#####บทที่ 5 นอนแห้ง
"ภูมิคะ มื้อเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ" พลอยพัดชารีบสับเท้าเดินมาหาสามีที่กำลังลงจากบันไดแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังประตูทางเข้าออกของเรือนหอรอรักแห่งนี้
"พลอยทานเลยนะ วันนี้ผมรีบ คงไม่อยู่ทานด้วย" ภูมินทร์บอกปัดไปเช่นนั้น ก่อนจะรีบเดินออกไปอย่างรีบร้อนโดยไม่ไม่ฟังเสียงร้องเรียกจากเมียเลยสักนิด ส่วนพลอยพัดชาก็ได้แต่อ้าปากค้างอยู่กลางอากาศ ข่มกลั้นกลืนความรู้สึกวูบโหวงลงคอให้หมด พยายามทำตัวเป็นภรรยาที่ดีอย่างที่เขาต้องการให้ได้
เธอนั่งอยู่หัวโต๊ะ ที่เดิม ที่เก่า ที่บรรยายกาศมันช่างว่างเปล่าเงียบเหงาจนน่าละห้อยไห้หัวใจเหลือเกิน เสียงร้องไห้ที่ดังกระหน่ำอยู่ข้างในร้องประท้วงว่าก้อนเนื้อที่หน้าอกข้างซ้ายมันถูกทำลายจนแทบแหลกสลาย
ไม่ว่าจะหัน จะแล จะมองไปทางไหนก็พบแต่ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง นั่งกินข้าวเคล้าน้ำตาที่ตกอยู่ในใจด้วยความกล้ำกลืนฝืนทน เธอจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าครั้งล่าสุดที่เราทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาด้วยบรรยากาศที่มันอบอวลไปด้วยรักเหมือนครั้งแรกสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
"น่าสงสารคุณพลอยจังเลยนะจ๊ะป้า" บัวถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหนื่อยหน่ายแทนเจ้านายผู้แสนดีเหลือเกิน "ไม่รู้ชาติที่แล้วคุณพลอยไปทำกรรมอะไรไว้ถึงต้องมาเจอสามีแบบคุณภูมิเนี่ย"
นี่คือภาพเดิมที่หล่อนและป้าพริ้งต้องเจอทุกวันจนเปรียบเสมือนโรงภาพยนตร์ที่ฉายเทปเดิมหมุนซ้ำ ๆ
ป้าพริ้งเหลืออดกับหลานสาวตัวดีคนนี้เหลือเกิน วัน ๆ ชอบสอดรู้สอดเห็น ซุบซิบนินทาเรื่องเจ้านายไม่เคยขาดปาก "โอ๊ย!! ป้าหยิกฉันทำไหมเนี่ย"
"ก็หยิกให้แกสำนึกไง ถ้าเกิดเรื่องนี้ใครมาได้ยินเข้า แกจะไม่มีที่ซุกหัวนอนอีบัวเอ้ย!" เรื่องบางอย่างต่อให้รู้แจ้งแก่ใจมากเพียงใด แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถเอื้อนเอ่ยออกไปได้ทั้งหมดเสียหน่อย ดั่งคำโบราณเขาว่าขาน ‘พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง’
ผ่านไปสามวัน
สามีส่งข้อความผ่าน messenger มาบอกกล่าวแก่เธอเพียงประโยคสั้น ๆ ว่า ติดงานคงไม่ได้กลับไปนอนที่บ้าน ก่อนหายตัวและขาดการติดต่อไปเลยนานนับสามวัน
พลอยพัดชาพยายามติดต่อหาเพื่อนสนิทของเขาทุกคนที่เธอพอจะรู้จักและเคยพูดคุยกันอยู่บ้าง รวมถึงเลขาส่วนตัวของเขาอย่างคุณพิมลพรก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าภูมินทร์ทำงานหนักทั้งวันทั้งคืนจริง ๆ จึงไม่มีเวลาตอบกลับหาเธอเลย
แน่นอนว่าคนเป็นเมียที่จงรักภักดีและไว้เนื้อเชื่อใจผัวเท่าชีวิตอย่างพลอยพัดชาคนนี้ไม่ระแคะระคายหรือสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น
หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมาใช้นิ้วเลื่อนปลดล็อกรหัสผ่านหน้าจอก่อนจะจิ้มเข้าแอปพลิเคชั่นสีเขียวเพื่อส่งข้อความหากลุ่มเพื่อนสนิทที่มักจะพูดคุยแชร์แลกเปลี่ยนเรื่องราวต่าง ๆ กันเป็นประจำทุกวัน
แก๊งนางฟ้าแห่งบุปผา
