บทที่ 2 ทวงคืนแก้วตาดวงใจ
สองเท้าของหรูเยว่ก้าวเดินอย่างมั่นคงไปตามโถงทางเดินของคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย บรรดาคนรับใช้ที่เดินสวนทางมาต่างพากันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่าสะใภ้ที่ถูกขังลืมในห้องเก็บฟืนจนแทบจะอดตาย จะสามารถเดินเชิดหน้าชูตาออกมาได้อย่างสง่างาม รอยเลือดบนมือและเสื้อผ้าที่ฉีกขาดของเธอทำให้เหล่าบ่าวไพร่พากันถอยกรูดหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ รังสีความน่ากลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเชฟสาวทำให้บรรยากาศรอบด้านเย็นยะเยือก
ทุกย่างก้าวของหรูเยว่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวดของเจ้าของร่างเดิม ลานซักล้างตรงนั้นคือที่ที่เธอต้องทนนั่งซักผ้าในน้ำเย็นจัดจนมือแตก ต้นไม้ใหญ่ตรงมุมสวนคือที่ที่เธอถูกสั่งให้คุกเข่าตากหิมะตลอดทั้งคืน ความคับแค้นใจปะทุขึ้นมาในอก แต่เธอต้องสะกดกลั้นเอาไว้ก่อน เป้าหมายสำคัญที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่การอาละวาดทำลายข้าวของ แต่เป็นการไปตามหาแก้วตาดวงใจวัยห้าขวบทั้งสองคนให้พบ
หรูเยว่ตรงดิ่งไปยังเรือนพักคนใช้เก่าซอมซ่อด้านหลังสุดของคฤหาสน์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่แม่สามีใจยักษ์สั่งให้แยกเด็กแฝดไปกักขังและใช้งานเยี่ยงทาส เมื่อมือบางผลักบานประตูไม้ที่ผุพังเข้าไป หัวใจของคนเป็นแม่ก็แทบแตกสลาย
ร่างเล็กจ้อยสองร่างกำลังนั่งกอดกันกลมอยู่มุมห้อง ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน เซี่ยเซียงคนพี่พยายามลูบหลังปลอบน้องสาวอย่างเซี่ยเซียว
ทั้งที่ตนเองก็หวาดกลัวและตัวสั่นเทาไม่แพ้กัน เสื้อผ้าของเด็กทั้งสองหลุดลุ่ยและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินขี้เถ้า ใบหน้ามอมแมมเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ร่างกายผอมโซจนเห็นกระดูกไหปลาร้า บ่งบอกชัดเจนว่าถูกปล่อยปละละเลยและให้อดอาหารมาหลายมื้อ
"เซียงเซียง เซียวเซียว" เสียงหวานที่แหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อลูกสาวฝาแฝดของตนเองอย่างอ่อนโยนที่สุด
เด็กหญิงวัยห้าขวบทั้งสองสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ ดวงตากลมโตที่บวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักเบิกกว้างขึ้น วินาทีต่อมา ร่างเล็กทั้งสองก็ลุกขึ้นและโผเข้ากอดขาผู้เป็นแม่อย่างสุดแรง
"แม่จ๋า ฮือๆ พวกเรานึกว่าจะไม่ได้เจอแม่แล้ว คุณย่าบอกว่าแม่เป็นคนเลว แม่ทิ้งพวกเราไปแล้ว" เซี่ยเซียวร้องไห้โฮ ซุกใบหน้าลงกับตักของหรูเยว่ หยดน้ำตาร้อนๆ ไหลซึมผ่านเนื้อผ้าจนคนเป็นแม่สัมผัสได้
