ตอนที่ 5 หนี
ตอนที่ 5 หนี
เซียวฉีเข้ามาในห้องไม่รอช้า เก็บเสื้อผ้าเท่าที่จำเป็นและของใช้ของเธอกับลูก เอกสารและเงินจำนวนหนึ่งที่เธอเก็บเอาไว้ ตรวจสอบอย่างถ้วนถี่ว่าเอาของครบแล้ว กำลังจะเปิดประตูออกไปข้างนอก ตอนนั้นเองประตูถูกเคาะจากด้านนอก
ก๊อก ๆ ๆ
เซียวฉีรีบไปเปิดประตูเห็นพ่อสามียืนอยู่หน้าประตูห้องคิ้วของเธอขมวดเข้าหกันด้วยความสงสัย
“คุณพ่อมีอะไรหรือคะ”
“เธอรีบไม่ใช่หรือ ? มาเถอะเดี๋ยวพ่อจะไปส่งเอง” เซียวฉีรับรู้ถึงความอบอุ่นและเมตตาจากพ่อสามี ยามที่เขามองมาที่เธอสายตาของเขามีแต่ความหวังดีต่อเธอเสมอมา ไม่เคยรังแกกลั่นแกล้งหรือรังเกียจแม้รู้ว่าเธอเป็นแค่ลูกสาวของคนงานในโรงสีของเขา
“คุณพ่อรู้หรือคะว่าฉันจะรีบไปที่ไหน”
“รู้สิตอนนี้ซินหยาอยู่โรงพยาบาลใช่มั้ย ป่านนี้คงชะเง้อรอคอยเธอแล้วล่ะ ไม่ต้องถามให้มากความ”
“ค่ะ” เซียวฉีเดินตามหลังพ่อสามีไปอย่างงงงวย เธอหันมามองบ้านตระกูลซ่งอีกครั้ง แม่สามีเองก็ดีกับเธอมากเช่นกัน หากเป็นคนนอกมองมาคงคิดอิจฉาที่มีครอบครัวที่อบอุ่น แต่การจากไปครั้งนี้เธอจะไม่มีทางให้ใครรู้เด็ดขาดแม้กระทั่งพ่อของเธอเองก็เช่นกัน
‘คุณแม่ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้ร่ำลา คุณพ่อหวังว่าพ่อจะไม่เศร้าใจและดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีนะคะ ตอนนี้ฉันหลีเซียวฉีได้ตอบแทนพระคุณให้แล้ว หวังว่าพ่อจะเข้าใจ’
ร่างเล็กคิดในใจน้ำตาเอ่อคลออีกครา เมื่อนึกถึงใบหน้าของแม่สามีและคุณพ่อของตัวเอง รถยนต์ตระกูลซ่งเคลื่อนตัวออกจากบ้าน ยามนี้ในรถยนต์มีเพียงพ่อสามี เซียวฉีและคนขับรถคนเก่าคนแก่ประจำตระกูล เหอหลงจึงได้พูดออกมาในสิ่งที่เขาอยากจะพูดกับลูกสะใภ้
“เหนื่อยมากใช่มั้ย ? ตอนนี้คงแบกรับอะไรไว้หลายอย่างสินะ เอาละต่อจากนี้จงออกไปหาความสุข ไปใช้ชีวิตอย่างที่เธอต้องการเถอะ นี่สมุดเงินฝากที่ฉันตั้งใจเก็บไว้ให้ซินหยาหลานสาวของฉัน ส่วนนี่เงินเอาไว้ให้เธอตั้งตัว” ดวงตาของเซียวฉีเบิกโพลง ร่างเล็กสั่นเทามองไปที่สมุดเงินฝากและเงินปึกใหญ่ที่อยู่ในซองกระดาษ
“คุณพ่อหมายความว่าอย่างไรคะ”
“เซียวฉี ฉันรู้ดีว่าเธอรู้สึกอย่างไรขอโทษด้วยนะที่ฉันไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเธอเลย ฉันพึ่งมารู้ได้ช่วงปีที่แล้ว ว่าเธอถูกจ้าวเหวินปฏิบัติมาเช่นไร ฉันละอายใจจริง ๆ ที่ไม่อาจจะพูดอะไรได้ กลัวว่าตระกูลจะเสียชื่อเสียง ส่งผลต่อโรงสี เธอเองก็อยากจะออกไปจากที่นี่ใช่มั้ย ? เดิมทีเธอก็ไม้ได้รักจ้าวเหวินแต่ถูกเขาบังคับ และแย่งชิงเธอมาจากหลินฟงลูกชายตระกูลลู่”
“คุณพ่อรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรคะ”
“ฉันสงสัยนะ ทำไมจ้าวเหวินถึงได้ต่อว่าเธอรุนแรงแถมยังทำร้ายร่างกายเธอพอดีฉันพบเจอด้วยความบังเอิญ จึงสืบและได้รู้ว่าความจริงเป็นเช่นไร ในฐานะพ่อฉันต้องขอโทษเธอด้วยนะเซียวฉีที่เลี้ยงดูลูกชายให้เป็นคนดีไม่ได้ ถือว่าเรื่องนี้ที่ฉันจะช่วยเธอหนีออกจากบ้านเป็นการไถ่โทษก็แล้วกัน เรื่องนี้พ่อของเธอไม่รู้เรื่องหรอกนะ ฉันละอายใจและรู้สึกผิดที่จะบอกความจริงเรื่องนี้กับเขา” เซียวฉีสั่นเทาไปทั้งตัวน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป ราวกับว่าสิ่งที่เธอพบเจอและแบกรับอยู่ถูกชโลมจิตใจเมื่อมีคนรับรู้
“ขอบคุณนะคะคุณพ่อ เรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของคุณพ่อเลย ขอบคุณที่เข้าใจฉัน อึก อึก ต่อจากนี้ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ ฉันสัญญาจะดูแลซินหยาให้ดี และจะใช้ชีวิตต่อจากนี้อย่างมีความสุข ฝากดูแลคุณพ่อของฉันด้วยนะคะ” น้ำตาไหลอาบแก้มความเจ็บปวดที่พบเจอได้ปลดปล่อย เหอหลงคว้ากายลูกสะใภ้มากอดเป็นครั้งสุดท้าย
“เธอเองก็ดูแลตัวเองให้ดี ฉันเชื่อว่าเธอดูแลซินหยาได้ดีอยู่แล้ว ฝากหลานฉันด้วยหากภายภาคหน้าเดือดร้อนอย่าลืมว่ามีฉันคอยช่วยเหลืออยู่ข้างหลังเพียงยื่นมือมาฉันก็ช่วยเหลือเสมอ” อ้อมกอดของพ่อสามีช่างอบอุ่นจริง ๆ เธอจะจดจำวันนี้เอาไว้ว่าพ่อสามีมีพระคุณกับเธอเพียงใด
เมื่อพูดคุยกันเสร็จสิ้น เซียวฉีเก็บของที่พ่อสามีมอบให้ใส่กระเป๋า มาถึงโรงพยาบาล เหอหลงเข้าไปหาหลานสาวตัวน้อยเพื่อร่ำลา แต่ตอนนี้ซินหยาหลับอยู่และเขาก็ไม่อยากจะรบกวนคนป่วย ทำเรื่องย้ายโรงพยาบาลไปอยู่อีกที่ในมณฑลใกล้ ๆ เพื่อไม่ให้ลูกชายของตนเองตามหาเซียวฉีเจอ
ที่เหอหลงตัดสินใจช่วยลูกสะใภ้เพราะเขาอยากจะสั่งสอนให้ลูกชายของเขารู้จักความเจ็บปวดเมื่อถูกพรากคนรักไป และสิ่งที่เขาทำไม่ใช่สิ่งที่ดีแม้แต่น้อย เห็นเซียวฉีเป็นเพียงของเล่นคอยรังแกและทำร้ายจิตใจ เขาอยากรู้เหมือนกันว่าลูกชายของเขาจะเจ็บปวดใจที่เซียวฉีพาลูกหนีไปจนสติแตกหรือไม่ แม้ว่าตอนแรกจะไม่ได้เกิดจากความรัก เหอหลงเชื่อว่าลูกชายของเขาต้องมีความผูกพันกับเซียวฉีไม่มากก็น้อย เขาอยากให้ลูกชายรู้ใจตัวเอง ว่าแท้ที่จริงแล้วเขารักภรรยาที่เขาคอยรังแกไม่ใส่ใจมากเพียงใด วันหนึ่งหากเขาตามเซียวฉีพบแล้วแต่วาสนาว่าเซียวฉีจะให้อภัยหรือไม่ในสิ่งที่เขาทำลงไป สุดแล้วแต่โชคชะตา