ชื่อแก๊งนี้พวกเธอไม่ได้สถาปนาหรือตั้งลอย ๆ ขึ้นมาเอง แต่เป็นเพื่อน ๆ รุ่นพี่ รุ่นน้อง ในโรงเรียนต่างหากที่สมญานามให้ตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เพราะตอนนั้นแก๊งพวกเราถูกมองว่าเป็นแก๊งรวมเหล่าคนสวยตามแบบฉบับของเด็กในวัยนั้น
นับได้ว่าเมื่อก่อนพวกเธอน่ะโก้ และฮอตสุด ๆ มีทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง หรือเพื่อนรุ่นเดียวกันรุมล้อมจีบต่อคิวยาวเป็นหางว่าวจากปัตตานีถึงเชียงรายโน้น
อีพอยคนมีผัว : ว่างกันไหมมมมม~~~
เธอล่ะไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมถึงต้องตั้งชื่อเธอว่าอีพลอยคนมีผัว ทั้ง ๆ ที่ทุกคนก็มีผัวกันหมด ยกเว้น มิลิน สาวสวยสุดฮอตที่สุดแห่งแก๊ง จอมเลือกมาก เลือกนาน จนต้องครองโสดมาจนถึงทุกวันนี้ ได้แต่มองดูเพื่อนแต่งงานไปทีละคนทีละคน
อดีตชื่อรส ปัจจุบันกระแดะชื่อโรส : Whyyy??
นีน่าไม่เล่นนะคะ : ขอแค่บอก ก็พร้อมว่าง 24 hr. จร้าาาเบบี๋
อีพอยคนมีผัว : จะชวนไปนั่งคาเฟหน่อยย
อดีตชื่อรส ปัจจุบันกระแดะชื่อโรส : Oh my god!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
อดีตชื่อรส ปัจจุบันกระแดะชื่อโรส : you เป็นใคร๊วววววว
อดีตชื่อรส ปัจจุบันกระแดะชื่อโรส : อีพอยตัวจริงป้ะ! fake or real ?
อีพอยคนมีผัว : ตัวจริงเสียงจริงนี่แหละ ไปไหม
อีพอยคนมีผัว : เศร้า
อดีตชื่อรส ปัจจุบันกระแดะชื่อโรส : เออไป ๆ ที่ไหนดีล่ะ
อีพอยคนมีผัว : flowers garden cafe ไหม
อดีตชื่อรส ปัจจุบันกระแดะชื่อโรส : ไป ๆ ขอหาชุดแซ่บ ๆ แพร๊บบบบ ล่อผัวหน่อย มันบินกลับบ้าน
อีพอยคนมีผัว : โอเค้ะะ เจอกันบ่ายโมง
อดีตชื่อรส ปัจจุบันกระแดะชื่อโรส : ดีลจ้า my friend.
อดีตชื่อรส ปัจจุบันกระแดะชื่อโรส : See you soon.
อีพอยคนมีผัว : นีน่าไม่เล่นนะคะ มิลินสวย ใส ไร้สมอง ไปไหม ว่างกันรึเปล่า
นีน่าไม่เล่นนะคะ : ไปป กูว่างพอดีเลย ผัวบินไปดีลงานที่จีน
นีน่าไม่เล่นนะคะ : แจกันจ้า จะเอาให้แซ่บจนผัวรีบบินกลับไทยเหมือนกัน
อีพอยคนมีผัว : เจอกันนนน
อีพอยคนมีผัว : มิลินสวย ใส ไร้สมอง ลินว่างไหม ไปด้วยกันป่าว
อีพอยคนมีผัว : ถ้าจะมาเจอกันร้าน flowers garden นะ
อีพอยคนมีผัว : แต่ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไรเลย ไว้เจอกันวันหลังได้
ดูเหมือนมิลินดาจะไม่ว่าง ผ่านไปเกือบ 5 นาทีแล้วก็ยังคงไม่เข้ามาอ่านข้อความ พลอยพัดชาจึงพิมพ์แชททิ้งไว้เพียงเท่านั้น แล้วรีบเดินไปอาบน้ำชำระร่างกายผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อออกไปคลายเครียดกับเพื่อนหลังจากที่นั่งเหงาเปล่าเปลี่ยวมานานร่วมสามวันเต็ม ๆ
โดยไม่ลืมที่จะส่งข้อความบอกสามีให้รับทราบอย่างที่ทำเป็นประจำทุกครั้งก่อนจะออกจากบ้านไปทำธุระหรือไปไหนก็ตามแต่
ploy_ph : วันนี้พลอยออกไปนั่งคาเฟกับโรสและนีน่าที่ร้าน flowers garden นะคะ
ploy_ph : ไปไม่นานค่ะ ไม่เกิน 3 ชั่วโมง
ploy_ph : ถ้ากลับถึงบ้านแล้วพลอยจะรีบทักบอกนะคะ
ploy_ph : ภูมิก็ต้องดูแลตัวเอง พักเหนื่อย ทานข้าวบ้างนะคะอย่าหักโหมทำงานมากเกินไป เดี๋ยวร่างกายจะไม่ไหวเอา
ploy_ph : พลอยรักภูมินะคะ
แต่ดูเหมือนสามีจะยุ่งมากจริง ๆ จึงไม่มีเวลาแม้กระทั่งเจ็บเวลาว่างมาอ่านแชทหรือตอบข้อความเธอเลย แม้กระทั่งข้อความที่ส่งไปตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนก็ยังไม่ถูกเปิดอ่านเช่นกัน...
‘flowers garden cafe'
คาเฟ่ขนาดเล็กแถวชานเมืองที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาชนิดถูกปลูกอยู่โดยรอบอันนาบริเวณอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานและบรรยากาศสดชื่นที่ผ่อนคลายจิตใจช่วยปลอบประโลมหัวใจในยามกำลังเผชิญกับปัญหาเคร่งเครียด
ร้านนี้เป็นร้านโปรดของเพื่อนแก๊งนางฟ้าตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นช่วงพักเที่ยง ช่วงเย็น หรือไม่มีเรียนในคาบบ่ายคาบเช้าก็ตามแต่ ก็มักจะแวะมาอุดหนุนนั่งพูดคุยกันตามประสาเพื่อนสาวกันอยู่เป็นประจำ จึงแทบจะกลายเป็นลูกค้าขาประจำที่เจ้าของร้านจำหน้าได้แล้วก็ว่าได้
แต่หลังจากที่เรียนจบมหาวิทยาลัยต่างคนต่างก็แยกย้ายไปมีครอบครัว มีชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ได้มีโอกาสพบเจอกันบ่อยครั้งเหมือนดั่งสมัยเรียน นาน ๆ ครั้งถึงจะได้นัดกันมาพบปะถามไถ่สารทุกข์สุขดิบที่ร้านคาเฟเจ้าประจำแห่งนี้
โดยเฉพาะพลอยพัดชา...
ตั้งแต่ที่เธอตัดสินใจใช้ชีวิตคู่เป็นผัวเมียอยู่กินกับภูมินทร์ อีกฝ่ายเป็นคนขี้หึงขี้หวงมาก ให้เธอลาออกจากที่ทำงานเพื่อที่จะได้ไม่มีเพื่อนร่วมงานเพศชายคนใดมาแทะโลมหรือตามเร้าหรือเมียตัวเอง ให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเป็นนกน้อยในกรงทองที่เคยมีความสุขมาก ๆ ครั้งหนึ่ง
แต่วันนี้ยังมีความสุขจริง ๆ หรือเปล่าเธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน...
พลอยพัดชาย่างก้าวเข้าไปถึงคาเฟ ก็เดินตรงไปยังโซนด้านนอกสวนซึ่งเป็นที่ไพรเวทที่พวกเธอจองไว้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ก็พบกับเพื่อนสนิททั้งสองคนอย่างรสิตาและนารีตานั่งรออยู่ก่อนแล้ว
ซึ่งแน่นอนไม่ผิดหวังกับสไตล์การแต่งกายของทั้งคู่อีกเช่นเคยจริงๆ แซ่บ เผ็ด ร้อน พริกสิบเม็ด!! พร้อมโพสต์ลงอินสตาแกรมล่อหลัวกลับบ้านของแท้
ตัดภาพมาที่เธอ...ชุดเดรสเสื้อเชิ้ตสีขาวผ้าชีฟองกับกระโปรงสีน้ำตาลหม่นความยาวเพียงขอบหัวเข่าที่สามีเลือกให้กับมือและบอกว่ามันเหมาะเมื่อมาอยู่บนร่างกายของเธอ
"ยัยพลอยยยยยยยยยยย" ทั้งสองสาวยกมือโซฮายทักทายตามประสาเพื่อนพร้อมกับเอ่ยขานเรียกชื่ออย่างพร้อมเพรียง จนพลอยพัดชาต้องรีบก้าวยาว ๆ ไปให้ถึงเป้าหมายโดยเร็วที่สุด ไม่ใช่เพราะคิดถึง แต่..
ยกนิ้วชี้เรียวยาวขึ้นทาบริมฝีปาก "จุ ๆ อย่าเสียงดัง อายคนนะเนี่ย"
