันเล่า ฟังดูน่าเกลียดจังเลย ฉันเองก็ไม่ได้ตะกละตะกลามขนาดนั้นนะ

“แต่ทำเหมือนจะร้อง อย่าคิดมากนักเลย ถ้าไม่อยากกินเธอก็แค่เทมันทิ้งไป”

เขาตอบอย่างร้ายกาจ พูดจบพี่เวกัสก็เดินจากไป ทิ้งให้ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น บ้าจริง เหมือนจะทำดีกับฉัน แต่ก็ปากร้ายชะมัด

แต่พี่เขาเองก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นสักหน่อย บางทีวาวาอาจจะพูดผิดไปก็ได้นะ อาจจะแค่ปากร้ายก็ได้

นี่สินะที่เขาบอกว่า ถ้าเราชอบใครจะหาเหตุผลมาซัพพอร์ตนิสัยแย่ๆของคนคนนั้นได้เสมอ เอ๊ะ แต่เดี๋ยวนะ นี่ฉันคิดอะไรเนี่ย ! บ้าๆ ฉันไม่ได้ชอบพี่เขาสักหน่อย!

สุดท้ายฉันก็เดินเข้าห้องเรียนด้วยหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นจังหวะ แม้บทสนทนาระหว่างฉันกับพี่เวกัสจะสั้นและเรียบง่าย แต่ก็ทำให้ฉันเผลอคิดถึงมันซ้ำๆ อย่างห้ามไม่อยู่

“เพราะเธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้”

ฉันเม้มปาก คำพูดนั่นมันหมายความว่าไงกันแน่? เขาสงสารฉันเหรอ?

“เฮ้ย เป็นอะไรไปวะยัยเฉิ่ม” เพื่อนสนิทผู้ชาย ติณสะกิดไหล่ฉัน ใบหน้าตี๋ ผิวขาว ตัวสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตร เพื่อนสนิทอีกคนของฉัน กลุ่มเรามีสามคนคือปลาดาว ฉันและติณ

“เหม่ออะไรแต่เช้า?”

“เปล่าไม่ได้เป็นอะไร แล้วก็เลิกเรียกฉันว่ายัยเฉิ่มได้แล้ว เดี๋ยวก็เอาไอแพดตีหัวซะเลยดีมั้ยเนี่ย”

ฉันหันไปวีนใส่ติณที่ชอบเรียกฉันว่ายัยเฉิ่มเสมอมา ก็ไม่ได้อยากจะเฉิ่มสักหน่อย ฉันแค่ขี้เกียจแต่งตัวก็เท่านั้น อย่าให้แต่งขึ้นมา จะสวยซะยิ่งกว่าดาวมหาลัยอีก ชิ (อันนี้คือหลงตัวเองค่ะ อิอิ)

“ก็เฉิ่มจริงนี่หว่า เฉิ่มอย่างนี้ผู้ชายที่ไหนจะมองวะ กระโปรงก็ใส่ยาวเท่าตาตุ่มเป็นแม่ชี”

ตินพูดกับปลาดาวแล้วหันไปหัวเราะกันสองคน ส่วนฉันก็ทำตาเขียวปั๊ดใส่เพื่อนรักทั้งคู่

“พูดแบบนี้ ถ้าฉันควงรุ่นพี่ตัวท็อปของมหาวิทยาลัยจะว่ายังไง”

“โอ้ยฮ่าๆ ขำฉิบหาย ถ้าได้ก็เอาเลยครับเพื่อน แก๊งค์วิศวะไง จับให้ได้สักคนสิเพื่อน” ติณว่า

มันขำจนน้ำตาไหลส่วนปลาดาวก็ได้แต่ยิ้มแหย

“ถ้าพูดถึงผู้ชายตัวท็อปก็ต้องผู้ชายวิศวะแหละ ทั้งหล่อ ทั้งเท่”

ปลาดาวพูดพร้อมกับทำตาประกายวิบวับ ยัยนี่ก็ไม่ได้เฉิ่ม แต่ออกจะหน้าตาไปทางธรรมดาแต่งตัวก็ธรรมดา เรียบราบไม่ได้มีอะไรโดดเด่น ส่วนติณก็ถือว่าหน้าตาดีในระดับของผู้ชายรุ่นเดียวกัน ซึ่งก็มีผู้หญิงเข้ามาจีบบ้างประปราย

“ผู้ชายวิศวะงั้นเหรอ? เหอะ คอยดูเดี๋ยวฉันจะควงเล่นสักวันละคนเลย ถ้าได้ควงรุ่นพี่วิศวะขึ้นมาแกจะให้อะไรฉันฮะติณ?”