"แม่ไม่เคยทิ้งลูก แม่ขอโทษที่ปล่อยให้คนเลวพวกนั้นรังแกพวกหนู แม่ผิดไปแล้วจริงๆ" หรูเยว่ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า กอดตอบลูกสาวทั้งสองแน่น น้ำตาแห่งความสงสารและสำนึกผิดเอ่อล้นออกมา ทว่าดวงตาหงส์คู่นั้นกลับทอประกายวาวโรจน์ด้วยไฟแค้นที่สุมแน่นอยู่ในอก ใครก็ตามที่บังอาจทำร้ายแก้วตาดวงใจของเธอ
มันผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยความพินาศ เธอใช้มือที่หยาบกร้านลูบศีรษะเด็กน้อยทั้งสองเบาๆ เพื่อปลอบประโลม ก่อนจะจับจูงมือน้อยๆ ให้ลุกขึ้นยืน
"ไปกันเถอะ เราจะไม่อยู่ในนรกขุมนี้ให้ใครข่มเหงอีกแล้ว แม่จะพาพวกหนูกลับบ้านของเรา"
ยังไม่ทันที่สามแม่ลูกจะก้าวพ้นประตูเรือนพักซอมซ่อ เสียงตวาดแหลมสูงปรี๊ดก็ดังแหวกอากาศเข้ามาเสียก่อน
"นังตัวดี แกกล้าดีอย่างไรถึงก้าวเท้าออกมาจากห้องเก็บฟืน ใครสั่งใครสอนให้แกเดินเพ่นพ่านในบ้านของฉัน"
คุณนายซูเจิน สตรีวัยกลางคนผู้แต่งกายด้วยชุดผ้าไหมราคาแพงระยับ เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกับเหล่าข้ารับใช้นับสิบคน
ด้านหลังของนางมีซูเจียงที่เอามือกุมจมูกเปื้อนเลือดและเสี่ยงฉงที่ใบหน้าบวมปูดเขียวช้ำเดินตามมาด้วยสีหน้าเคียดแค้น คุณนายซูเจินชี้หน้าด่าทอหรูเยว่อย่างเกรี้ยวกราด
"นังสะใภ้สารเลว แกทำร้ายหลานสาวและคนรับใช้คนสนิทของฉัน แกมันนังงูพิษเนรคุณ ข้าวสุกที่ฉันให้แกกินประทังชีวิตมันคงไม่ทำให้แกสำนึกบุญคุณเลยใช่ไหม บ่าวชาย จับตัวนังแพศยานี่ไปโบยห้าสิบไม้เดี๋ยวนี้ แล้วเอาเด็กสกปรกสองคนนั้นไปขังไว้ที่เดิม ห้ามใครให้น้ำให้ข้าวเด็ดขาด"
บ่าวชายร่างใหญ่สองคนปรี่เข้ามาหมายจะจับตัวหรูเยว่ ทว่าเชฟสาวกลับดึงลูกสาวทั้งสองไปหลบด้านหลังอย่างรวดเร็ว เธอคว้าท่อนไม้ฟืนขนาดพอเหมาะที่วางทิ้งอยู่ใกล้ๆ
ขึ้นมาฟาดเข้าที่หน้าแข้งของบ่าวชายคนแรกอย่างเต็มแรงจนเขาร้องลั่นและล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนจะตวัดไม้ตีเข้าที่ข้อมือของบ่าวชายอีกคนจนหน้าหงายล้มตามกันไป ท่วงท่าการต่อสู้ที่รวดเร็ว เด็ดขาด และแม่นยำ ทำเอาทุกคนในบริเวณนั้นตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ไม่มีใครกล้าขยับตัวเข้ามาใกล้เธออีกแม้แต่ก้าวเดียว
หรูเยว่โยนท่อนไม้ทิ้งลงพื้นเสียงดังลั่น แล้วเดินตรงเข้าไปหาคุณนายซูเจินด้วยท่าทีคุกคามราวกับพญามัจจุราช แม่สามีหน้าถอดสี ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความหวาดกลัว แต่ก็ยังฝืนทำใจดีสู้เสือ เชิดหน้าขึ้นท้าทาย
"แก แกจะทำอะไรฉัน ฉันเป็นแม่ของเซี่ยอวี่ เป็นแม่สามีของแกนะ ถ้าลูกชายฉันกลับมา เขาต้องเอาเรื่องแกแน่ แกจะต้องถูกหย่าและถูกไล่ออกไปเป็นขอทานข้างถนน"
"ก็เอาสิ สั่งให้เขาหย่าฉันเดี๋ยวนี้เลย" หรูเยว่เค้นเสียงหัวเราะเยาะหยันดังก้อง
