บทที่ 5 ขึ้นเขาอีกครั้ง
หลังจากทำให้ชาวบ้านตกตะลึงไปแล้ว หยางจื้อซีก็เดินมุ่งหน้ากลับบ้านไปโดยเอามือไพล่หลังอย่างมีความสุข แม้ว่านางจะไม่รังเกียจที่จะฆ่าคน แต่นางหาใช่ฆาตกรใจบาปที่ฆ่าคนโดยไร้เหตุผล มันเป็นเรื่องปกติสำหรับหยางจื้อซีที่จะทำให้สมาชิกในครอบครัวบ้านใหญ่หยางที่ชอบสร้างปัญหาให้กับครอบครัวของนางรู้สึกหวาดกลัว แต่ถ้านางลงมือฆ่าใครสักคนจริง ๆ แล้วล่ะก็มันจะส่งผลกระทบต่อน้อง ๆ ของนางและท่านพ่อท่านแม่ แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่นางไม่อยากให้เกิดขึ้นและไม่อยากให้มีผลกระทบกับชื่อเสียงของน้องชายน้องสาวในอนาคต
ทุกอย่างเป็นอย่างที่หยางจื้อซีคิด ตอนนี้บ้านใหญ่หยางกำลังพูดคุยกันถึงสิ่งที่พวกเขาพบเจอในวันนี้ และไม่เข้าใจว่าเหตุใดหยางจื้อซีแค่เพียงตกลงมาจากภูเขาถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ บางคนถึงกับคิดว่าหยางจื้อซีเก็บงำความสามารถเอาไว้และตอนนี้นางไม่จำเป็นจะต้องเก็บซ่อนตัวตนของตัวเองเอาไว้อีกแล้ว นี่เป็นสิ่งที่หวังซื่อคิด
ส่วนชาวบ้านบางคนยังแอบจับกลุ่มคุยกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับบ้านใหญ่หยางในวันนี้เช่นเดียวกัน ชาวบ้านบางคนถึงกับสมน้ำหน้าผู้เฒ่าหยางที่ผลักไสครอบครัวของหยางซานหลางออกไป และสูญเสียหลานสาวที่มีความสามารถเช่นหยางจื้อซี
“ข้าไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับหยางจื้อซีบนภูเขาเมื่อวานนี้ ถ้านางไม่ตกเขาหัวแตกพวกเราคงไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นและรู้ว่านางเป็นคนที่มีความสามารถ”
“คราวนี้ครอบครัวของเฒ่าหยางคงจะเสียใจจนไส้เขียวเป็นแน่ พวกเขาผลักไสหลานสาวที่มีความสามารถออกจากบ้านและตัดความสัมพันธ์แบบนี้...”
ชาวบ้านบางคนที่ยังไม่ได้กลับบ้านต่างมองดูก้อนหินที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ บนพื้น และไม่มีใครเลยที่จะไม่หวาดกลัวหยางจื้อซี แทนที่จะพูดถึงการกระทำของหยางจื้อซีในวันนี้ พวกเขากลับหัวเราะเยาะครอบครัวของผู้เฒ่าหยาง ทุกคนต่างยินดีกับความโชคร้ายของผู้อื่นจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
เมื่อหยางจื้อซีกลับไปที่ลานบ้านเล็ก ๆ ของตัวเองที่ตีนเขา ก็พบว่าน้องชายของนางกำลังนั่งจ้องมองไปที่ประตูโดยไม่กะพริบตาแม้แต่น้อย ทันทีที่เขาเห็นนางกลับมาก็รีบวิ่งไปหาทันที “พี่สาว ท่านกลับมาแล้ว”
“รอนานหรือไม่ เหตุใดไม่อยู่เป็นเพื่อนท่านแม่” หยางจื้อซีอุ้มน้องชายขึ้นมา ถึงแม้ว่าหยางเจวี๋ยจะอายุห้าขวบแล้วแต่ร่างกายของเขาเท่ากับเด็กสี่ขวบเพียงเท่านั้น แม้ว่าเขาจะได้รับการดูแลอย่างดีจากพี่สาวทั้งสองคนก็ตาม หยางอันโผล่หัวออกจากห้องครัว เมื่อเห็นหยางจื้อซีกลับมาก็หรี่ตาลงแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า
“พี่สาว ข้าวสุกแล้ว รอข้าผัดผักป่าเสร็จก็กินได้เลย”
หยางจื้อซีพยักหน้าให้หยางอัน จากนั้นก็ถามถึงยาของหลิวซื่อว่า “น้องรอง ที่บ้านยังมียาของท่านแม่อยู่หรือไม่”
“เหลือไม่มากแล้ว คงจะพอกินได้อีกแค่สองวัน” หยางอันเปิดตู้ในห้องครัวแล้วหยิบเทียบยาออกมาสองห่อยกให้หยางจื้อซีดู
การซื้อยาต้องใช้เงิน และวิธีเดียวที่หยางจื้อซีคิดได้ในตอนนี้การที่จะหาเงินได้เร็วที่สุดคือการไปล่าสัตว์บนภูเขา นอกจากจะล่าสัตว์แล้วยังสามารถเก็บสมุนไพรขายได้อีกด้วย
“หลังกินมื้อเช้าข้าจะขึ้นเขา ยาของท่านแม่จะขาดไม่ได้”
“ไม่…” แต่ก่อนที่หยางอันจะพูดจบ ประตูลานบ้านก็ถูกเคาะ และตู้หยวนก็ตะโกนเสียงดังเรียกหยางจื้อซี “จื้อซี ข้าเองเปิดประตูให้ข้าหน่อย”
หยางจื้อซีมองหน้าหยางอันจากนั้นก็ถามน้องสาวว่า “ผู้ใดรึ เหตุใดถึงต้องมาเรียกข้า”
หยางอันตอบหยางจื้อซีทันที “พี่ชายตู้หยวนเป็นลูกชายของท่านลูงตู้ไห่ ท่านลุงตู้ไห่เป็นเพื่อนที่ดีของท่านพ่อ และพวกเราเติบโตมาด้วยกันกับพี่ตู้หยวน พี่ใหญ่อาจจะลืมไปแล้ว ครอบครัวของท่านลุงตู้ไห่ถือว่าเป็นเพื่อนบ้านที่ดีที่สุดของพวกเรา บางครั้งท่านลุงตู้ไห่จะให้ไก่ฟ้าหรือกระต่ายป่าที่ล่ามาได้กับพวกเราเสมอ”
หยางจื้อซีวางน้องชายลงบนพื้นจากนั้นก็ออกไปเปิดประตู ตู้หยวนสาวเท้าเข้ามาในบ้านจากนั้นก็ชี้ไปที่หยางจื้อซีแล้วต่อว่าหยางจื้อซีทันที
“จื้อซี เจ้าทำได้เช่นไร เจ้ามีความสามารถมากมายขนาดนี้แต่เจ้ากลับซ่อนเอาไว้หลายปี ตอนนี้เจ้าแกล้งเป็นคนความจำเสื่อมใช่หรือไม่ เจ้ามีอันใดปิดบังสหายอย่างข้า อย่าลืมว่าพวกเราเป็นสหายที่เติบโตมาด้วยกัน”
หยางอันโผล่หัวออกมาจากห้องครัวอีกครั้งเพื่อพูดคุยกับตู้หยวน “พี่ตู้หยวน พี่สาวสูญเสียความทรงจำจริง ๆ แม้แต่ชื่อของท่านข้าก็เป็นคนบอก”
“เจ้าความจำเสื่อมจริง ๆ รึ เมื่อวานเจ้าตกลงมาจากภูเขาสูงใช่หรือไม่ หัวของเจ้าคงกระแทกเข้ากับอะไรสักอย่าง ทำให้สมองของเจ้ากระทบกระเทือน แล้วตอนนี้เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง ยังเจ็บแผลอยู่หรือไม่” ตู้หยวนมองมาที่หยางจื้อซีด้วยความกังวล
“ข้าไม่เป็นอันใดมากแล้ว”
“แล้วเจ้าจะทำเช่นไรต่อไป เจ้ายังจะขึ้นไปบนภูเขาอีกหรือไม่”
“เจ้ามาหาข้าวันนี้มีเรื่องอันใดรึ”
“แน่นอนว่าข้าจะมาชวนเจ้าไปล่าสัตว์น่ะสิ”
“ข้าตั้งใจว่าหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จจะขึ้นไปบนภูเขา เจ้ากลับไปเตรียมตัวให้พร้อมเถอะ”
“ตกลง ข้าจะกลับบ้านไปเตรียมของตอนนี้เลย” ตู้หยวนวิ่งกลับบ้านไปด้วยความดีใจ จากนั้นเขารีบเตรียมของสำหรับขึ้นเขาอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะกลับไปที่บ้านของหยางจื้อซีอีกครั้ง
ทันทีที่หยางจื้อซีหันกลับมา นางก็พบกับดวงตาสีดำกลมโตของหยางอันและหยางเจวี๋ย “ตู้หยวนกำลังจะขึ้นไปบนภูเขากับพี่สาว ตอนนี้พวกเจ้าเลิกกังวลแล้วใช่หรือไม่ ?”
