บทที่ 5 ไม่พอใจ
“ท่านพี่ ข้าต้มน้ำแกงแก้เมาค้างมาให้เจ้าค่ะ…ท่านลุกมาล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนอาภรณ์ก่อนเถอะเจ้าค่ะ วันนี้ข้าจะเป็นคนปรนนิบัติท่านเอง” นางเอี้ยวตัวไปรับถาดจากสาวใช้ วางถ้วยน้ำแกงลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา
เขาข่มดวงตาหลับลง นวดขมับย้อนนึกถึงเรื่องราวเมื่อคืน ไม่ว่าจะนึกเช่นไรเขากลับจำไม่ได้สักนิด หรือเพราะว่าเขาเมามาก สตรีไร้ยางอายผู้นี้คิดแผนลากเขามาที่นี่
ดวงตาเหี้ยมเกรียมดุจพญาอินทรีเปรยขึ้น “ข้าไม่ต้องการ” เขาปัดถ้วยยาในมือนางตกลงบนพื้น
เคร้ง!...น้ำร้อนกระเด็นลวกมือนาง เพียงชั่วพริบตาผิวที่เคยนวลเนียน บัดนี้มีตุ่มพองสีขาวขึ้น
มือไม้นางสั่นเทา ชำเลืองเห็นสีหน้าไม่ดีของเขา หญิงสาวรีบชักมือกลับซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อทันที ส่งยิ้มเจือจางให้
“ฮะ…ฮูหยิน” ชิวเอ๋อร์เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด นางแอบเป็นกังวลไม่ได้ จนถูกสายตาของฮูหยินห้ามปรามไว้นางจึงยอมสงบปากลง และเดินถอยหลังกลับไปยืนรอหน้าประตู
“น้ำแกงเสียหายหมดแล้ว เช่นนั้นข้าจะไปตักมาให้ใหม่” นางฝืนยิ้มเดินหันหลังกลับ ข้อมือนางกลับถูกกระชากรุนแรงพลิกหันมาสบดวงตาคู่นั้นของเขาทันที
“ข้าไม่กิน!...” เขาบีบข้อมือนางรุนแรงกว่าเก่า กล่าวต่อว่า “เมื่อคืนเจ้าทำอะไรข้า…” เขามองร่างกายนางทุกกระเบียดนิ้ว รอยยิ้มของนางนั้นอีกแทบทำให้เขาโมโห นางอยู่หน้าผู้อื่นหากจะเสแสร้งเขาก็ไม่ว่า แต่นี่อยู่ต่อหน้าเขานางไม่จำเป็นต้องเล่นละคร
“ข้า…” นัยน์ตานางเริ่มสั่นเครือ เมื่อคืนนี้เขาจำไม่ได้เลยหรือว่าลงมืออะไรกับนางไว้
“ตอบ!...” เขาตวาดนางเสียงดัง อารมณ์ของเขาย่อมมีขีดจำกัด และแน่นอนนางได้ทำลายมันทิ้งไป
เซี่ยสิงฉวนมองร่องรอยแดงเป็นจ้ำบนร่างกายของนางทำให้เขานึกแปลกใจ เมื่อคืนนางไปทำอะไรมากัน เหตุใดเขากลับจำไม่ได้สักนิด นั่นไม่ใช่ประเด็น สิ่งที่เขาอยากรู้เป็นนางใช่หรือไม่ที่ล่อลวงสภาพที่เขาเมามาที่นี่
นางรู้สึกเจ็บไปทั่วทั้งร่าง ตอนนี้ข้อมือนางยังมาถูกเขาทำร้ายอีก นางสูดหายใจพยายามกล่าวว่า “ท่านพี่ลืมไปแล้วหรือเจ้าคะ ว่าเมื่อคืนผู้ใดกันแน่ที่เป็นคนรั้งข้าไว้ ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน ข้าจะมีสภาพดังเช่นที่เห็นหรือ”
แน่นอนว่าเขาฟังไม่ผิด และได้ล่วงเกินนาง…เขาไม่อาจให้อภัยตัวเองที่ทำผิดต่อหานฉีหยี่สตรีที่เขารัก
ไม่มีทาง!...ความบริสุทธิ์ที่เขาหวังมอบให้หานฉีหยี่กลับถูกสตรีนางนี้ช่วงชิงไป…บัดซบ!...
เซี่ยสิงฉวนดึงข้อมือนางกระชากมากดบนผนังแทบอยากจะหักกระดูก ฉีกทึ้งร่างกายของนางทิ้ง เขาไม่เคยคิดหรือยอมรับว่านางเป็นภรรยาแม้แต่เศษเสี้ยวด้วยซ้ำ
“จำเอาไว้เรื่องเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนปล่อยข่าวนี้ออกไป ข้าไม่มีทางเอาเจ้าไว้แน่ สตรีเช่นเจ้าก็ไม่แตกต่างจากผู้อื่น คิดไต่เต้าโดยการเอาตัวเข้าแลก อย่าคิดว่าการที่เจ้ามีอะไรกับข้า แล้วข้าจะรักสตรีร้ายกาจ มารยาเช่นเจ้า สำหรับเจ้าในสายตาข้าก็เป็นได้แค่ของเล่นไร้ค่าชิ้นหนึ่งเท่านั้น ฮึ!” เขาปล่อยแขนนางออกเดินสะบัดชายผ้าออกไปจากเรือนของนางทันที
เมื่อครู่นี้นางแทบจะทรุดล้มลง ตึง… อยู่ที่พื้น บุรุษผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว นางขบริมฝีปากแน่น มือที่กำเมื่อครู่ค่อยๆ คลายออก
ชิวเอ๋อร์อยู่ด้านนอกมองท่านแม่ทัพเดินออกไปจากเรือนสีหน้าคราวนี้ดูแตกต่างจากเมื่อคืนนัก อดที่จะเป็นห่วงฮูหยินไม่ได้ เดินเปิดประตูเข้าไปทันที กลับพบเห็นร่างกายของนางสั่นเทานั่งอยู่ที่พื้น
ชิวเอ๋อร์รีบรุดย่อกายลงไปนั่งเทียบเท่า ประคองร่างกายนาง “ฮะ…ฮูหยินเป็นอะไรไปเจ้าคะ…เมื่อครู่นี้ท่านแม่ทัพออกไปสีหน้าไม่สู้ดีนัก หรือว่าเขารังแกอะไร ฮูหยินเจ้าคะ’
“ไม่ใช่…ข้าไม่เป็นอะไร” นางยิ้มกลบเกลื่อน
นัยน์ตาเศร้าของจ้าวจินจินอิงปิดไม่มิด มีหรือที่ชิวเอ๋อร์จะดูไม่ออกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น “ฮูหยินลุกขึ้นเถิดเจ้าค่ะ ท่านได้รับบาดเจ็บ ข้าจะทายาให้”
”อืม”
เซี่ยสิงฉวนตอนนี้โกรธเดือดดาลมากกว่าเดิม อนุภาคความโมโหร้ายยิ่งมากขึ้น เขาไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับสตรีมาก่อน เหตุใดสตรีที่ไม่สมควรอยู่กับเขาเมื่อคืน กลับเป็นนางไปได้
‘จ้าวจินอิง…’
มือของเขากำแน่นกว่าเก่า เห็นเส้นเลือดปูดโปนเด่นชัด เขารู้สึกร้อนรุ่มอยู่ในอก อยากจะจับสตรีผู้นั้นมาสับเป็นชิ้นๆ
“นายท่าน ระ…เรียกข้าน้อยมามีเรื่องอันใดหรือขอรับ” ห่าวอี้เดินออกมาพร้อมน้ำชาที่ถืออยู่ในมือ ดูจากสีหน้าอึมครึมเช่นนี้แล้วคงจะไม่ได้เป็นดังเช่นที่คิด
เขากดยิ้ม กวักนิ้วเรียกห่าวอี้เข้ามาใกล้ “มานี่…”
ชายหนุ่มชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ระ…เรียกข้าน้อยหรือขอรับ” หรือว่าจะมีรางวัลตอบแทนกัน เขาเดินเข้าไปใกล้คนเบื้องหน้า ทว่ารางวัลในครั้งนี้ช่างรุนแรงหนัก
เซี่ยสิงฉวนใช้เท้าถีบสะโพกห่าวอี้ล้มลง ตุ๊บ!...กลิ้ง…ขลุกๆ…ไปกับพื้น ถาดที่ถืออยู่ในมือหล่นลงตรงพื้นหญ้า
ห่าวอี้พยุงร่างกายตัวเองลุกนั่งคุกเข่าเจ็บปวดสะโพกราวกับถูกฉีก กำปั้นคำนับคนตรงหน้า “นะ…นายท่านข้าน้อยไม่ทราบว่าทำอันใดผิด”
เขาตวัดสายตาเหี้ยมเกรียมดุดันมองห่าวอี้ กล่าวว่า “เจ้าดูข้ายังไง ถึงปล่อยให้ข้าไปเรือนของสตรีผู้นั้นได้”
ห่าวอี้ลมหายใจแทบสะดุด ที่แท้ก็เรื่องนี้ “ ก็นายท่านเป็นคนสั่งห้ามไม่ให้ข้าน้อยตามมา ซ้ำยังบอกอีกว่าจะอยู่กับฮูหยิน….” ผิดแล้วๆ…ยิ่งเขาเรียกนางว่าฮูหยิน กลับถูกสายตาของผู้เป็นนายคาดโทษมากกว่าเก่า รีบรุดตั้งสติเปลี่ยนคำพูดทันที “ใช่แล้ว…แม่นางจินอิง นายท่านต้องการจะอยู่กับนางตามลำพัง จะให้ข้าน้อยกล้าเข้าไปห้ามได้เช่นไรกันขอรับ”
ห่าวอี้กลืนน้ำลายฝืดคอ ก้มใบหน้าลงต่ำ …..
เข้าเค้นเสียง “ฮึ” ในลำคอ ไม่คิดว่าผู้ติดตามมาหลายปี จะซื่อบื้อไม่รู้ความเช่นนี้ “ตัดเบี้ยเจ้าตลอดทั้งปีดีหรือไม่”
“ฮ้า!.....ขืนทำเช่นนั้นข้าน้อยจะทำเช่นไรเล่า” ห่าวอี้อ้าปากค้าง แทบเสียสติ เหงื่อโทรมกายไปทั่วร่าง สามีภรรยาไม่ลงร่องลงรอยกัน เหตุใดต้องมาลงโทษเขาด้วย
เขาอยากทุบศีรษะตัวเอง “เพราะข้าแท้ๆ ถ้าเมื่อคืนขัดคำสั่งวิ่งเข้าไปห้ามไว้ ทุกอย่างคงไม่เป็นเช่นนี้ ” เขาเงยหน้าขึ้นกลับไปมองผู้เป็นนายเดินไปไกลเสียแล้ว รีบจับชายผ้ารวบลุกขึ้น “นะ…นายท่านรอข้าน้อยด้วย”