"คิดว่าฉันยังสนใจผู้ชายที่ปล่อยให้เมียและลูกวัยห้าขวบถูกรังแกจนปางตายอยู่อีกหรือ คุณนายซูเจิน คุณมันก็แค่ปลิงดูดเลือดที่คอยสูบสมบัติของครอบครัวฉัน หลอกใช้ความหัวอ่อนของฉันเพื่อฮุบสินสอดทองหมั้นและสินเดิม คุณไม่เคยเห็นฉันเป็นคนในครอบครัว ไม่เคยเห็นเด็กสองคนนี้เป็นหลานแท้ๆ ด้วยซ้ำ สิ่งที่คุณสนใจมีแค่เงินทองและความสะดวกสบายของตัวเองเท่านั้น"
"หุบปากนะ นังชั้นต่ำ แกกล้าด่าฉันงั้นรึ"
คุณนายซูเจินทนฟังความจริงอันน่ารังเกียจของตนเองไม่ได้ นางเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบหน้าสะใภ้เพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว ทว่าผู้ที่ถูกตบกลับไม่ใช่หรูเยว่ แต่เป็นคุณนายซูเจินเองต่างหาก หรูเยว่ใช้ความไวกว่าคว้าข้อมือที่เหี่ยวย่นของแม่สามีเอาไว้แน่น แล้วตวัดฝ่ามือของตนเองฟาดลงบนใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางชั้นดีอย่างสุดแรง แรงตบนั้นมหาศาลจนทำให้ร่างของคุณนายซูเจินเซถลาล้มลงไปกองกับพื้นฝุ่น รอยนิ้วมือทั้งห้าปรากฏชัดเจนบนแก้มซ้ายที่บวมแดงขึ้นมาทันตาเห็น ปิ่นปักผมราคาแพงร่วงหล่นลงมาคลุกฝุ่น
เหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบงัน บ่าวไพร่ทุกคนตกใจจนแทบหยุดหายใจ ซูเจียงและเสี่ยงฉงกรีดร้องออกมาพร้อมกันด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าเชื่อสิ่งที่เห็นว่าสะใภ้ที่เคยหัวอ่อนและยอมคนมาตลอด จะกล้าลงมือตบหน้าแม่สามีผู้ทรงอำนาจแห่งคฤหาสน์ตระกูลเซี่ยจนล้มคว่ำไม่เป็นท่า
"นี่คือการสั่งสอนจากคนที่คุณเคยเหยียบย่ำมาตลอดหลายปี" หรูเยว่จ้องมองสตรีสูงวัยที่กำลังเอามือกุมแก้ม ร้องครางอยู่บนพื้นด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง
"นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉัน หรูเยว่ขอตัดขาดจากการเป็นสะใภ้ตระกูลเซี่ย พวกคุณทุกคนไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉันและลูกสาวของฉันอีกแม้แต่ปลายเล็บ หากใครกล้าล้ำเส้นตามมารังควาน ฉันจะตามไปจัดการพวกมันให้แหลกคามือ"
หรูเยว่หันหลังกลับไปอุ้มเซี่ยเซียวขึ้นมาแนบอก ส่วนมืออีกข้างก็จับจูงมือเล็กๆ ของเซี่ยเซียงเอาไว้แน่น เธอเดินเชิดหน้าฝ่าวงล้อมของเหล่าคนรับใช้ที่รีบแหวกทางให้อย่างหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าขวางทางพยัคฆ์ร้ายที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล
หรูเยว่ก้าวเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลเซี่ยโดยไม่หันกลับไปมองสถานที่อันเป็นดั่งขุมนรกนี้อีกเลย เป้าหมายของเธอมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการพาลูกสาวฝาแฝดกลับไปกราบขอขมาบิดามารดาที่บ้านตระกูลหรู
