บทที่ 3 คนโสด
แสงแดดยามเย็นของจังหวัดชลบุรีสาดส่องลงมากระทบโครงสร้างเหล็กของโครงการรีสอร์ตหรูที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่าง เสียงเครื่องจักรที่ดังสนั่นมาทั้งวันเริ่มเบาลงเมื่อเข็มนาฬิกาชี้ไปที่เลขห้า
ดล ชายวัยสี่สิบในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตแขนยาวที่พับขึ้นถึงข้อศอกและกางเกงยีนส์สีซีด ถอดหมวกเซฟตี้สีขาวที่มีอักษรย่อตำแหน่ง 'หัวหน้าผู้ควบคุมงาน' ออก เขายกมือเสยผมที่ชื้นเหงื่อให้เข้าทรง ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ พ่นควันสีเทาลอยล่องไปในอากาศราวกับกำลังปลดปล่อยความเหนื่อยล้าทั้งหมดทิ้งไปกับสายลม
"เอ้า! เลิกงานได้พวกเรา พรุ่งนี้ค่อยลุยกันใหม่!"
ดลตะโกนสั่งการลูกน้องคนงานที่กำลังเก็บเครื่องมือ แววตาของเขาไม่ได้มีความเหน็ดเหนื่อยหลงเหลืออยู่เลย กลับกัน มันแฝงไปด้วยความตื่นเต้นและกระปรี้กระเปร่าราวกับเพิ่งตื่นนอน
สำหรับดลแล้ว การได้มาคุมงานต่างจังหวัดไกลหูไกลตาเมีย ไม่ใช่ 'ความเสียสละ' อย่างที่เขาพร่ำบอกณัฐ แต่มันคือ 'การปลดแอก' สิบปีที่ใช้ชีวิตคู่กับณัฐ ดลยอมรับว่าเธอเป็นแม่ที่ดีและเป็นเมียที่เก่งเรื่องการจัดการบ้านช่อง แต่ในสายตาของเขา ณัฐจู้จี้เกินไป เคร่งเครียดเกินไป และ 'น่าเบื่อ' เกินไป ชีวิตของณัฐมีแต่ตารางเอ็กเซล บิลค่าน้ำค่าไฟ และเรื่องอนาคตของลูกจนละเลยสีสันของชีวิต ดลรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่กลับบ้านแล้วต้องเห็นหน้าเมียที่ทำคิ้วขมวดใส่เขาเรื่องการใช้เงิน เขาเป็นผู้ชายหาเงิน เขาทำงานตากแดดตากลม เขาก็ย่อมต้องการ 'รางวัล' ให้ชีวิตบ้างสิ!
และที่ชลบุรีแห่งนี้... ไม่มีณัฐคอยบ่น ไม่มีเสียงเด็กร้องงอแง มีเพียงอิสระและราตรีที่ยาวนาน
ดลกลับมาถึงห้องพักชั่วคราวที่บริษัทจัดไว้ให้ เขาจัดการอาบน้ำชำระล้างคราบฝุ่นปูน สวมเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมตัวใหม่ที่เพิ่งรูดบัตรซื้อมาเมื่ออาทิตย์ก่อน ปลดกระดุมเม็ดบนออกสองเม็ดเพื่อโชว์สร้อยทองคำเส้นโต ฉีดน้ำหอมกลิ่นสปอร์ตราคาแพงจนฟุ้งไปทั้งห้อง เขามองตัวเองในกระจก... ชายวัยสี่สิบที่ยังดูดี รูปร่างกำยำจากการทำงาน คารมคมคาย และมีเงิน พร้อมเปย์ นี่แหละคือช่วงเวลาทองของชีวิต
"ไอ้ชิต คืนนี้ร้านเดิมเว้ย กูเลี้ยงเอง!"
ดลโทรหาลูกน้องคนสนิท ก่อนจะคว้ากุญแจรถกระบะสี่ประตูคู่ใจขับออกไปสู่แสงสียามค่ำคืน
เป้าหมายของเขาคือ 'ร้านแสงจันทร์' ผับกึ่งร้านอาหารบรรยากาศดีที่ตั้งอยู่ห่างจากไซต์งานไปแค่สิบนาที ร้านนี้เป็นแหล่งรวมตัวของคนทำงานกลางคืนและนักท่องราตรีในละแวกนี้ มีดนตรีสดเล่นเพลงเพราะๆ และที่สำคัญที่สุด... มี 'พนักงานต้อนรับ' หน้าตาจิ้มลิ้มคอยให้บริการ
ทันทีที่ดลเดินเข้ามาในร้านพร้อมลูกน้องอีกสองคน ผู้จัดการร้านก็รีบปรี่เข้ามาต้อนรับราวกับเขาเป็นลูกค้าระดับวีไอพี
"สวัสดีครับเฮียดล! วันนี้มุมเดิมเลยไหมครับ โต๊ะหน้าเวทีว่างพอดี"
"จัดไปน้อง ขอเด็กชงเหล้าแจ่มๆ ด้วยนะเว้ย วันนี้พี่เหนื่อย อยากได้คนมานวดแขนหน่อย"
ดลหัวเราะร่า โยนแบงก์ห้าร้อยให้เป็นทิปเปิดทาง ผู้จัดการร้านยิ้มกว้างรับเงินก่อนจะรีบวิทยุสั่งการทันที
ดลนั่งจิบเหล้าชั้นดีเคล้าเสียงเพลง สายตาเจ้าชู้ของเขากวาดมองไปรอบร้านเหมือนพรานป่าที่กำลังหาเหยื่อ เขาชอบความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่ได้รับการปรนนิบัติ ได้เป็น 'ป๋า' ที่มีคนคอยเอาอกเอาใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาหาไม่ได้จากที่บ้าน
และในคืนนั้นเอง... สายตาของพรานป่าก็ไปสะดุดเข้ากับ 'กวางน้อย' ตัวหนึ่ง
หญิงสาวรูปร่างอ้อนแอ้น ผิวขาวจัดตัดกับชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงรัดรูปที่สั้นจนเกือบจะปิดสะโพกไม่มิด เธอกำลังเดินถือถาดเครื่องดื่มมาเสิร์ฟที่โต๊ะข้างๆ ใบหน้าสวยเฉี่ยวถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีต ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดแย้มยิ้มหวานให้กับลูกค้า ดลคำนวณด้วยสายตา เธออายุน่าจะเพิ่งพ้นยี่สิบมาไม่กี่ปี ความสดใสและความเยาว์วัยของเธอแผ่ซ่านจนดลเผลอกลืนน้ำลายลงคอ
"ไอ้ชิต... น้องคนนั้นชื่ออะไรวะ ทำไมกูไม่เคยเห็น"
ดลสะกิดลูกน้อง
"อ๋อ น้องเมย์ครับลูกพี่ เพิ่งมาทำงานได้สามวันเอง เด็กใหม่แกะกล่อง เห็นว่าเพิ่งมาจากต่างจังหวัด สวยเด็ดเลยใช่ไหมล่ะ แต่ระวังหน่อยนะลูกพี่ เด็กมันเล่นตัวอยู่ เสี่ยหลายคนพยายามจีบยังไม่ติดเลย"
คำว่า 'จีบไม่ติด' ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณความท้าทายในตัวดล ชายเจ้าสำราญอย่างเขาไม่เคยเชื่อว่ามีผู้หญิงคนไหนซื้อไม่ได้ด้วยคารมและเงินตรา
ดลยกมือเรียกผู้จัดการร้านมาหา
"พี่อยากให้น้องชุดแดงคนนั้นมาชงเหล้าให้โต๊ะพี่ จัดให้หน่อยสิ"
ไม่กี่นาทีต่อมา หญิงสาวชุดแดงก็เดินนวยนาดมาหยุดที่โต๊ะของดล กลิ่นน้ำหอมกลิ่นฟรุตตี้หอมหวานโชยมากระทบจมูก เธอยกมือไหว้พร้อมส่งยิ้มที่ทำให้โลกทั้งใบของดลหยุดหมุน
"สวัสดีค่ะ เมย์นะคะ ให้เมย์ดูแลโต๊ะนี้นะคะพี่..."
เสียงหวานใสเอ่ยถาม
"พี่ชื่อดลครับ... น้องเมย์เพิ่งมาทำงานเหรอครับ พี่มาทุกวันเพิ่งเคยเห็นหน้านางฟ้าก็วันนี้แหละ"
ดลเริ่มเปิดฉากด้วยคารมที่ขัดเกลามาอย่างดี สายตาของเขาจับจ้องไปที่เนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นขอบเดรสอย่างไม่ปิดบัง
เมย์หัวเราะคิกคักกับคำชม
"พี่ดลก็พูดเกินไปค่ะ เมย์เพิ่งมาทำได้ไม่กี่วันเอง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ"
"ฝากใจด้วยได้ไหมล่ะครับ"
ดลหยอดมุกเสี่ยวๆ ก่อนจะหยิบแบงก์พันใบสีเทาพับใส่แก้วช็อตแล้วเลื่อนไปตรงหน้าหญิงสาว
"นี่ค่าฝากตัวครับ... ส่วนค่าฝากใจ เดี๋ยวพี่จะมาจ่ายให้ทุกวันเลย"
เมย์ตาลุกวาวเมื่อเห็นจำนวนเงินทิปที่มากกว่าค่าแรงรายวันของเธอเสียอีก เธอมองสำรวจชายตรงหน้า รูปร่างหน้าตาของดลจัดว่าหล่อเหลาและภูมิฐาน แม้จะดูมีอายุแต่ก็ดูอบอุ่นและที่สำคัญคือ 'กระเป๋าหนัก' เธอจึงเริ่มเล่นด้วยโดยการขยับเก้าอี้เข้าไปนั่งชิดเขามากขึ้น จงใจให้ต้นแขนเบียดกับไหล่กว้างของดล
"พี่ดลใจดีจังเลยค่ะ... แล้วพี่ดลมาเที่ยวทุกวันแบบนี้ แฟนไม่ว่าเหรอคะ?"
เมย์ลองหยั่งเชิง ถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
นี่คือคำถามวัดใจ และดลก็มีคำตอบที่เตรียมไว้สำหรับสถานการณ์แบบนี้เสมอ... คำตอบที่เขาใช้หลอกตัวเองและหลอกผู้หญิงทุกคน
ดลหัวเราะร่วน ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบก่อนจะทำหน้าเศร้าเล็กน้อย
"แฟนเฟินอะไรกันครับ น้องเมย์ พี่ทำงานคุมไซต์ก่อสร้าง ตากแดดตากลมตัวดำเมี่ยมขนาดนี้ ใครเขาจะมารัก พี่น่ะ 'โสดสนิท' โสดมาหลายปีแล้วด้วย วันๆ เอาแต่ทำงานสร้างอนาคต จนลืมไปเลยว่าตัวเองก็ต้องการคนดูแล... จนกระทั่งมาเจอน้องเมย์นี่แหละ"
คำโกหกคำโตหลุดออกจากปากอย่างลื่นไหล ไม่มีอาการตะขิดตะขวงใจ ไม่มีภาพใบหน้าของณัฐหรือข้าวปั้นแวบเข้ามาในหัวเลยแม้แต่น้อย ในวินาทีนั้น ดลสวมบทบาทเป็น 'หนุ่มโสดผู้มั่งคั่งและกำลังตามหารักแท้' อย่างสมบูรณ์แบบ
เมย์ยิ้มรับคำตอบนั้นอย่างพึงพอใจ
"โสดจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้... ผู้ชายสมัยนี้ไว้ใจยากจะตายค่ะ"
"ถ้าไม่เชื่อ พรุ่งนี้พี่จะมาให้เมย์พิสูจน์อีก... พี่จะมาทุกวัน จนกว่าเมย์จะเชื่อใจพี่เลย"
และดลก็ทำตามที่พูดจริงๆ
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ไซต์งานก่อสร้างกลายเป็นเพียงสถานที่ฆ่าเวลาในตอนกลางวัน พอตกเย็น ดลจะรีบอาบน้ำแต่งตัวหล่อ และไปสิงสถิตอยู่ที่ร้านแสงจันทร์รำพันทุกคืน เขาทำตัวเป็นเจ้าบุญทุ่ม เหมาเครื่องดื่มให้เมย์ ซื้อพวงมาลัยแบงก์ร้อยแบงก์พันคล้องคอให้เธอหน้าเวที จนเมย์กลายเป็นดาวเด่นของร้านที่ใครๆ ก็อิจฉา
ดลตกลงไปในหลุมพรางของตัณหาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความเอาใจใส่ เสียงออดอ้อน และการสัมผัสที่ถึงเนื้อถึงตัวของเมย์ ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง เมย์ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่ทรงพลัง มีอำนาจ และเป็นที่ต้องการ ซึ่งต่างจากเวลาที่อยู่บ้านกับณัฐ ที่เขามักจะรู้สึกเหมือนเป็นแค่เครื่องจักรหาเงินและเป็นภาระของเมีย
"พี่ดลคะ... วันนี้เมย์ปวดขาจังเลย ยืนใส่ส้นสูงทั้งคืน"
เมย์อ้อนดลในคืนหนึ่งขณะที่เขากำลังรอเช็กบิล
"เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งที่หอนะ แวะกินข้าวต้มรอบดึกก่อนไหม จะได้มีแรง"
ดลเสนอตัวทันที
"ไปส่งเฉยๆ เหรอคะ... เมย์ปวดขาจนเดินขึ้นบันไดไม่ไหวแล้วน้า..."
เมย์ช้อนตามองดลด้วยแววตายั่วยวน มือเรียวเลื่อนมาลูบที่ต้นขาของเขาเบาๆ
คืนนั้น ดลไม่ได้กลับไปนอนที่แคมป์คนงาน เขาจบลงที่ห้องพักของเมย์ และมันก็เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ถลำลึก ดลเริ่มซื้อของแบรนด์เนมให้เมย์ พาเธอไปกินอาหารหรูในวันหยุด และโอนเงินให้เธอใช้จ่ายส่วนตัว แลกกับการที่เธอจะคอยปรนเปรอเขาบนเตียงและทำตัวเป็นแฟนสาวผู้น่ารัก
ยิ่งดลหลงเมย์มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งห่างเหินจากครอบครัวมากเท่านั้น
กริ๊ง... กริ๊ง... กริ๊ง...
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในบ่ายวันอาทิตย์ ขณะที่ดลกำลังนอนหนุนตักให้เมย์แคะหูให้อยู่ในห้องพัก หน้าจอโชว์ชื่อ 'ณัฐ '
ดลขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขากดปุ่มลดเสียงเพื่อปิดเสียงเรียกเข้า แต่ไม่ได้กดรับสาย
"ใครโทรมาเหรอคะพี่ดล?" เมย์ถามพลางก้มลงมาจูบที่ปลายคางของเขา
"อ๋อ... ลูกน้องที่ไซต์งานน่ะ สงสัยจะโทรมาเบิกเงินล่วงหน้า พี่ขี้เกียจคุย วันหยุดแท้ๆ ยังจะมากวนใจอีก"
ดลโกหกหน้าตาย เขากดปิดเครื่องและโยนโทรศัพท์ไปที่ปลายเตียงอย่างไม่ไยดี
"ดีแล้วค่ะ วันหยุดของพี่ดล ต้องเป็นของเมย์คนเดียวนะคะ"
เมย์ยิ้มหวานก่อนจะลูบไล้ไปตามแผงอกของเขา
ดลไม่รู้เลยว่า ในขณะที่เขากำลังเสพสุขอยู่บนเตียงกับหญิงสาววัยยี่สิบสอง ณัฐกำลังนั่งน้ำตาตกอยู่ที่บ้านเพราะต้องเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายไปจ่ายค่าเทอมให้ข้าวปั้นแทนเงินที่เขาควรจะส่งมาให้
ยอดเงินในบัตรเครดิตของดลพุ่งกระฉูดจนเต็มวงเงินทุกใบ เขาเริ่มเอาเงินเบี้ยเลี้ยงและงบประมาณบางส่วนของไซต์งานมาหมุนใช้จ่ายเพื่อปรนเปรอเมย์ โดยหลอกตัวเองว่า 'เดี๋ยวโบนัสออกก็เอามาอุดทัน' เขาหน้ามืดตามัว หลงระเริงไปกับคำหวานและเรือนร่างของเด็กสาว จนลืมไปว่าโลกแห่งความเป็นจริงกำลังจะพังทลาย
ผ่านไป ความสัมพันธ์ของดลกับเมย์พัฒนาไปไกลเกินกว่าแค่ลูกค้ากับเด็กเสิร์ฟ เมย์เริ่มเรียกร้องความสะดวกสบายมากขึ้น เธอเบื่อที่ต้องอยู่ห้องเช่าแคบๆ และเบื่อที่ดลต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างแคมป์กับห้องของเธอ
"พี่ดลคะ... เมย์อยากย้ายไปอยู่อพาร์ตเมนต์ใหม่จังเลย ที่นี่ระบบรักษาความปลอดภัยก็ไม่ดี แถมแอร์ก็เสียงดัง เมย์นอนไม่ค่อยหลับเลยค่ะ"
เมย์บ่นกระปอดกระแปดขณะซบลงที่อกกว้าง
"แต่ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์แถวนี้มันแพงเอาเรื่องอยู่นะเมย์ พี่ต้องเก็บเงินไว้ทำทุนต่อนะ"
ดลอ้อมแอ้มตอบ ตอนนี้สถานะการเงินของเขาเริ่มตึงมืออย่างหนัก
"โธ่... ก็เราเช่าห้องใหญ่หน่อย แล้วพี่ดลก็ย้ายมาอยู่กับเมย์เลยสิคะ จะได้ไม่ต้องทนร้อนที่แคมป์คนงานไง พี่ดลทำงานเหนื่อยๆ กลับมาเมย์จะได้ดูแล อาบน้ำให้ ทำกับข้าวให้กิน... เรามาอยู่ด้วยกันนะคะ เหมือนสามีภรรยาไง"
คำว่า 'เหมือนสามีภรรยา' ทำเอาดลหูผึ่ง ภาพจินตนาการของการได้ใช้ชีวิตคู่กับสาวสวยวัยยี่สิบสองที่คอยเอาใจเขาตลอดเวลา มันช่างหอมหวานเสียจนเขาสะบัดภาพของณัฐและข้าวปั้นทิ้งไปจนหมดสิ้น
"เอาสิ! ถ้าเมย์อยากได้ เดี๋ยวพี่จัดการให้ พรุ่งนี้เราไปดูห้องกันเลย!" ดลตอบตกลงอย่างง่ายดายด้วยความหน้ามืด
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้าง 'รังรัก' ดลไปเช่าอพาร์ตเมนต์หรูใกล้ที่ทำงาน เขาขนข้าวของจากแคมป์คนงานมาย้ายอยู่กับเมย์อย่างถาวร ซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ซื้อทีวีจอแบน และใช้ชีวิตอยู่กินกับเด็กสาวอย่างเปิดเผยในละแวกนั้น คนงานและลูกน้องของดลต่างก็รู้เรื่องนี้ดี แต่ไม่มีใครกล้าปริปากพูด เพราะดลคือหัวหน้าที่มีอำนาจให้คุณให้โทษ
ทุกเย็นหลังเลิกงาน ดลจะรีบขับรถกลับมาที่ห้องเช่า ถอดรองเท้าเซฟตี้วางคู่กับรองเท้าแตะสีหวานของเมย์หน้าห้อง เขาจะนอนดูทีวี มีเมย์คอยป้อนผลไม้ นวดขาให้ และเสพสุขกับเรือนร่างและความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวยนี้ราวกับว่าโลกใบนี้มีแค่เขากับเธอ
เขาลืมไปแล้วว่าตัวเองมีลูกที่กำลังรอโทรศัพท์ทุกคืน เขาลืมไปแล้วว่าตัวเองมีภรรยาที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานใช้หนี้ให้เขา เขาสลัดความรับผิดชอบทุกอย่างทิ้งไว้ที่กรุงเทพฯ และสวมมงกุฎเป็น 'เสี่ยดล' ผู้มีอิสระในโลกใบเล็กๆ ที่เขาใช้เงินที่ไม่มีอยู่จริงสร้างขึ้นมา
คืนวันศุกร์สัปดาห์ที่ห้าของการมาอยู่ชลบุรี...
ดลนอนกอดเมย์อยู่บนเตียงนุ่มในอพาร์ตเมนต์ใหม่ โทรศัพท์มือถือของเขาที่วางอยู่บนหัวเตียงสั่นครืดๆ หน้าจอสว่างวาบขึ้นมาในความมืด ปรากฏข้อความไลน์จากณัฐที่ส่งมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ณัฐ: พี่ดล ทำไมไม่รับสาย ข้าวปั้นร้องไห้หาพี่นะ ณัฐ: เงินค่าบ้านเดือนนี้พี่โอนเข้าบัญชีหรือยัง ธนาคารโทรมาทวงแล้วนะ ณัฐ: ตอบไลน์ณัฐหน่อย พี่เป็นอะไรหรือเปล่า
ดลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยสายตารำคาญจัด เขาพ่นลมหายใจแรงๆ
"อะไรกันนักหนาวะ น่าเบื่อฉิบหาย"
เขาบ่นพึมพำ
"มีอะไรเหรอคะพี่ดล แฟนคลับโทรมาตามอีกแล้วเหรอ" เมย์ถามเสียงงัวเงีย ซุกหน้าเข้ากับแผงอกของเขา
ดลก้มลงจูบกระหม่อมของเมย์อย่างแสนรัก
"ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ พวกแก๊งเพื่อนมันชวนไปเตะบอลน่ะ พี่ขี้เกียจไป นอนกอดเมย์ดีกว่า"
เขาจัดการกด 'ปิดแจ้งเตือน' แชทของณัฐ โยนโทรศัพท์คว่ำหน้าลงกับโต๊ะข้างเตียง แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของเขากับเด็กสาว ปิดสวิตช์การรับรู้โลกภายนอกทั้งหมด ปล่อยตัวปล่อยใจจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งราคะและความเห็นแก่ตัวอย่างสมบูรณ์แบบ