เมื่อเทียบกับการปล่อยให้พี่สาวขึ้นไปบนภูเขาเพื่อไปล่าสัตว์ตามลำพัง แต่เมื่อมีตู้หยวนไปด้วยหยางอันรู้สึกโล่งใจกว่ามากที่พวกเขาทั้งสองจะขึ้นไปบนภูเขาเพื่อล่าสัตว์ด้วยกัน นอกจากนี้ที่บ้านไม่มีเงินและไม่มีอาหารมากพอ มันเป็นเรื่องที่ยากจริง ๆ สำหรับครอบครัวของพวกเขาในตอนนี้
อาการเจ็บป่วยของท่านแม่จะต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าวันนี้หยางจื้อซีจะขึ้นไปบนภูเขาคนเดียวก็ตามที ถ้าไม่ขึ้นไปบนภูเขาวันนี้วันพรุ่งนี้ก็ต้องขึ้นไปบนภูเขาอยู่ดี ไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีเงินมาซื้อยาเพื่อรักษาท่านแม่ และไม่มีเงินซื้ออาหารเข้าบ้าน ทันทีที่อาหารเสร็จแล้วหยางอันก็เรียกพี่สาวและน้องชายเพื่อมากินข้าว และชามของหยางจื้อซีจะมีปริมาณอาหารมากกว่าพี่น้องคนอื่น
หยางจื้อซียังไม่ได้กินมื้อเช้า นางเพิ่งกินข้าวไปได้ครึ่งชามเท่านั้น ตู้หยวนก็มาถึงพร้อมกับข้าวของที่เตรียมเอาไว้สำหรับใช้ในยามที่ขึ้นไปบนภูเขา ทันทีที่เขามาถึง เขาก็วิ่งไปรอบ ๆ สนามหญ้า ซึ่งทำให้หยางจื้อซีรู้สึกปวดหัวกับการกระทำของเขามาก นางรีบกินโจ๊กที่เหลือครึ่งชาม จากนั้นเดินไปบอกหลิวซื่อผู้เป็นแม่แล้วสะพายตะกร้าไว้บนหลัง ออกเดินทางมุ่งหน้าเข้าไปในภูเขากับตู้หยวน
เมื่อเดินขึ้นเขาก็พบว่าในป่าบนภูเขานั้นเขียวชอุ่ม อารมณ์ของหยางจื้อซีก็สงบลงเมื่อนางมองไปที่ต้นไม้และเถาวัลย์ที่อยู่รอบ ๆ ตัว ซึ่งสิ่งที่สวยงามขนาดนี้หายากที่จะมีให้เห็นในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดที่นางจากมา ที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยมลพิษ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ สิ่งต่าง ๆ ได้พัฒนาไปมากต่างจากโลกล้าหลังแห่งนี้ที่ยังมีแม่น้ำลำธาร มีภูเขาและป่าอันอุดมสมบูรณ์เช่นนี้ ตู้หยวนถือธนูและลูกศรของเขาและมองไปรอบ ๆ
ในหมู่บ้านตอนนี้เหล่าชาวบ้านที่ไปร่วมชมความสนุกต่างพูดคุยกัน พวกเขาเพิ่งกลับจากแม่น้ำและพบกับหัวหน้าหมู่บ้านมู่จงโดยบังเอิญ ชาวบ้านได้เล่าถึงเรื่องราวที่หยางจื้อซีทุบตีคนบ้านใหญ่หยางรวมถึงจับผู้เฒ่ากับแม่เฒ่าหยางสองสามีภรรยาโยนลงไปในแม่น้ำ มู่จงฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้านเขาเองก็ไม่สามารถที่จะยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในครอบครัวได้มากนัก ตราบใดที่พวกเขาไม่ทำเกินกว่าเหตุจนทำให้มีคนตาย แต่ในใจลึก ๆ ของเขากลับเห็นด้วยกับการกระทำของหยางจื้อซีในครั้งนี้ เขาเองก็คิดว่าคนบ้านนั้นสมควรจะโดนเสียบ้าง
หลังจากที่มาถึงภูเขากับตู้หยวน จู่ ๆ หูของหยางจื้อซีก็ได้ยินเสียงวุ่นวายภายในภูเขา นางยืนมองไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียง
“เจ้าจะไปทางนั้นรึ จื้อซี” ตู้หยวนถามออกมาอย่างไม่เห็นด้วยที่นางจะมุ่งหน้าไปอีกทางซึ่งไม่ใช่ทิศทางที่เขาคิดเอาไว้ ตู้หยวนนึกได้ว่าหยางจื้อซีความจำเสื่อมจึงคิดว่านางอาจจะจำทางไม่ได้จึงได้พูดขึ้นมาว่า
“เราต้องปีนต่อไปบนเนินเขาสองลูกก่อนที่จะเข้าสู่ภูเขาลึก อาจจะมีอะไรดี ๆ บ้างที่เราไม่สามารถพบได้นอกภูเขาเช่นนี้”
เมื่อเห็นตู้หยวนพูดเช่นนั้น หยางจื้อซีปฏิเสธที่จะฟังในสิ่งที่เขาพูด นางทำได้เพียงคว้าคอเสื้อด้านหลังของเขาแล้วดึงกลับมาแล้วบอกกับตู้หยวนว่า
“มีคนอยู่บนภูเขาข้างหน้า เจ้าคิดว่าพวกเราควรวิ่งไปหาความเดือดร้อนเช่นนั้นรึ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนพวกนั้นเป็นใคร เป็นคนดีหรือคนไม่ดี”
ตู้หยวนยังไม่เข้าใจในสิ่งที่หยางจื้อซีพูด ตู้หยวนมองหน้านางแล้วพูดขึ้นว่า “ภูเขาไม่ใช่ของเรา มันก็เป็นเรื่องปกติที่จะมีผู้คนขึ้นเขาเข้าป่ามาล่าสัตว์ เจ้าจะไม่ให้ใครขึ้นมาบนเขาเลยหรือยังไงกัน”
หยางจื้อซีนอนลงจากนั้นเอาหูแนบพื้นเพื่อฟังความเคลื่อนไหวอย่างตั้งใจ หลังจากฟังจนแน่ใจแล้วก็หันมาพูดกับตู้หยวนอย่างจริงจังว่า “มีคนมากมายอยู่อีกด้านหนึ่ง และพวกเขามีทั้งม้าและอาวุธ ข้าเดาว่าเขาคงจะเป็นนักรบหรือทหาร”
“เจ้าได้ยินเสียงในระยะไกลขนาดนั้นเลยรึ ?” ตู้หยวนมองหน้าหยางจื้อซีด้วยดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นนางพยักหน้ายืนยัน ตู้หยวนมองหยางจื้อซีด้วยความวิตกกังวลแล้วถามนางว่า
“พวกเขาอยู่ที่ไหน ข้าหมายถึงว่า พวกเขาอยู่ห่างจากพวกเราแค่ไหน ?”
“พวกเราสามารถมองเห็นพวกเขาได้หากพวกเราปีนขึ้นไปบนเนินเขาสองลูกข้างหน้า” หยางจื้อซีตอบตู้หยวน
“เร็วเข้า พวกเราไปดูกันดีกว่า” ตู้หยวนดึงหยางจื้อซีให้ปีนขึ้นไปบนเนินเขา
หยางจื้อซีไม่เข้าใจการกระทำของเขาในเวลานี้ จึงได้ถามออกไปว่า “เจ้าไม่ได้บอกว่าจะมาล่าสัตว์รึ”
“ก็ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องรีบขนาดนั้นเลยนี่ สัตว์ป่ามีเต็มภูเขา แม้มันอยากจะวิ่งหนีพวกเรามันก็หนีไม่พ้น แต่คนเหล่านั้นสิ หากไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นแล้วพวกเขามาทำอันใดในภูเขาในหมู่บ้านของพวกเรากันล่ะ”
แต่เมื่อพวกเขาทั้งสองคนมาถึงเนินเขาสูง ก็พบว่ามีกลุ่มคนที่เหมือนกับเป็นทหารของแคว้นฉีฉู่ พวกเขากำลังจับกุมใครสักคน ดูเหมือนว่าคนที่ถูกจับกุมนั้นจะเป็นทหารของแคว้นต้าเซี่ย