ฉันหันไปมองหน้าเพื่อนพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์ ว่ากันดีนักถ้าฉันหารุ่นพี่วิศวะมาควงได้จริงๆจะได้เลิกล้อ

“เฮ้ยแค่ล้อเล่น อย่าจริงจังดิวะไอ้มิน”

ติณว่าพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหัวของฉันอย่างแผ่วเบา ไม่รู้คิดไปเองไหม แต่ภายในดวงตาคู่ตี๋นั้นเหมือนแฝงด้วยอะไรบางอย่าง

“ไอ้ติณบ้า ปล่อยเลย”

ฉันปัดมือมันที่ยีหัวฉันออกแล้วเปิดไอแพดหันไปสนใจสิ่งที่อาจารย์สอนแทน

เวกัสนั่งอยู่ที่โรงอาหารคณะวิศวะ มือของเขาหมุนขวดน้ำเปล่าไปมาอย่างไร้จุดหมาย ขณะที่เพื่อนในแก๊งค์กำลังคุยกันเสียงดัง

“มึงดูเหม่อๆ ว่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า?” เม่นถาม

“เปล่า”

“แน่ใจ?” รอบนี้เบย์แบดหันมามอง เขาเป็นตัวท็อปในมหาวิทยาลัยเพราะเป็นลูกชายของเจ้าของมหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้มีแฟนแล้วชื่อว่าวาวาเรียนอยู่นิเทศศาสตร์ปีสอง เธอเป็นผู้หญิง สดใส ร่าเริง น่ารักและเข้ากับทุกคนในกลุ่มได้

“ทำหน้าเหมือนมีความรักอยู่เลยนะคะพี่เวกัส”

เวกัสเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยุดหมุนขวดน้ำและพูดขึ้นเบาๆ

“ถามอะไรหน่อยสิวาวา”

เวกัสหันไปมองหน้าแฟนเพื่อน คิดว่าถามผู้หญิงน่าจะได้คำตอบที่ลงตัว วาวาเอียงหน้าสงสัย ส่วนเบย์แบดจับตามองทั้งคู่ตาเขียวปั๊ด เขาหึงหวงวาวาอย่างนี้เสมอแม้กับเพื่อนสนิท

“มีอะไรจะคุยกับเมียกูครับ?”

“แหมๆ ใช้คำว่าเมียเต็มปากเต็มคำนะ” ซีเคว่าขึ้นพร้อมกับส่ายหัวไปมา รำคาญความคลั่งรักของเพื่อนสนิท

“แค่ซื้อข้าวกล่องให้ผู้หญิง ทำไมผู้หญิงเขาถึงดูคิดมากจัง”

วาวาผงะไปเล็กน้อยจ้องหน้าเวกัสแล้วอมยิ้ม

“ไปซื้อข้าวให้สาวที่ไหนล่ะคะเนี่ย”

“แถวนี้แหละ” เวกัสเลี่ยงตอบ เพราะมินนี่คืออดีตรูมเมทของวาวาที่สนิทกัน แม้ปัจจุบันจะไม่ได้อยู่หอด้วยกันแล้วแต่ก็ยังมีติดต่อกันบ้างเป็นบางคราว

“ซื้อของให้สาวแบบนี้ก็แอบชอบอ่ะสิคะ สาวคิดไปไกลแล้วนะอย่างเนี้ย”

คำตอบออกมาจากปากวาวาที่สนิทกับมินนี่ เพราะฉะนั้นมินนี่คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน

“ว่าแต่ไปแอบชอบสาวที่ไหนคะพี่เวกัส ไหนเล่าให้ฟังบ้างสิ”

วาวาหยุดเผือกไม่ไหว มันน่าสนใจดี เวกัสจอมมารร้ายที่เธอตั้งฉายาให้กำลังมีความรักอย่างนั้นเหรอ?

“ไม่มีอะไร”

เขาพูดจบก็ลุกขึ้น เดินออกจากโรงอาหารไป ทิ้งให้เพื่อนๆ มองตามหลังอย่างงุนงง

แต่ในหัวของเวกัสกลับมีภาพของมินนี่ลอยเข้ามา

‘เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้’

…เขาก็แค่ไม่ชอบเห็นคนทำหน้าหงอยเท่านั้นเอง ไม่ได้มีเหตุผลอะไรไปมากกว่านั้น

…ใช่ไหม?

แม้ใจจะว้าวุ่น แต่เวกัสยังขอยืนยันคำเดิม

ไม่มีทางชอบผู้หญิงหน้าตาแบบนั้น

“เฮ้ย สรุปชอบมินนี่ใช่ป่ะ?” เสียงเม่นตะโกนตามหลังมา วาวาตกใจที่ชื่อรูมเมทคนสนิทถูกกล่าวขึ้น

“มินนี่เหรอ!? พี่ชอบเพื่อนหนูเหรอ!?”

เวกัสที่เดินหันหลังออกมายกมือขึ้นแล้วชูนิ้วกลางให้กับเพื่อนที่แซว

“กูบอกแล้วไง ว่าถ้าให้ชอบยัยเฉิ่มนั่นกูยอมแดกข้าวหมา จูบหมาโชว์ด้วยเลยก็ได้”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel