บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 3 คนที่ไม่เหมือนเดิม

"จริง เหอะ ไอ้ภูมิมันมีเมียน้อยรึเปล่าวะ" จู่ ๆ รสิตาก็โพล่งปากขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่หารู้เลยไม่ว่าคำพูดเพียงชั่ววินาทีนั้นทำให้ทุกคนหยุดชะงักแม้กระทั่งพลอยพัดชาเองก็ด้วยเช่นเดียวกัน

ไม่เคยมีความคิดอกุศลแง่ลบเช่นนั้นเข้าหัวเธอมาก่อน และเธอก็มั่นใจในตัวคนที่เธอเลือกด้วยสติ เลือก ด้วยความรักว่าเขาไม่มีทางทรยศความสัมพันธ์อันยาวนานของเราได้แน่นอน

แต่คำพูดของเพื่อนสนิทเมื่อครู่มันก็สะกิดขั้วหัวใจของเธออย่างรุนแรงเหลือเกิน พลอยพัดชาสะอึกไปครู่ใหญ่ ๆ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อย หมุนตัวหันหน้ากลับไปค้านอย่างสุดกำลัง

"ภูมิไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอก ภูมิเค้ารักฉันจะตาย" พลอยพัดชายืนยันด้วยแววตาแน่วแน่ "พวกแกน่ะคิดมากกันไปเอง ชอบมองภูมิเขาในแง่ลบตลอด"

"มึงนั่นแหละที่โลกสวยเกินไปค่ะยัยพลอย" นารีตาอยากจะโบกกบาลเพื่อนคนนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป "ระวังไว้หน่อยก็ดี คนเราต่อให้สนิทกันมากแค่ไหนก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้เสมอไป"

"หมายความว่าอะไรวะ" รสิตาขมวดคิ้วนิ่วหน้าจนแทบจะยับยู่ยี่ติดกันหมด แหงล่ะสิก็ในเมื่อคำพูดประโยคนี้มันออกมาจากปากของคนที่ในชีวิตนี้ไม่คิดอะไรเลย จึงกลายเป็นที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ

"นั่นสิคะพี่นี่น่า พูดอย่างกับว่าพี่ภูมิแอบเล่นชู้กับคนใกล้ตัวพี่พลอยอย่างนั้นน่ะ" แพรวรรณหลุดขำออกมา "บ้าบอ ถ้าเกิดสนิทก็ต้องรู้นิสัยใจคอกันถึงลึกถึงพุงแล้ว แล้วใครจะเอาคนพันนั้นกันคะ นอกจากพี่พลอยแล้วเห็นทีคงไม่มีใครทนความประสาทแดกขแงพี่ภูมิไหวหรอก"

"ก็จริงอย่างที่ยัยพลอยมันพูด" รสิตาเห็นด้วยเต็ม ๆ

"มันก็ไม่แน่หรอกนะ บางทีคนเราคิดว่ารู้จักดี อาจจะไม่เคยรู้จักเลยก็ได้"

"อีนีน่า เลิกพูดจากำกวมสักที ปวดเฮด กลุ้มฮาร์ท!" เมลินดารีบตอบปัด ๆ เปลี่ยนเรื่องไป "อย่าไปฟังอีนีน่ามันมากเลย ไหน...ยิ้มก่อนสิ้ เดี๋ยวถ่ายรูปออกมาไม่สวยมาโทษกูไม่ได้นะยะ"

สีหน้าที่ไม่สู้ดีของพลอยเมื่อครู่ ค่อย ๆ กลับเข้าสู่โหมดปกติหลังจากที่เมลินดาสั่งเบรกให้ทุกคนหยุดเอาเรื่องบ้า ๆ ที่ไร้มูลเหตุแห่งความจริงมากรอกหูเธอ

...

ตกเย็น

พระอาทิตย์เลื่อนลอยใกล้จะลาลับขอบฟ้าเต็มที แสงสีสว่างสดใสที่แผดแดดจ้าในยามกลางวันบัดนี้เริ่มอ่อนคล้อยกลายเป็นสีท้องฟ้ารำไร...ฟากอีกฝั่งหนึ่งเริ่มเห็นเงาพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวอยู่ลาง ๆ บ่งบอกว่าเวลากลางคืนประชิดตัวเข้ามาทุกทีแล้ว

แกรก!

บานประตูถูกเปิดเข้ามา พลอยในชุดราตรีสีชมพูอ่อนความยาวประมาณเข่าเดินเข้าไปสวมกอดสามีจากทางด้านหลังอย่างที่เคยทำเป็นประจำ

"เตรียมชุดให้ผมแล้วใช่ไหม"

"ค่ะ แล้วนี่งานเริ่มกี่โมงคะ พลอยจะได้เตรียมตัวถูก" หลังจากปล่อยกอด พลอยพัดชาก็เดินเข้าไปจัดแจงของให้สามีต่อ "ภูมิว่าพลอยใส่ชุดนี้สวยไหมคะ"

ภูมินทร์ที่ไม่ได้สนใจหรือสังเกตตั้งแต่แรกว่าวันนี้มันมีเรื่องผิดปกติบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นกับสภาพเมียอันแสนจืดชืดที่คุ้นตาเป็นอย่างดีในทุก ๆ วันของเขา

ร่างบอบบางที่เคยเห็นจนชินตา มัดผมขมวด ๆ เป็นมวยไว้กลางศีรษะ แต่งกายด้วยเสื้อยืดกางเกงขายาวธรรมดาทั่วไป หน้าจืดชืดปราศจากการแต่งเสริมเติมสีสันเข้าไปจนบางครั้งเขาก็แอบหลงลืมไปว่าพลอยพัดชาอยู่บ้านหลังนี้ในฐานะเมีย

แต่วันนี้กลับดูแปลกตาไป บนใบหน้าที่เคยจืดชืดซีดเหมือนไก่ต้มนั้นวันนี้ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนสวยสะพรั่งแลดูอิ่มเอิบมีชีวิตชีวาขึ้นมา ส่วนถัดมา...เดรสสีชมพูพาสเทลปาดไหล่ความยาวเทียมหัวเข่า บริเวณเอวคอดกิ่วและบั้นสะโพกนั้นรัดเข้ารูปเป็นอย่างดี ทว่าปล่อยชายบานพองตัวเล็กน้อย

“ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้ จะออกไปไหน” ภูมิขมวดคิ้วถามอย่างนึกสงสัย นานมาก นานจนจนจำไม่ได้ ครั้งล่าสุดที่พลอยพัดชาออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่ด้านนอกมันตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วก็ไม่รู้

“ก็..." แม้เกิดความงงงวยเล็ก ๆ ในใจแต่มิได้เอื้อนเอ่ยถามไถ่ออกไป "ไปงานประมูลเครื่องเพชรกับภูมิยังไงล่ะคะ"

หญิงสาวเม้มปากเข้าหากันเล็กน้อย ฝ่ามือเลื่อนมาประสานกันบริเวณเป้ากลางกายแล้วเผลอบีบเน้น จิกเล็บอัตโนมัติตามสัญชาตญาณของคนที่กำลังมีแรงอึดอัดคับข้องอยู่ในใจ

เธอทำได้เพียงแต่ก้มหน้ามองมือที่กำลังประสานกันอยู่ด้วยความรู้สึกวูบโหวงที่มันเล่นงานเข้าไม่น้อย

หลายร้อยหมื่นพันคำถามนับไม่ถ้วนที่กำลังหลั่งไหลเข้ามากองอยู่ที่คอหอย แต่สถานการณ์ในตอนนี้มันไม่ต่างอะไรจากน้ำท่วมปากที่ต่อให้มีหลายสิ่งหลายอย่างอยากเอ่ยไปมากแค่ไหนก็ทำได้เพียงแค่เงียบ

"พะ...พลอยก็นึกว่าภูมิจะ...จะให้พลอยไปด้วย" น้ำเสียงนั้นสั่นเครือโลเลไร้ซึ่งความมั่นใจใด ๆ

"ไปทำไม"

"..." เธอเผลอแสดงปฏิกิริยากดเล็บจิกลงบนฝ่ามือแรงกว่าเมื่อครู่โดยไม่รู้ตัว

"ผมว่าพลอยไม่ต้องไปหรอก อยู่บ้านนี่แหละ" เขาตอบปัด ๆ ไปอย่างนั้น ดูท่าไม่ค่อยจะสบอารมณ์สักเท่าไหร่ ก่อนหมุนตัวไปทำอย่างอื่นแทนเพื่อเลี่ยงที่จะยืนประขันหน้าอยู่กับพลอยในสภาพอย่างนี้

"ทำไมล่ะคะภูมิ ทำไมพลอยถึงไปด้วยไม่ได้..." น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาลงเรื่อย ๆ จวนมาถึงคำท้าย ๆ ก็แทบจะถูกกลืนหายเข้าไปในลำคออยู่แล้ว

"พลอย." ภูมินทร์กดเสียงต่ำพร้อมกับลอบถอนหายใจในลำคอเบา ๆ ราวกับว่าเหลืออดเหลือทนกับเธอเต็มทีเสียอย่างนั้น "ไปให้ได้อะไร มีความรู้หรือว่าเคยประมูลเครื่องเพชรเหรอไง อับอายขายขี้หน้าชาวบ้านเขาเปล่า ๆ น่ะ อยู่บ้านน่ะดีแล้ว"

สิ้นเสียงภูมินทร์ก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับเสื้อผ้าที่ภรรยาเตรียมเอาไว้ให้ ทิ้งหญิงสาวให้นั่งน้ำตาตกในอยู่ตามลำพัง

"ฮึก..." เสียงสะอึกสะอื้นเล็ดลอดออกมาบางจังหวะ เธอรีบปาดน้ำตาออกจากใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีเพื่อเตรียมจะออกไปร่วมงานกับเขาในค่ำคืนนี้ เพราะเกรงกลัวว่าหากภูมินทร์เห็นเข้าคงดุด่าว่ากล่าวเธออีกโทษฐานที่เธอทำตัวน่าเบื่อ น่ารำคาญ

ถึงเวลาที่เขาต้องออกจากบ้านอีกเช่นเคย และก็ทิ้งเธอไว้ในอาณาเขตหลังนี้ที่แม้ว่ามันจะกว้างขวางขนาดไหน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกถึงความมีอิสระเลยสักครั้ง

ชีวิตของพลอยพัดชาตอนนี้ไม่ได้ต่างจากนกน้อยที่ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวให้อยู่แค่ในกรงทองรอวันที่เจ้าของมันจะกลับมาป้อนข้าวป้อนน้ำอย่างน่าเวทนา

"อ้าวคุณพลอยไม่ได้ออกไปกับคุณภูมิเหรอคะ" ป้าพริ้งเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความสงสัย ก็เห็นเมื่อตอนเย็นอีกฝ่ายแต่งตัวสะสวยเตรียมตัวจะไปร่วมงานประมูลเครื่องเพชรกับผู้เป็นสามี ทว่าเหตุใดจึงออกไปเพียงลำพังแล้วปล่อยเมียให้ทนอุดอู้อยู่ในบ้านเหมือนเคย

"พะ..พลอยรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวน่ะคะป้าพริ้ง ก็เลยไม่ไปดีกว่า เกรงว่าอาการมันจะหนักกว่าเดิม" ตอบเลี่ยงไป เลือกที่จะโบ้ยใส่ตนเองและออกตัวปกป้องสามีอย่างที่ทำเป็นประจำทุกครั้ง

จากคำบอกกล่าวของพลอยพัดชา "ภูมิ" ไม่เคยได้รับบทบาทเป็นคนที่กระทำความผิดเลยสักหน เธอเลือกที่จะเก็บรับมันเอาไว้เองและเทิดทูนสามีเหนือเกล้าเหนือศีรษะราวกับอีกฝ่ายเป็นของศักดิ์สิทธิ์อยู่สูงส่งที่ไม่ควรต้องแตกเปื้อนมลทิน

"และนี่คุณพลอยทานยาหรือยังคะ ให้ป้าเตรียมข้าวเตรียมอาหารรองท้องให้ดีไหมคะ" ถึงป้าพริ้งจะไม่เชื่อสาเหตุที่อีกฝ่ายไม่ได้ออกไปร่วมงานราตรี ทั้ง ๆ ที่เตรียมตัวตั้งแต่ช่วงสาย ๆ เพราะเจ้าตัวรู้สึกไม่ค่อยสบายจริง แต่ก็ยินยอมเออออไปไม่ได้ขัดคอด้วยรู้ดีว่าก็คงเลือกปกป้องสามีเช่นเคย

"ขอบคุณมากคะป้าพริ้ง แต่พลอยไม่รบกวนภาพจริงดีกว่าค่ะพลอยมีแซนด์วิชแล้ว เดี๋ยวทานแซนด์วิชเสร็จค่อยทานยาก็ได้ค่ะ"

"ค่ะคุณพลอย"

เมื่อเทนมใส่แก้วเสร็จ ก็เดินกลับขึ้นมาชั้นบนของบ้าน ยกดื่มไปประมาณครึ่งแก้วสลับกับแซนด์วิชแค่ สองสามคำก็วางมันกลับใส่กล่องปิดให้เรียบร้อย

แขนเรียวบางเลื่อนไปหยิบกรอบรูปที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์หัวเตียงขึ้นมาถือเอาไว้ ปลายนิ้วยาวลูบไล้กระจกด้านบนเบา ๆ ด้วยสายตาละห้อยไห้น่าสงสารจับใจ

ภาพแต่งงานเมื่อห้าปีก่อนถูกบันทึกเอาไว้บ่งบอกว่าครั้งหนึ่งมันเคยเกิดขึ้นจริงและความสุขคงอยู่กับเธออย่างแท้จริงตลอดมา...

หรือไม่?

เป็นอีกคืนพี่พลอยพัดชาต้องนอนกอดรูปภาพบ่าวสาวในวันแต่งงานแล้วนอนหลับไปบนเตียงขนาดใหญ่ที่ไร้ซึ่งคนข้างกาย

นึกถึงเมื่อก่อนที่นอนเบียดกันจนขยับตัวไปไหนไม่ได้คล้ายกับเตียงมันขนาดเล็กมาก เพิ่งรู้ตัวตอนนี้นี่เองว่าเตียงโคตรใหญ่ ใหญ่จนทำให้เธอรู้สึกเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างวังเวงหัวใจเหลือเกิน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel