บท
ตั้งค่า

2 กระท่อมกลางหมอกและเพื่อนร่วมทางขนฟู

ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางที่ยาวนานกว่าสามวันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตาตื่นใจ เมื่อรถม้าไม้คันเก่าเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตเทือกเขาอวิ๋นอู้ ถนนหนทางที่เคยราบเรียบเปลี่ยนเป็นทางลาดชันและคดเคี้ยว สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้โบราณกิ่งก้านหนาทึบที่โอบกอดถนนเอาไว้ แสงแดดที่เคยแผดเผาในเมืองจิงเฉิงถูกบดบังด้วยม่านหมอกสีขาวนวลที่ไหลเอื่อย ๆ ลงมาจากยอดเขา ราวกับว่าที่นี่คือดินแดนที่ถูกซ่อนไว้จากกาลเวลา

​“คุณหนูเจ้าคะ... เราใกล้จะถึงหรือยังเจ้าคะ อาเถาเริ่มจะเวียนหัวจนทนไม่ไหวแล้ว” อาเถา สาวใช้ตัวน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าของนางซูบซีดจากการเมารถ แต่กระนั้นมือเล็ก ๆ ยังคงกำห่อผ้าที่มี ‘ใบหย่า’ ของเจ้านายไว้แน่นราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า

​หลินเย่วซือเลิกม่านรถม้าขึ้น มองดูทัศนียภาพภายนอกด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย นางสูดอากาศชื้นแฉะเข้าปอดลึก ๆ กลิ่นดินและกลิ่นสาบสางของป่าดิบชื้นทำให้ใจของนางสงบลงอย่างประหลาด “อดทนอีกนิดนะอาเถา ข้าเห็นเงาหมู่บ้านอยู่รำไรแล้ว... ที่นั่นคือจุดเริ่มต้นของอิสรภาพของเรา”

​หมู่บ้านหมอกเมฆา (อวิ๋นอู้ชุน) เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในหุบเขาที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่ดำรงชีวิตด้วยการหาของป่าและทำไร่ตามเชิงเขา รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนผ่านประตูหมู่บ้านที่ทำจากไม้ซุงเก่า ๆ มุ่งหน้าไปยังท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มริมลำธารที่ถูกปล่อยให้ทิ้งร้างมานานหลายสิบปี

​“ถึงแล้วขอรับคุณหนู... นี่คือที่ดินผืนที่ท่านต้องการ” คนขับรถม้ากล่าวพลางหยุดรถม้าลงเบื้องหน้าพื้นที่รกร้าง

​เย่วซือก้าวลงจากรถม้า สิ่งแรกที่นางสัมผัสได้คือความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงน้ำในลำธารไหลกระทบโขดหิน ‘ครืน ๆ’ และเสียงนกร้องกังวานจากในป่า เบื้องหน้าของนางคือกระท่อมไม้เก่าคร่ำครึหลังหนึ่ง หลังคามุงหญ้าคาผุพังจนมองเห็นโครงไม้ไผ่ด้านใน ผนังดินมีรอยแตกร้าวเป็นทางยาว ราวกับว่าหากลมพัดแรงอีกเพียงนิด กระท่อมหลังนี้อาจพังครืนลงมาได้ทุกเมื่อ

​อาเถามองกระท่อมตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า “นี่... นี่หรือเจ้าคะ รางวัลของฮูหยินเอกตระกูลเว่ย? มันดูเหมือนศาลเจ้าล้างเสียยิ่งกว่าบ้านคนอีกนะเจ้าคะคุณหนู!”

​เย่วซือยิ้มบาง ๆ พลางเดินเข้าไปลูบเสาไม้ที่เย็นเฉียบ “ที่นี่แหละดีแล้วอาเถา... เจ้าดูสิ รอบ ๆ นี้ไม่มีบ้านคนเลย เราสามารถปลูกดอกไม้ให้เต็มพื้นที่ได้โดยไม่มีใครมาวุ่นวาย ดินที่นี่แม้จะดูแข็งแต่ก็ชุ่มชื้นด้วยน้ำค้างจากหมอก เป็นชัยภูมิที่ดียิ่งนักสำหรับร้านดอกไม้ของเรา”

​[ติ๊ง! โฮสต์เดินทางถึงจุดหมายปลายทาง : หมู่บ้านหมอกเมฆา]

[ภารกิจสำเร็จ: ก้าวเข้าสู่บ้านใหม่ในฝัน]

[ยินดีด้วย! ท่านได้รับของขวัญเริ่มต้น : เมล็ดพันธุ์คาโมมายล์แห่งความหวัง x10, พู่กันหยกวิญญาณระดับเริ่มต้น, ปุ๋ยน้ำค้างทิพย์ x1]

​เสียงระบบที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาท พร้อมกับความรู้สึกอุ่นวาบที่หน้าอก เมื่อนางก้มลงมองห่อผ้าข้างกาย ก็พบกับกล่องไม้ฉลุลายเถาวัลย์ที่ปรากฏขึ้นมาอย่างไร้ร่องรอย ภายในกล่องมีพู่กันที่ด้ามทำจากหยกสีเขียวนวลตา ผิวสัมผัสเนียนละเอียดและแผ่ไออุ่นออกมาจาง ๆ ส่วนถุงผ้าใบเล็กบรรจุเมล็ดพันธุ์สีทองที่ดูราวกับมีแสงสว่างในตัวมันเอง

​‘พู่กันนี้... คืออาวุธเพียงหนึ่งเดียวของข้าในโลกนี้สินะ’ เย่วซือลูบด้ามพู่กันหยกด้วยความทะนุถนอม นางรู้สึกได้ถึงการเชื่อมต่อบางอย่างที่มองไม่เห็นระหว่างวิญญาณของนางกับเครื่องมือวิเศษชิ้นนี้

​[ภารกิจต่อเนื่อง: ปรับปรุงที่พำนักและชำระล้างวัชพืชวิญญาณ]

[เป้าหมาย: ถางหญ้าและทำความสะอาดกระท่อมให้พร้อมอาศัย]

[รางวัล: พลังงานฮีลใจ +100, ปลดล็อกเมล็ดพันธุ์ดอกมะลิขจัดพิษ x5]

​“อาเถา วันนี้เราจะนอนที่นี่กันไม่ได้ถ้าไม่รีบทำความสะอาด มาเถอะ... ข้าจะช่วยเจ้าเอง” เย่วซือกล่าวพลางรวบชายแขนเสื้อขึ้นอย่างทะมัดทะแมง ผิดวิสัยสตรีชั้นสูงจากเมืองหลวง

​ตลอดทั้งบ่าย สองนายบ่าวช่วยกันทำงานอย่างขะมักเขม้น เย่วซือพบความมหัศจรรย์ของพู่กันหยกวิญญาณทันทีที่นางเริ่มลงมือ ทุกครั้งที่พู่กันในมือของนางกวาดผ่านหยากไย่หรือกองฝุ่นหนาเตอะ สิ่งเหล่านั้นกลับสลายหายไปราวกับถูกลมพัดพา แม้แต่หญ้ารกชัฏที่ขึ้นท่วมเอวรอบกระท่อม เมื่อพู่กันหยกแตะลงที่โคนต้น พวกมันกลับหลุดออกอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องออกแรงดึง

​เวลาล่วงเลยไปจนดวงตะวันเริ่มลับขอบฟ้า แสงสีส้มแดงฉาบทับม่านหมอกจนกลายเป็นสีทองอร่าม กระท่อมที่เคยซบเซากลับดูสะอาดตาขึ้นผิดหูผิดตา แม้จะยังดูเก่าแก่แต่ก็ไม่ดูน่ากลัวเหมือนตอนแรก

​ในขณะที่เย่วซือกำลังจะเดินไปตักน้ำที่ลำธารเพื่อมาชำระล้างคราบฝุ่น เสียงครางแผ่วเบาที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดก็ดังแว่วมาตามลมจากพุ่มหนามหลังบ้าน

​“เสียงอะไรน่ะ?” เย่วซือชะงักฝีเท้า นางหยิบกิ่งไม้ใกล้ตัวขึ้นมาป้องกันตัวพลางค่อย ๆ แหวกพุ่มไม้ออกอย่างระมัดระวัง

​สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำให้นางต้องกลั้นหายใจ ท่ามกลางดงหนามที่แหลมคม มีสิ่งมีชีวิตขนฟูสีขาวนวลนอนขดตัวสั่นเทาอยู่ ขนของมันเปื้อนเลือดสีแดงฉานที่เริ่มแห้งกรัง ลำตัวของมันมีขนาดใหญ่กว่าแมวบ้านทั่วไปเกือบเท่าตัว และที่แผ่นหลังมีลายพาดกลอนสีเทาเงินจาง ๆ ที่ดูสง่างามอย่างประหลาด

​“แมวหรือ?... ไม่สิ นี่มันลูกเสือขาวชัด ๆ!” เย่วซืออุทานเบา ๆ เมื่อเห็นกรงเล็บและเขี้ยวเล็ก ๆ ที่โผล่ออกมา

​เจ้าสัตว์ตัวน้อยลืมตาสีฟ้าครามสดใสขึ้นมองนาง แววตาของมันไม่ได้ฉายแววดุร้าย ทว่ากลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและความเจ็บปวดลึกซึ้ง มันพยายามจะขยับตัวหนีแต่นั่นกลับทำให้แผลเหวอะหวะที่ขาหลังฉีกออกมากกว่าเดิม

