บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 2 เพื่อเธอ

หลังจากที่ส่งสามีขึ้นรถไปทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว พลอยก็ต่อสายหาเพื่อนสนิทเพื่อขอความช่วยเหลือให้แม่สามสาว high fashion ทั้งหลายช่วยมาเป็นดีไซเนอร์ดีไซน์ผู้หญิงจืดชืดแบบเธอให้เรียบหรูดูดีเหมาะสมที่จะยืนเคียงคู่ผู้บริหารอย่างสามีของเธอเสียหน่อย

ผู้คนเขาจะได้ไม่ครหาหรือติฉินนินทาได้ว่าพอตกแต่งมีสามีแล้วปล่อยเนื้อปล่อยตัว

พอพลอยพัดชาเอ่ย ทุกคนก็รีบตอบตกลงแบบปุบปับทันที เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่แม่บ้านสาวอย่างเธอจะได้ออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่อย่างผู้คนในวัยเดียวกันหรือคนอื่น ๆ เพราะต้องคอยอยู่ดูแลบ้านและรอปรนนิบัติพัดวีสามีตามหน้าที่ภรรยา

มีครั้งหนึ่งเธอเคยออกไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน กลับมาบ้านเย็น โดนรุมตำนิติเตียนว่าทำไมถึงไร้ความรับผิดชอบ ไม่อยู่ดูแลบ้านปล่อยให้แม่บ้านอยู่กันตามลำพัง หากมีข้าวของหายหรือเกิดอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ หลังจากนั้นเธอจึงไม่กล้าออกไปไหนอีกเลย

ณ ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง

"ชุดนี้จืดมากกกก โอ๊ย รับไม่ได้" รสิตาแทบจะเอามือก่ายหน้าผากให้กับความไร้รสนิยมและโบร่ำโบราณเก่าแก่คร่ำครึของเพื่อนสนิท

หล่อนน่ะมีความใฝ่ฝันอยากเดินทางสายฝอ มีหลัวเป็นพวกหนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าว กล้ามแน่น ๆ ตั้งแต่สมัยเป็นสาวกระโปรงน้ำเงินจีบรอบโน้น จนตอนนี้น่ะสำเร็จแล้วหลังจากปัดทินเดอร์ เข้าวงการสายมูมาหลายสำนัก

อีรสสุคนธ์ในวันนั้น ตอนนี้คือ โรส (ที่แปลว่าดอกกุหลาบ) มาดามฝรั่ง เมียบักโจนี่ ที่โคตรบัดซบ อีโรสใฝ่ฝันอยากไปนั่งกระดิกนิ้วเท้าอยู่เมืองฝรั่ง ใส่เสื้อคลุมขนหมาตัวหนา ๆ เล่นเจสกีบนหิมะโปรยปรายขาวโพลนไปทั่วผืนแผ่นดิน แต่ไอ้บักโจนี่มันติดใจเมืองไทยซะงั้น! เปิบข้างเหนียว จกปลาแดกเก่งกว่าเมียมันที่เป็นไทยแท้เสียอีก

"จริง ดูจืด ๆ ไปป้ะ ไปงานทั้งทีก็ให้เด่น ๆ หน่อยสิ้" นารีตายกมือขึ้นกอดอก เออ-ออห่อหมกตามไปด้วย นางคนนี้ชื่อว่ายายนีน่า สาวสวยหน้าหมวยเชื้อสายจีนที่ผิวนี่ขาวจั๊วะ หน้าเจี๊ยะ ไม่ต้องบำรุง ฉีดเพิ่มเสริมแต่งอะไรให้สิ้นเปลืองงบประมาณเลย

มีผัวแล้วเหมือนกัน หนุ่มหน้าตี๋ ตาเท่าปลากัดตัวเล็ก ๆ ถูกจับคลุมถุงชนตามสไตล์ที่เตี่ย หม้า หวังจะดองเป็นทองแผ่นเดียวกันอย่างที่ลูกสาวไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โชคดีที่ อาตี๋ (ผัวมันชื่อตี๋) เป็นคนดี ต้องตรงตามสเปก เข้ากันได้แบบราบรื่น ก็เลยรอดตัวไป!

"ก็ไอ้ภูมิน่ะขี้หึงจะตาย พวกมึงลืมไปแล้วรึไง" จู่ ๆ มิลินก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ "จำได้ป้ะ ตอนปีสี่ที่มันเพิ่งคบกันใหม่ ๆ อีพลอยถูกเปลี่ยนชุดนักศึกษายกเซต เสื้อเอย กระโปรงเอย คุยกับผู้ชายไหนก็ไม่ได้หึงไปหม้ด! ยันวันแต่งงาน ชุดเจ้าสาวนี่กูนึกว่าชุดแม่ชี ปิดถึงคอหอย แขนยาวไม่มีส่วนเว้าเลย ร้อนตายห่า"

คนนี้ "มิลิน" เมลินดา นางฟ้าตัวทอปประจำแก๊งนางฟ้า คาสโนวี่ตัวแม่ที่เปลี่ยนผู้ชายบ่อยไม่ซ้ำหน้า บ้างก็คุยพร้อมกันทีเดียวสี่ห้าคน มีแอ็กเคานต์บนเฟซบุ๊กนับไม่ถ้วน หนุ่ม ๆ นี่รายล้อมหน้าหลัง ต่อแถวคิวจีบยาวเป็นหางว่าว แต่ช่างแปลก...ปัจจุบันไร้ผัว

"เออเนอะ จริงนี่ ใช่ป้ะ ๆ น้องแพร" โรสลืมคิดสิ่งสำคัญข้อนี้ไปเสียสิ้นเลย

"จริงค่ะพี่โรส พี่ภูมินี่อะไรก็ไม่รู้ หวงพี่พลอยเกินเบอร์ แพรล่ะเซ็งแทน" แพรวรรณขานตอบ 'แพร' หรือ 'แพรวรรณ' น้องสาวของพลอยพัดชา หน้าตาละม้ายคล้ายกันราวเป็นเป็นฝาแฝดที่ผลัดเวียนกันมาเกิดคนละรอบเสียอย่างนั้น

แตกต่างกันเพียง "แพรวรรณ" ไม่ใช่แนวเรียบร้อย ประหนึ่งกุลสตรีที่หลุดออกมาจากพระราชวังอย่างพี่สาว แต่เป็นหญิงสาวที่มีความแฟชั่น การแต่งตัวเรียบหรูดูดีสมกับเป็นดาราสาวชื่อดังผู้นำเทรนด์ในปัจจุบัน ทั้งนิสัยใจคอ ฝีปาก การวางทีท่าทุกกระบวนการยังแช่มช้อยน่าดู จริตจะก้านมิได้จืดชืดแต่กลับตื่นเต้นเร้าใจ

"แพร อย่าไปว่าภูมิเขาแบบนั้นสิ เรานี่นะ" พลอยพัดชาแอบดุน้องสาวอย่างไม่จริงจังนัก เธอส่ายหัวเล็กน้อย จะทำอย่างไรตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้แพรวรรณก็ไม่เคยมีทีท่าพออกพอใจสามีเธอสักทีราวกับเคยทำกรรมต่อกันมาเมื่อชาติปางก่อน จึงได้ไม่ถูกชะตากันเช่นนี้

โชคดีที่สามีเธอไม่ได้เป็นคนคิดมาก หรือเก็บเอาเรื่องพวกนี้มาใส่ใจคิดเล็กคิดน้อยจนกลายเป็นประเด็นกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมา

"เหอะ! ก็แพรพูดความจริงนี่คะ พี่พลอยออกจะสวย ดูดี ไปไหนก็มีแต่คนมอง คนชื่นชม แล้วทำไม๊ทำไมพี่ภูมิถึงไม่อยากให้เมียตัวเองสวย ไม่อยากให้เมียตัวเองดูดี ต้องแต่งตัวเป็นแม่บ้านเหมือนคนที่จะไปบวชชีอยู่รอมร่อ แถมให้เมียเก็บตัวอยู่แต่บ้านอีก โอ้ยยย แพรจะเครซี่ หึงหวงขนาดนี้ไม่ต้องมีมงมีเมียมันดีกว่าไหม" แพรวรรณพูดพร้อมกับกรอกตาด้วยความเอือมระอากับความหึงหวงเมียอย่างกับคนปัญญาอ่อนของพี่เขย

"ถู้กกกกก" นารีตาตบขาดังผาง ถูกอกถูกใจยิ่งนัก คำพูดของแพรวรรณเมื่อครู่เข้าหัวใจเธอเต็ม ๆ ดู๊ดูนี่ขนาดน้องเมียยังพูดถึงไอ้หมอนั่นทำนองนี้เลยแล้วพวกหล่อนล่ะไม่อยากจะสาธยาย นินทากันฉ่ำสะบัดเชียว

"พอ ๆ " พลอยรีบยกมือขึ้นห้ามปรามเพราะเห็นอีกสองคนเพื่อนสนิทก็กำลังจะอ้าปากเข้าร่วมวงสุมหัวเรื่องสามีของเธอด้วย ไม่เช่นนั้นคงไม่จบง่ายแน่ ๆ "มาช่วยเลือกชุดได้แล้ว"

"แหมม พูดถึงผัวนิดผัวหน่อยไม่ได้เลยนะจ๊ะ ปกป้องออกนอกหน้าเหลือเกิ้น โอ๊ยยย หมั่นไส้เนอะ" โรสเบะปากกรอกตามองบน ก่อนจะยกหัวไหล่ขึ้นสองสามครั้งเชิงไม่รู้ไม่ชี้ตามประสาหล่อน

หลังจากนั้นก็ช่วยกันเลือกเสื้อผ้าและแต่งองค์ทรงเครื่องเพื่อนสาวที่อยู่ในคราบแม่บ้านสุดแสนจืดชืดให้กลายเป็นหญิงสาวที่ดาราเบอร์หนึ่งของเมืองไทยในตอนนี้ก็ไม่อาจเทียบเคียงติด

"สวยย แบบสวยตะโก้นนนน" เมลินดาใช้ฝ่ามือลูบปลายคางป้อย ๆ พยักพเยิดใบหน้าอย่างภูมิอกภูมิใจในฝีมือการแต่งหน้าของตนเองที่สลัดคราบไม่น่ามองนั่นทิ้งขว้างไปพ้นทางเสียที

"นี่สิสมกับเป็นพี่สาวฉันหน่อย" แพรวรรณกดนิ้วให้ นานแค่ไหนแล้วที่หล่อนต้องสูญเสียพี่สาวที่เป็นคู่เทียบหงส์ฟ้าสีขาวชูคอตระหง่าน ลูกสาวสองคนของนักธุรกิจเบอร์ต้นในเมืองไทย น้ำตาหล่นแทบจะไหลวันนี้ได้พี่คืนสู่อ้อมอกแล้ว

"พูดเว่อร์เกินไปยัยแพร" ว่าแล้วก็หมุนตัวหันหน้าเข้าหากระจกบานใหญ่ เหม่อมองภาพเรือนร่างของตนเองที่ปรากฏอยู่ในกระจกแล้วก็อดยิ้มไม่ได้

นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้เห็นตัวเองในเวอร์ชันนี้..

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่จบแต่งเข้ามาเป็นเมียผู้ชายคนที่เธอตั้งมั่นว่าเขาจะเป็นคู่ชีวิตตราบชั่วนิจนิรันดร์ เธอก็พยายามทำหน้าที่เมียอย่างสุดความสามารถ ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งความใฝ่ฝันเพื่อความสบายใจของสามี

"ยิ้มจ้า ชอบล่ะสิ้" เมลินดาอดที่จะกระแหนะกระแหนไม่ได้จริง ๆ

"ก็..." เก็บคำพูดกระเดือกลงคอแทน

บางครั้งความใฝ่ฝันกับชีวิตที่ต้องดำเนินไปบนพื้นฐานของความจริงมันก็มีเพียงเส้นบาง ๆ กั้นอยู่ แค่...ไม่สามารถก้าวข้ามไปได้เท่านั้นเอง

และเธอเองก็เช่นเดียวกัน ในเมื่อเลือกแล้ว ก็ต้องยอมรับทุกผลของการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในภายหลัง

"แล้วนี่เป็นไงบ้างยัยพลอย ชีวิตคู่อันแสนสุขของมึงยังสุขอยู่ป้ะ" รสิตาเป็นคนเริ่มเปิดประเด็นถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเพื่อนสนิทตามประสาคนที่นาน ๆ ครั้งถึงได้มีเวลาออกมารวมตัวกับเพื่อนกับฝูงเสียที

"ก็..มีความสุขดีนะ" ไม่รู้ทำไม คำตอบครั้งนี้ถึงสุขเพียงปากแต่กลับไปไม่ถึงหัวใจเสียอย่างนั้น

จะบอกว่าสุข ก็สุขได้ไม่เต็มปาก จะบอกว่าทุกข์ ก็ไม่ได้ทุกข์ไปเสียทีเดียว...ทุกอย่างก่ำ ๆ กึ่ง ๆ จะก้าวไปทางใดก็ไปได้ไม่สุดสักทาง

"เหรอ" นารีตาเลิกคิ้วถาม แน่นอนหล่อนไม่เชื่อ ใบหน้าเพื่อนหล่อนนับวันสง่าราศรีหายวับหมด ซีดเซียว ทรุดโทรมเข้าทุกวัน "เอาจริง กูเริ่มไม่แน่ใจละมึงแต่งเข้าไปเป็นเมียหรือคนรับใช้กันแน่ อีพลอย"

"ก็เป็นเมียไง"

"หน้าที่เมียที่มันยัดเยียดให้มึงมากจังเลยเนอะ มองยังไงก็เหมือนคนรับใช้ที่คอยรองมือรองตีนมันมากกว่า เลิกยอมให้มันเอาเปรียบได้แล้ว" นารีตายังคงเลือกใช้ประโยครูปแบบเดิม ตอนแรกหล่อนก็ไม่ได้จะว่าอะไรหรอกเพราะเห็นเพื่อนก็มีความสุขกับชีวิตคู่ดีสุด ๆ ปีสองปีสามปีแรกลงโพสต์หน้าไอจีไปเที่ยวฮันนีมูนด้วยกันเป็นประจำทุกเดือน ภาพหวาน ๆ มีมาอวดให้อิจฉาตาร้อนอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่รู้ทำไม...ปีหลัง ๆ มานี้จึงไม่เหลืออะไรเลย

หากไม่ใช่คนวงในที่สนิทสนมกัน คงคิดว่าทั้งคู่หย่าขาดกันแล้วก็ไม่เกินจริง ในเมื่อไม่เคยควงออกงานสังคม ซ้ำร้ายอินสตาแกรม เฟซบุ๊กต่าง ๆ ก็ขาดหายการเคลื่อนไหวไปสักระยะร่วมปีแล้วเช่นกัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel