ตอนที่ 2 สำออย
ตอนที่ 2 สำออย
อากาศด้านนอกมืดครึ้มแม้จะเป็นยามเช้า ทั้งคืนที่ผ่านมาเกิดพายุฝนกระหน่ำลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน แม้ตอนนี้ก็ยังมีฝนปรอย ๆ ลงมือ เซียวฉีออกมานอกตัวบ้านเพื่อเก็บผักที่เธอปลูกเอาไว้มาปรุงอาหาร มณฑลที่เธออยู่ส่วนมากผักสวนครัวมักจะปลูกกินกันเองซ่ะส่วนใหญ่ ยิ่งที่บ้านซ่งเป็นโรงสีเธอจึงนำเปลือกข้าวมาผสมดินทำให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี
“คุณแม่คะ หนูรู้สึกเจ็บคอจังเลยค่ะ แค่ก ๆ” เด็กหญิงตัวน้อยเดินมาจากด้านหลังยื่นมือน้อย ๆ ไปกระตุกปลายเสื้อของผู้เป็นแม่ เซียวฉีรีบหันมาหาลูกสาวใบหน้าแสดงความกังวล วางผักลงใส่ตะกร้า มือแตะลงที่หน้าผากของลูกเพื่อเช็คอาการ ตอนนี้ร่างกายเล็ก ๆ ริมฝีปากแห้งผาก ใบหน้าซีดเซียวเมื่อมือแตะลงที่หน้าผาก ดวงตาของเซียวฉีเบิกโพลงร่างเล็กร้อนราวกับมีเปลวไฟลุกโซน ใจเริ่มร้อนรุ่มคว้ามือลูกสาวพร้อมตะกร้าผักหวังจะเดินเข้าไปในบ้านเก็บผักเอาไว้ และพาลูกสาวออกไปหาหมอที่โรงพยาบาล
"ซินหยาลูกตัวร้อนขนาดนี้ได้อย่างไรกัน แม่จะรีบพาลูกไปหาหมอนะ สงสัยเป็นเพราะอากาศแปรปรวน” เด็กน้อยพยักหน้าตอบผู้เป็นแม่ดวงตาร้อนระอุจากฤทธิ์ไข้
“จะไปไหนกัน ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว อีกไม่นานคุณพ่อกับคุณแม่จะลงมาจากห้อง รีบจัดการเสียสิ” เสียงของหรูอี้ดังขึ้น ร่างสูงบางยืนกอดอกจ้องมองทั้งสองด้วยสายตารังเกียจ
“หรูอี้วันนี้ฉันคงทำอาหารให้ไม่ได้หรอกนะ ในบ้านมีคนทำหน้าที่นี่อยู่ เธอให้พวกเขาจัดการก่อนนะ ฉันจะพาซินหยาไปหาหมอ”
“สำออยเพราะขี้เกียจนะสิ เธอนี่เหมือนแม่ของเธอไม่มีผิด จิ จิ เกิดมาอ่อนแอแค่ใช้ไปเก็บผ้าตอนฝนตกแค่นี้จึงกับจับไข้เลยหรือไง หรือว่าเป็นแผนการที่จะแอบอู้ จิตใจเลวทรามเหมือนแม่แกไม่มีผิด”
“หยุดนะหรูอี้ แม้ว่าเธอจะต่อว่าใช้ฉันอย่างไรฉันไม่เคยโต้ตอบ แต่กับซินหยาเธอไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้ เรื่องที่เธอพูดออกมาเมื่อครู่ใช่เรื่องจริงใช่มั้ย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าฝนตกข้างนอกเธอยังใช้หลานไปเก็บผ้า ใครกันแน่ที่เลวทราม” เซียวฉีใช้มือปิดหูของซินหยาไว้ทั้งสองข้างไม่อยากให้ลูกต้องมาได้ยินคำพูดชั่วร้ายเช่นนี้
“ก็มันไม่ใช่หลานฉันนี่น่า น่ารำคาญทั้งแม่และลูก” หรูอี้เดินชนบ่าเซียวฉีจนเธอเซถลา นิสัยเอาแต่ใจยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เซียวฉีได้แต่ถอนหายใจ ยกมือออกจากใบหูของซินหยา
“ซินหยาลูกนั่งรอแม่สักครู่นะ แม่ทำอาหารให้คุณปู่คุณย่าเสร็จแล้วแม่จะรีบพาลูกไปหาหมอ”
“ได้ค่ะคุณแม่ ว่าแต่เมื่อครู่คุณแม่พูดอะไรกับคุณอาหรือคะ หนูสงสัยจังทำไมคุณอาถึงไม่รักหนู ”
“โธ่ ๆ ซินหยาของแม่ คนอื่นไม่รักลูกก็ไม่เป็นไรนะ แม่นะมีความรักให้ลูกมากมายกว่าภูเขาและท้องทะเลเสียอีก ส่วนเรื่องที่แม่คุยกับคุณอาไม่มีอะไรที่ลูกต้องใส่ใจ นั่งรอที่เก้าอี้ก่อนนะ” ซินหยาเด็กน้อยนิสียเรียบร้อยว่านอนสอนง่าย เดินไปนั่งลงเก้าอี้อย่างที่แม่บอก เซียวฉีลงมือจัดการทำอาหารจัดขึ้นบนโต๊ะ และรีบพาซินหยาออกไปหาหมอ ตอนนี้ดูเหมือนว่าร่างกายของซินหยาจะร้อนระอุมากกว่าเดิม ไอร้อนระบายออกมาตามรูขุมขนแม้แต่ลมหายใจยังร้อนผ่าว
“ซินหยาอดทนไว้นะใกล้จะถึงโรงพยาบาลแล้ว” เซียวฉีแตะที่หน้าผากของลูกสาว ใบหน้าตึงเครียดและเป็นห่วงกลัวว่าไข้จะขึ้นจนทำให้ร่างเล็กชักเกร็งอย่างที่เคยเป็นเมื่อไข้ขึ้นสูง
“หนูหนาวจังเลยค่ะ คุณแม่กอดหนูหน่อยค่ะ” เด็กหญิงเอ่ยเสียงสั่นเทาดวงตาเคลิ้มหลับ เซียวฉีกอดร่างเล็กกระชับแน่นเหลียวไปมองนอกหน้าต่างรถประจำทางอีกไม่ไกลก็ใกล้จจะถึงโรงพยาบาล ในใจภาวนาขอให้ลูกสาวปลอดภัย
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ซินหยาถูกนำตัวเข้าไปรักษาทันทีโชคดีที่เธอมาถึงหากช้าไปกว่านี้ซินหยาอาจจะชักเกร็ง เพราะไข้ขึ้นสูงจนพยาบาลพากันถอดเสื้อผ้าเด็กหญิงเช็ดตัวด้วยผ้าเปียกชุ่ม เซียวฉีจ้องมองหน้าห้องด้วยความเป็นห่วงและสงสารลูกสาวจับใจ แม้ร่างกายจะร้อนแต่ซินหยาหนาวสั่นระริกเมื่อถูกผ้าเปียกน้ำ
เช็ดตามกาย หลังจากไข้ลดลงพยาบาลได้เปลี่ยนชุดให้ซินหยาและให้เธอนอนดูอาการที่โรงพยาบาลจนกว่าร่างกายจะดีขึ้น
“คุณหมอคะลูกสาวของฉันเป็นอย่างไรบ้างคะ”
“ตอนนี้เด็กไข้ลดแล้วค่ะ แต่ว่าต้องนอนที่นี่ดูอาการสักสองคืน เดิมทีร่างกายของเธอก็อ่อนแออยู่แล้ว โดนละอองฝนเล็กน้อยก็อาจจะทำให้จับไข้ได้อย่างรวดเร็วต่อจากนี้คุณแม่ต้องระวังเรื่องนี้ด้วยนะคะ” เซียวฉีโล่งอกแต่ก็เจ็บแปลบที่หัวใจ เป็นเพราะเธอเองที่อ่อนแอ ไม่ยอมหนีออกไปจากบ้านหลังนี้ยังทนอยู่เพราะซินหยา ไม่อยากให้ลูกต้องอยู่อย่างไม่มีพ่อ จนแล้วจนเล่าเวลาล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ ซ่งจ้าวเหวินก็ไม่เคยจะสนใจใยดีซินหยาเลยแม้แต่น้อย เธอพยายามบอกลูกเสมอว่าพ่อไม่มีเวลาเพราะทำงานหนัก
เซียวฉีเดินเข้าไปหาลูกสาวในห้องพัก จ้องมองลูกสาวน้ำตาเอ่อคลอ ยื่นมือลูบศีรษะซินหยาเบา ๆ
“แม่ขอโทษนะเพราะแม่อีกแล้วที่ทำให้ลูกต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ แม่สัญญาครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรแม่จะไม่สนใจอีกแล้ว เราออกจากบ้านหลังนี้กันเถอะ หลังจากที่ลูกหายเมื่อไหร่เราจะออกเดินทางกัน” เซียวฉีสะอึกสะอื้นไห้ เจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน ความรักของเธอช่างไร้ค่า ถูกกระทำราวกับเศษฝุ่น ถึงเวลาที่เธอจะต้องเข้มแข็งเสียที ไม่ใช่เพื่อตัวเธอเอง แต่เป็นเพราะเธอต้องปกป้องลูกสาวจากคนใจร้ายบ้านซ่ง