​“ไม่ต้องกลัวนะ... ข้าไม่ทำร้ายเจ้า” เย่วซือทิ้งกิ่งไม้ในมือ นางถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกมาแล้วช้อนร่างที่สั่นเทานั้นขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน สัมผัสถึงความร้อนจากไข้ที่แผ่ออกมาจากตัวของมัน

​[แจ้งเตือน! ตรวจพบสัตว์วิญญาณบรรพกาลบาดเจ็บสาหัส : พยัคฆ์ขาวเมฆาคราม (ร่างจำแลง)]

[ข้อแนะนำ: ใช้ ‘ปุ๋ยน้ำค้างทิพย์’ ผสมน้ำสะอาดเพื่อรักษาบาดแผลภายนอก และใช้พู่กันหยกวิญญาณเชื่อมต่อพลังชีวิต]

​เย่วซือรีบพามันเข้าไปในกระท่อม วางร่างเล็กลงบนกองฟางสะอาดข้างกองไฟที่อาเถาจุดไว้ นางรีบหยดน้ำค้างทิพย์ลงในชามน้ำอุ่น กลิ่นหอมเย็นระรื่นโชยออกมาทันที นางใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำค้างทิพย์เช็ดทำความสะอาดแผลอย่างแผ่วเบา พลางใช้พู่กันหยกวิญญาณวาดวนรอบ ๆ บาดแผล

​ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในความเงียบสงัด แสงสีเขียวอ่อนจากปลายพู่กันซึมซาบเข้าสู่ร่างกายของลูกเสือขาว แผลที่เคยเหวอะหวะเริ่มสมานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว ขนสีขาวที่เคยหลุดร่วงกลับงอกขึ้นมาใหม่จนนุ่มฟูดังเดิม เจ้าลูกเสือขาวถอนหายใจยาวก่อนจะหลับลึกไปในที่สุดด้วยความสบายตัว

​“คุณหนู... ท่านไปเอาแมวประหลาดนี่มาจากไหนเจ้าคะ? ลายมันดู... ไม่เหมือนแมวทั่วไปเลย” อาเถาถามพลางมองเจ้าขนฟูด้วยความสงสัย

​“มันคงเป็นแมวป่าที่หลงทางมาน่ะอาเถา ต่อไปนี้ชื่อของมันคือ ‘เสี่ยวไป๋’ นะ” เย่วซือยิ้มพลางลูบหัวมันเบา ๆ โดยไม่รู้เลยว่าชื่อที่แสนธรรมดานี้ กำลังถูกเรียกขานต่อหน้าหนึ่งในสัตว์ที่ทรงพลังที่สุดในแผ่นดิน

​ในขณะที่ภายในกระท่อมกำลังอบอวลไปด้วยไออุ่นจากกองไฟ ที่หลังต้นสนโบราณห่างจากกระท่อมไปเพียงไม่กี่ก้าว มีเงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งยืนนิ่งสนิทประดุจรูปปั้น

​ลู่เหวินเซียว ในชุดผ้าป่านสีดำสนิทขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบประดุจพยัคฆ์จ้องมองลอดผ่านรอยแตกของผนังกระท่อมเข้าไปข้างใน เขาเห็นสตรีจากเมืองหลวงที่ดูบอบบางคนนั้น กำลังโอบกอด ‘พยัคฆ์ขาว’ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้ายและเย่อหยิ่ง ราวกับมันเป็นเพียงแมวบ้านตัวหนึ่ง

​ที่สำคัญ... พลังสีเขียวจากพู่กันในมือนางนั้นคืออะไรกันแน่?

​เขาหลบมาอยู่ที่หมู่บ้านหมอกเมฆาแห่งนี้เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายจากการเป็นแม่ทัพใหญ่ และเพื่อรักษาบาดแผลใจที่นอนไม่หลับมานานนับปี แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนบ้านคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาพร้อมใบหย่าและพู่กันวิเศษคนนี้ จะทำให้ชีวิตสโลไลฟ์ของเขาไม่เงียบเหงาอีกต่อไป

​‘หลินเย่วซือ... เจ้าเป็นใครกันแน่?’

​ลู่เหวินเซียวพึมพำในใจก่อนจะเร้นกายหายไปในม่านหมอกที่หนาทึบ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของไอสังหารที่เจือจางลงด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ที่เริ่มขยายตัวออกมาจากแปลงดินหน้ากระท่อมอย่างลึกลับ

​เกร็ดภาษาดอกไม้ประจำตอน:

ดอกมะลิ (Jasmine): ในภาษาดอกไม้ หมายถึง "ความกตัญญูและการเริ่มต้นที่บริสุทธิ์" ในตอนหน้านางเอกจะใช้เมล็ดพันธุ์มะลิขจัดพิษเพื่อล้างพลังงานด้านลบรอบบ้าน และกลิ่นของมันจะเริ่มดึงดูด "เพื่อนบ้าน" ที่นอนไม่หลับให้เดินเข้ามาหาโดยไม่รู้ตัว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel