บทที่ 4 สตรีน่ารังเกียจ
เขาก้มพรมจูบไหปลาร้าแผ่วเบา สายตาหวานฉ่ำจับจ้องใบหน้าเพียงเสี้ยวของนาง จากนั้นเลื่อนมาจรดที่เชือกผูกเป็นปมไว้แน่น เขาก้มใช้ปากขบปลายเชือกปลดออกทันที เผยให้เห็นหน้าอกตอนนี้ของนางกำลังชูชันไร้สิ่งปกปิด ร่างกายเปลือยเปล่า หัวใจเขายิ่งลำพองใจมากกว่าเก่า
ฝ่ามือร้อนสากวางบนหน้าอกของนาง บีบเต็มกำมือ เขาสัมผัสได้ถึงเนื้อนิ่มเต่งตึงกำลังพอดี ในตอนนี้เขาไม่อาจดึงสติกลับมายิ่งลุ่มหลง มัวเมา รู้ตัวอีกทีก็เผลอเอาปลายลิ้นร้อนสากลากไล้เลียยอดหน้าอกของนาง ขบกัดดูดกลืนหยอกเย้าปลุกปั้นให้หญิงสาวมีอารมณ์ร่วมตาม มิอาจต้าน
“อะ…อื้อ…” ร่างกายนางกระตุกบิดเร้า น้ำเสียงแหบพร่า ได้แต่สั่นศีรษะ ขอความปรานี หากปล่อยให้เขาทำแบบนี้ต่อไป นางคงได้เผลอครางเสียงน่าอายออกมาต่อหน้าเขาเป็นแน่
เซี่ยสิงฉวนเปรยดวงตาสีดำสนิทยากคาดเดามองสตรีตรงหน้า สีหน้าท่าทางยั่วยวนของนางกลับยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาพุ่งสุดขีด ปลุกให้ช่วงล่างลุกขึ้นราวกับสายธนูที่ถูกดึงจนตึงมิอาจให้หยุดยั้งลง ท่วงท่าที่กระตุกตอบรับของนางยั่วยวนใจยิ่งนัก
ใบหน้าเขาแดงก่ำเป็นริ้วแดง เขาวางมือลงบนช่วงล่างของนางไร้สิ่งปกปิด ลูบปลายกลีบกุหลาบ เขาสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร้อนที่กำลังเปรอะเปื้อนข้อมือของเขา น้ำสีขาวขุ่นของนางออกมาตอบสนองได้ชัดถึงอารมณ์ของหญิงสาวในตอนนี้ต้องการ และปรารถนาในตัวเขา
ริมฝีปากของเขากระตุกยิ้ม ขยับกายขึ้นลากร่างกายของนางเข้ามาใกล้ ในขณะที่แท่งเนื้อขนาดใหญ่กำลังลากถูไถช่วงกลีบกุหลาบที่กำลังกระตุกรอการตอบสนองของเขาเข้าไปภายใน
เขาจับขาของนางแน่นดึงเข้ามาใกล้อีกนิด ก่อนที่จะสอดแท่งเนื้อปูดโปนเห็นเส้นเลือดเข้าไปภายในของนาง เชื่องช้าพยายามปรับลมหายใจให้คงที่ ร่างกายนางกำลังบีบรัด ร้อนรุ่มไปทั่วร่าง
นางกระตุกตอบรับ ข่มเสียงครางไว้ไม่ให้เผลอหลุดออกมา น่าอาย!...น่าอายยิ่งนัก เขากำลังมองของสงวนของนางอยู่
นางเบี่ยงใบหน้าหนี หลบสายตาอันตรายคู่นั้นของเขา น้ำตานางเริ่มหลั่งไหลคลอเบ้า ลมหายใจนางสะดุดทิ้งช่วงไปนานเพราะเจ็บปวด รู้สึกตึงหน่วงๆ บริเวณหน้าท้องไปหมด
ทะ…ทรมานเกินไปแล้ว…
แท่งเนื้อขนาดใหญ่เข้าไปภายในร่างกายนางทุลักทุเล เขาจับยอดอกของนางที่สั่นกระเพื่อมไหวบีบเคล้น ดันสะโพกเข้าไปอย่างรวดเร็ว ปึก!...
นางครางออกมาจากในลำคอ จับไปที่ท่อนแขนของเขาไว้แน่น “จะ…เจ็บ”
เขาคำรามดุดันออกมาจากในลำคอ เช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้มให้นาง โน้มใบหน้าเข้าใกล้ “ฉีหยี่”
นางได้สติมองบุรุษตรงหน้า ฉีหยี่หรือ?....ชื่อผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว ในสมองอันขาวโพลนกลับมีความสับสนผสมความเจ็บปวดอยู่ในหัวใจ ที่เขามีอะไรกับนางเพียงเพราะคิดว่าเป็นแม่นางผู้นั้นน่ะหรือ
ไม่ทันนางได้อ้าปากประท้วงเขาเริ่มขยับสะโพกดันแท่งเนื้อขนาดใหญ่เข้าออกร่างกายนางเบียดเสียดผิวเนื้อละเอียดภายใน
นางแทบเสียสติ เรี่ยวแรงที่มีหายไปในพริบตา เขาไม่ปรานีนางสักนิด ……
ชายหนุ่มมองสตรีใต้ร่างกำลังเคลื่อนไหวในขณะที่เขาออกแรงสะโพกกระแทกกับผิวเนื้อกลมกลึงของนางเริ่มรุนแรงขึ้นทุกที ผิวกายนางในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงจากฝีมือของเขา
นางขบริมฝีปากแน่น มือทั้งสองข้างกำผ้าปูเตียงหาที่ระบายความเจ็บปวด ในขณะที่น้ำตานางยังคงไหลพรากไม่หยุด มันช่างทรมานเหลือเกิน
เขายังคงปลดปล่อยอารมณ์หื่นกระหายออกมาไม่หยุดพักเข้ามาเรื่อยๆ อุณหภูมิร่างกายของเขาในตอนนี้กำลังแผดเผาผิวเนื้อนางร้อนรุ่มไปทั่วร่าง
นางอ้าปากครางเสียงหวานฉ่ำยากจะปรือตาขึ้น ร่างกายของนางยังถูกกระทุ้งกระแทกเข้ามาเรื่อยๆ ผสานเสียงคำรามต่ำราวกับราชสีห์ในตอนนี้กางกรงเล็บแข็งแกร่งจับหัวไหล่ของนางเหนี่ยวรั้งไว้ไม่อาจดิ้นให้หลุดพ้น ท่ามกลางความมืดสนิทที่มีเพียงลมหนาวผัดผ่านที่ไม่อาจต้านทานถูกเผาผลาญด้วยความร้อนระอุของหนุ่มสาวทั้งสองในยามค่ำคืน
ช่วงสายของวันรุ่งขึ้น ในเรือนนอนเงียบสงบไร้ผู้คนเข้ามารบกวนเพราะถูกจ้าวจินอิงห้ามปรามไว้ เซี่ย-สิงฉวนเริ่มรู้สึกตัว เขาลุกขึ้นมานั่งนวดขมับ เมื่อคืนเขาคงจะดื่มไปมากพอควร เขาพยายามนึกเหตุการณ์ในเมื่อคืนไม่ว่าพยายามเท่าใดก็นึกไม่ออก
เขาหันไปมองประตูถูกเปิดออก เห็นจ้าวจินอิงเดินเข้ามาข้างใน ข้างกายมีสาวใช้เดินตามหลังมากำลังหลุบตาลงต่ำ มาพร้อมกับอ่างน้ำขนาดเล็กและอาภรณ์ของบุรุษ
เขาแปลกใจชักสีหน้าถมึงทึงอึมครึมกว่าเดิมมองไปรอบๆ รับรู้แล้วว่านี่ไม่ใช่เรือนของเขา…เมื่อคืนเกิดอันใดขึ้น เขามาอยู่ที่เรือนของนางได้เช่นไร
“ห่าวอี้!...ห่าวอี้!” เขาตะโกนเรียกผู้ติดตามภายนอกเรือน ไม่รู้ตอนนี้หายหัวไปอยู่ที่ใดกัน เมื่อคืนดูแลเขายังไงถึงปล่อยให้ถูกสตรีผู้นี้พามาอยู่ที่นี่ได้ “ห่าวอี้ข้าเรียกไม่ได้ยินหรือไงกัน” เขาเมินนางมองไปทางหน้าประตู กลับไร้เสียงตอบรับ ไม่รู้เจ้าบ้านั้นไปหมุดหัวอยู่ที่ใด เรียกแล้วยังไม่โผล่มาอีก
