ตอนที่ 3 ตัดสินใจ
ตอนที่ 3 ตัดสินใจ
เซียวฉีจ้องมองนาฬิกาที่ผนังห้อง ซินหยาหลับไปหลายชั่วโมงตั้งแต่ได้ยาของคุณหมอ ไข้ลดลงจนตัวเย็นเธอไม่กล้าจะเดินไปที่ไหนเลย กลัวลูกสาวตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบเธอ
“แค่ก ๆ ” ตัวเล็กไอแค่ก ๆ ลืมตาขึ้นมารู้สึกเจ็บคอและคอแห้งเซียวฉีได้ยินเสียงไอของลูกเธอรีบลุกขึ้นมาเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“ซินหยาตื่นแล้วหรือ? กินน้ำหน่อยมั้ย”
“ค่ะคุณแม่” เซียวฉีพยุงลูกสาวให้ลุกขึ้นนั่งบนเตียงผู้ป่วยหันหลังไปรินน้ำใส่แก้วพร้อมยื่นให้ซินหยาได้ดื่มกิน
“ค่อย ๆ นะเดี๋ยวจะสำลักเอาได้” ซินหยาดื่มน้ำด้วยความยากลำบากเพราะเจ็บลำคอ สมองหนักอึ้งเหมือนจะเป็นหวัด เริ่มหายใจติดขัด
“หนูอิ่มแล้วค่ะ คุณแม่คะคุณพ่อมาหาหนูบ้างมั้ย รู้หรือเปล่าว่าหนูไม่สบาย” ซินหยาเหลียวหาผู้เป็นพ่อพลางเอ่ยถามเซียวฉี
ชะงักเล็กน้อย วางแก้วไว้บนโต๊ะ ก่อนจะตอบลูกสาวให้สบายใจ
“ตอนนี้ยังไม่มีใครมาเยี่ยมเพราะไม่รู้ว่าซินหยาไม่สบาย ตอนนี้ลูกตื่นแล้ว แม่จะกลับบ้านไปเอาเสื้อผ้ามานอนเฝ้าลูกที่นี่ พ่อของลูกเมื่อรู้ข่าวต้องรีบมาหาลูกแน่ ๆ รออยู่ที่โรงพยาบาลกับคุณหมอก่อนนะ”
“ได้ค่ะ”
เซียวฉีเห็นว่าตอนนี้ลูกสาวอาการดีขึ้น เธอป้อนข้าวป้อนยามองดูเวลานี่ก็เที่ยงวันแล้ว จึงจะเดินทางไปบ้านซ่งเพื่อเก็บเสื้อผ้าที่จำเป็นและเงินเก็บที่เธอเก็บเอาไว้ เมื่อลูกสาวหายเมื่อไหร่เธอจะไม่หวนไปที่นั่นอีก และไม่มีทางให้เขาหาเธอกับลูกเจอ
‘อย่าว่าเขาจะหาเจอเลย เขาคงไม่ตามหาฉันกับลูกหรอก ต่อจากนี้ฉันจะขอตัดขาดจบสิ้นเสียทีความเจ็บปวดยาวนานตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาก็ไม่สนใจใยดีอยู่แล้วและมองฉันเป็นเพียงแค่สิ่งของแก้แค้นหลินฟง หากหลินฟงเป็นพ่อของซินหยาจะเป็นอย่างไรนะ คงจะดีกว่าจ้าวเหวินมากเลยสินะ ตั้งแต่คราวนั้น
ฉันไม่เคยพบเจอเขาเลยหวังว่าตอนนี้เขายังคงสุขสบายดี แต่หากพบกันเขาคงไม่มีทางให้อภัยฉันแน่ ๆ ’ เซียวฉีพลางครุ่นคิดระหว่างนั่งรถประจำทางกลับไปบ้านซ่ง คิดถึงใบหน้าคมเข้ม อ่อนโยนนุ่มนวล เพียงแค่คิดเปรียบเทียบกับจ้าวเหวินใจของเธอก็ปวดร้าวขึ้นมา อยู่กันมาตลอด 5 ปี แม้จะไม่ได้รักก็ยังมีความผูกพัน แต่เมื่อมองย้อนไปการกระทำของเขาไม่มีสิ่งดี ๆ ให้เธอได้เห็นเลยแม้แต่น้อย มีเพียงการแสดงจอมปลอมต่อหน้าผู้อื่น
บ้านซ่ง
จ้าวเหวินตื่นเช้ามาเขาได้เข้าที่โรงสีตรวจสอบข้าวที่ต้องนำไปส่งให้ลูกค้า ตั้งแต่แต่งงานกับเซียวฉี หลังจากที่เธอคลอดลูกสาวทั้งสองก็แยกห้องนอน เขาไม่อยากเห็นหน้าของเธอ ยิ่งเห็นใบหน้าของเธอเขาเหมือนเห็นเงาของหลินฟงทับซ้อน หงุดหงิดใจทุกครั้ง ครั้นจะทำดีกับเธอเพราะความสงสารทั้ง ๆ ที่เธอเองก็ไม่ได้รู้เรื่องความบาดหมางของเขากับหลินฟง เมื่อไปหาเพียงเห็นแววตาเขากลับมีอารมณ์ฉุดเฉียวขึ้นมาฉับพลัน อย่างควบคุมตนเองไม่อยู่
“พี่จ้าวอยู่ที่นี่นี่เอง ฉันตามหาพี่อยู่ตั้งนานคุณพ่อคุณแม่ให้มาตามพี่ไปกินข้าวด้วยกันค่ะ” น้ำเสียงเล็กแหลมโพล่งขึ้นจากด้านหลัง พร้อมแขนเรียวโผล่เข้ากอดเขาจากด้านหลัง จ้าวเหวินสะดุ้งเล็กน้อย ค่อย ๆ แกะมือของหรูอี้ออกจากเอวของตน
“หรูอี้ฉันบอกกี่ครั้งแล้ว อย่ากอดจากด้านหลังอย่างนี้ ฉันตกใจนะอีกอย่างเธอเติบโตเป็นสาวพร้อมจะออกเรือนแล้ว คนอื่นมาเห็นจะไม่เหมาะ”
“พี่จ้าวทำไมพูดแบบนั้นละคะ ฉันแค่รักและเคารพพี่ชายของฉันแค่นั้นเอง ทำไมคะหรือว่ากลัวพี่สะใภ้จะคิดมากไปกินข้าวกันเถอะค่ะ” หรูอี้แสดงใบหน้าเสียดายเล็กน้อย ขนาดเธอพยายามเสนอตัวมากแค่ไหนก็เหมือนจ้าวเหวินยังคงขีดเส้นเว้นระยะห่างตลอดมา
“ฉันไม่เคยสนใจว่าเซียวฉีจะมองอย่างไร แต่ฉันเป็นห่วงเธอมากกว่า กลัวว่าจะไม่มีชายบ้านอื่นมาเอาไปเป็นภรรยาเพราะทำตัวติดกับฉันแบบนี้ต่างหาก ไปกันเถอะอย่าให้คุณพ่อคุณแม่ต้องรอนาน”
หรูอี้ยิ้มกว้างดีอกดีใจ เมื่อได้ยินว่าคนที่จ้าวเหวินเป็นห่วงคือเธอ เธอกอดแขนของเขาเดินเคียงคู่เข้าไปในบ้าน เพื่อกินอาหารเช้า เมื่อเข้ามาในบ้านเขาต้องแปลกใจ ปกติจะเห็นใบหน้าจืดชืดของเซียวฉีนั่งเสนอหน้าอยู่ใกล้ ๆ พร้อมกับเด็กหญิงตัวน้อยเสียงเจี้ยวจ้าว
“คุณแม่ครับ เซียวฉีไปไหนหรือครับ”
“นั่นสิพ่อเองก็ไม่เห็นเหมือนกัน คุณรู้มั้ยว่าลูกสะใภ้กับหลานไปไหน”
“เอ่อ..เมื่อเช้าฉันเห็นพี่สะใภ้จูงมือซินหยาออกไปข้างนอกค่ะ เห็นท่าทีรีบร้อนออกไป ได้ยินว่าจะพาซินหยาออกไปกินอะไรอร่อย ๆ กันสองคนแม่ลูก” ไม่ทันที่ซ่งไป๋หยางแม่ของซ่งจ้าวเหวินได้ตอบสามีกับลูกชาย หรูอี๋รีบพูดขึ้นมาก่อน
“ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าหรือ? เป็นไปได้อย่างไรกัน ลูกสะใภ้ไม่ใช่คนที่จะออกไปที่ไหนหากไม่มีเรื่องจำเป็นจริงๆ”ซ่งเหอหลงลูบคางพลางครุ่นคิด เขาเห็นเซียวฉีมาตั้งแต่เด็กรู้ดีว่าเด็กคนนี้เป็นคนยังไง และเขายังเอ็นดูเซียวฉีเหมือนคนในครอบครัวจริงๆ
“ฉันก็คิดเหมือนคุณค่ะ หรูอี้ลูกเห็นพี่สะใภ้ออกไปข้างนอกทำไมไม่ถามล่ะว่ารีบไปที่ไหน”
“คุณแม่ฉันถามแล้วค่ะ แต่ถูกพี่สะใภ้ตำหนิ” หรูอี้ก้มหน้าลงต่ำ เธอโกหกเพื่อให้คนอื่นเข้าใจเซียวฉีผิด ๆ กุเรื่องขึ้นมาหลอกลวงให้จ้าวเหวินรังเกียจภรรยา เพื่อให้เขาหย่ากันในเร็ววัน
“อย่าสนใจไปเลยครับ เธออาจจะมีเรื่องด่วนพวกเรากินข้าวกันเถอะครับ” จ้าวเหวินนิ่งเงียบได้เอ่ยขึ้นมาพร้อมหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารกิน แม้ว่าในใจจะร้อนรุ่มอยากรู้เหลือเกินว่าคนอย่างเซียวฉีจะออกไปที่ใดได้ จู่ ๆ ในใจของเขาก็ผุดใบหน้าของหลินฟงขึ้นมา
‘คงไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดหรอกนะ หากเป็นอย่างนั้นฉันจะไล่เธอออกไปจากบ้านไม่ให้อะไรติดตัวไปสักอย่าง’
