บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 พบศัตรูบนภูเขา

“ทหารพวกนี้เป็นใครกัน เป็นศัตรูกับแคว้นของเรารึ” หยางจื้อซีหันไปถามตู้หยวน

“พวกเขาคือทหารของแคว้นฉีฉู่” ตู้หยวนดึงหยางจื้อซีถอยกลับมาอย่างระมัดระวังและบ่นกับนางด้วยเสียงต่ำ “เจ้าลืมไปหมดแล้วทุกอย่างจริง ๆ ลืมแม้กระทั่งพวกชั่วช้าฉีฉู่หรือ ? เจ้าลืมแม้แต่ศัตรูที่รุกรานแผ่นดินต้าเซี่ยของพวกเรา เจ้าจำมันไม่ได้แล้วรึ”

หยางจื้อซีไม่ได้โต้เถียงกับตู้หยวน เพียงแต่พูดออกมาว่า “ตอนนี้ข้าจำได้ว่าพวกฉีฉู่เป็นพวกที่มีหน้าตาน่าเกลียดมาก”

ตู้หยวนหันไปมองหยางจื้อซี เขารู้สึกพูดไม่ออกอยู่เล็กน้อย จากนั้นจึงได้พูดกับนางว่า “คนพวกนี้ไม่เพียงแต่น่าเกลียดเท่านั้นแต่ยังน่ารังเกียจมากด้วย ชาวฉีฉู่ยังปล้นอาหารจากชาวบ้านและเข่นฆ่าชาวบ้านที่ไร้หนทางต่อสู้”

“ข้าคิดว่าข้าสามารถฆ่าพวกเขาได้” หยางจื้อซีบอกกับตู้หยวนด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ตู้หยวนยังจำได้ถึงการต่อยหินด้วยหมัดเดียวของหยางจื้อซีได้ในตอนเช้าวันนี้ เขาชี้ไปในทิศทางของหุบเขาแล้วพูดด้วยดวงตาที่เปล่งประกายว่า “เจ้าแน่ใจหรือว่าเจ้าสามารถฆ่าคนเหล่านั้นได้”

หยางจื้อซีพยักหน้าแล้วถามตู้หยวนอีกครั้ง “ข้าต้องฆ่ากี่คน สองคนรึ หรือว่าจะต้องฆ่าพวกเขาทั้งหมด”

ตู้หยวนถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า “ทั้งหมดมีกี่คน”

หยางจื้อซีดึงตู้หยวนไปอีกด้านหนึ่งของภูเขา จากนั้นชี้ไปที่มุมหนึ่งแล้วพูดว่า “ข้าไม่แน่ใจ แต่พวกเขาถูกขังอยู่ที่นั่นทั้งหมด”

ตู้หยวนมองไปยังทิศทางที่หยางจื้อซีชี้นิ้วไป สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำเอาเขาเกือบจะร้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจ เขารีบก้มหัวลงแล้วดึงหยางจื้อซีไปยังที่ปลอดภัย แล้วพูดว่า

 “ชุดเกราะของคนเหล่านั้นเป็นชุดของทหารแคว้นต้าเซี่ยของพวกเรา ทหารในชายแดนเหนือทั้งหมดอยู่ภายใต้บัญชาของแม่ทัพม่อหลิงเจ๋อ ข้าคิดว่าทหารที่ถูกจับโดยชาวฉีฉู่นี้น่าจะเป็นทหารในกองทัพของแม่ทัพม่อหลิงเจ๋อเป็นแน่”

หยางจื้อซีหันมามองหน้าตู้หยวน จากนั้นก็ถามตู้หยวนว่า “เจ้าอยากช่วยทหารพวกนั้นหรือไม่”

“ข้าอยากช่วยพวกเขา แต่เราจะสามารถช่วยพวกเขาได้อย่างไรเล่า”

“ไม่มีปัญหา เรื่องนี้ปล่อยให้ข้าจัดการเอง เจ้าอยู่ที่นี่รอจนกว่าข้าจะจัดการกับคนพวกนั้นเสร็จ แล้วข้าจะเรียกเจ้า ตกลงหรือไม่”

“เจ้าจะไปคนเดียวได้อย่างไรเล่า หากเกิดอันใดขึ้นจะทำเยี่ยงไร” แต่เมื่อตู้หยวนหันมามองด้านข้างของตัวเองที่เคยมีหยางจื้อซีอยู่ ก็พบว่าหยางจื้อซีได้หายไปแล้ว ตู้หยวนรู้สึกตกใจมาก เขาส่งเสียงเรียกนางแต่กลับไร้การตอบรับ

“จื้อซี เจ้าอย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้ ข้าไม่เล่นนะ จื้อซีออกมาได้แล้ว เจ้าอย่าทำให้ข้ากลัวจะได้หรือไม่” หลังจากเรียกอยู่นานสองนานหยางจื้อซีก็ไม่ออกมา แต่พอตู้หยวนนึกถึงคำพูดที่หยางจื้อซีบอกให้ตนเองรออยู่ที่นี่ เขาก็ทำได้เพียงแค่รออยู่ที่นี่อย่างสงบเท่านั้น แม้ว่าภายในใจของเขาจะไม่สงบก็ตามที

หยางจื้อซีปีนลงมาจากหน้าผาพร้อมกับมีดตัดฟืนที่เหน็บอยู่ข้างเอว ในที่สุดการฝึกฝนตั้งแต่เด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่ในองค์กรมืดก็ได้ถูกนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์อีกครั้งในโลกหลังความตายนี้ หยางจื้อซีแอบย่องไปลอบฆ่าทหารของแคว้นฉีฉู่ทีละคน

ทหารของต้าเซี่ยหลายสิบคนที่ถูกขังอยู่ในกรงขังที่สร้างจากไม้ไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่เนินเขา ในเวลานี้ทุกคนยังคงนิ่งเฉยราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มีคนคนหนึ่งถอยกลับไปที่มุมหนึ่งและกระซิบสิ่งที่เขาค้นพบ

“ท่านแม่ทัพ คนของเราที่ไปทางเหนือเมื่อวันก่อน เมื่อวานพวกเขาได้นำสิ่งต่าง ๆ มากมายกลับมาในวันนี้” 

 

ม่อหลิงเจ๋อนั่งพิงกรงขังอย่างเย็นชา จ้องมองทหารฉีฉู่ที่เฝ้าพวกเขาอยู่นอกกรงขังด้วยสีหน้ามืดมนแล้วกระซิบว่า “เจียงซินและคนอื่น ๆ เห็นควันพวยพุ่งขึ้นมาจากทิศตะวันออกเฉียงใต้เมื่อเช้านี้ในตอนที่พวกเราถูกจับ เป็นไปได้ว่าพวกเราก็อยู่ใกล้อำเภอหยุนหมิงเมืองหยางโจว ซึ่งหมายความว่าหุบเขานี้อยู่ไม่ไกลจากอำเภอหยุนหมิง แต่ข้าจำแผนที่ใกล้อำเภอหยุนหมิงได้อย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่าบริเวณนี้ถูกแยกออกจากดินแดนแคว้นฉีฉู่ ด้วยภูเขาอย่างน้อยหลายสิบลูกทางตอนเหนือและมีสัตว์ดุร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนอยู่ในนั้น เป็นไปไม่ได้ที่ทหารฉีฉู่จะเดินเท้าไปตามภูเขาจนสุดทางอย่างโง่เขลา นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นข้าคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะเดินทางผ่านต้าเซี่ยทางบกเป็นแน่ และยิ่งเดินทางผ่านภูเขายิ่งไม่มีทางเป็นไปได้ มีเพียงแค่การเดินทางผ่านทางน้ำเท่านั้น”

 

เยว่สืออุทานด้วยเสียงต่ำ “ท่านแม่ทัพกำลังจะบอกว่าแม่น้ำใต้ดินที่นายกองเหลยถิงค้นพบโดยบังเอิญนั้นถูกค้นพบโดยพวกฉีฉู่แล้วหรือขอรับ”

ม่อหลิงเจ๋อพยักหน้าด้วยหน้าตาบูดบึ้ง จากนั้นก็ก้มหน้าลง ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียง ‘อา’ เบา ๆ ทหารของฉีฉู่ยกดาบขึ้นอย่างดุร้ายพร้อมกันทันที และตะโกนเสียงดังใส่ทหารผู้ที่ทำหน้าที่เฝ้าเวรยามอยู่เป็นภาษาท้องถิ่นของแคว้นฉีฉู่ที่หยางจื้อซีไม่คุ้นเคยและฟังไม่ออกว่าพวกเขาพูดอันใดกัน “ใครอยู่ตรงนั้นออกมาเดี๋ยวนี้ ใครกล้ามาแสวงหาความตายถึงที่นี่”

 

เยว่สือหันมามองหน้าม่อหลิงเจ๋อ จากนั้นพวกเขาก็มองเห็นความเคลื่อนไหวหลังต้นไม้ใหญ่ สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือมีเด็กหญิงอายุสิบกว่าปียังไม่พ้นวัยปักปิ่นด้วยซ้ำ เดินออกมาจากหลังต้นไม้จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้พวกเขาเงียบ ม่อหลิงเจ๋อคิดไม่ถึงว่าเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ที่อยู่ดี ๆ ก็โผล่มา ที่สำคัญเด็กหญิงคนนี้พยายามจะช่วยพวกเขา ขณะที่ทุกคนกลั้นหายใจ หวังว่าเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ จะสามารถสร้างปาฏิหาริย์และช่วยเหลือพวกเขาได้ทั้งหมด จู่ ๆ ก้อนหินหลายก้อนก็กลิ้งลงมาจากหน้าผาซึ่งอยู่ไม่ไกล

ตู้หยวนตกลงมาจากหน้าผา ถึงแม้ว่าเขาจะคว้าเถาวัลย์ที่ขอบหน้าผาเอาไว้ได้ แต่ร่างกายของเขาก็ยังเลื่อนลงมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาลืมไปว่าเขาอยู่ที่ไหนด้วยความตื่นตระหนก ตู้หยวนกรีดร้องขึ้นทันทีด้วยความกลัว

“อ้า! จื้อซีช่วยข้าด้วย”

“มีคนอยู่ตรงนั้น!” ทหารฉีฉู่ที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณที่ตู้หยวนตกลงมารีบรุดไปที่หน้าผาทันที

หยางจื้อซีเงยหน้าขึ้นมองอย่างช่วยไม่ได้และมองไปที่ตู้หยวนที่กำลังตกอยู่ในอันตราย ขณะที่นางเดินออกจากด้านหลังต้นไม้ที่ซ่อนตัวอยู่ในตอนแรก หยางจื้อซีพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“เจ้าอยู่ไกลเกินไปจากตรงนี้ ตอนนี้เจ้าต้องพยายามปีนขึ้นไปข้างบนดีที่สุดและนั่นเป็นสิ่งที่เจ้าสมควรทำ”

“จื้อซี เจ้าคนใจร้าย เราโตมาด้วยกันใส่กางเกงตัวเดียวกันมาก่อน เจ้าจะใจดำและไม่ช่วยข้าเลยรึ” ตู้หยวนโกรธมากจนเขาใช้กำลังทั้งหมดที่มีปีนขึ้นไปบนหน้าผาได้สำเร็จ

แต่เสียงของหยางจื้อซีได้ดึงดูดความสนใจของทหารแคว้นฉีฉู่กลุ่มหนึ่ง ทันทีที่นางเดินออกจากที่ซ่อนทหารห้าหกคนก็วิ่งเข้าไปหานางพร้อมด้วยอาวุธในมือ เมื่อตู้หยวนได้ยินเสียงของทหารแคว้นฉีฉู่ก็ตกตะลึงทันที เขาลืมไปได้อย่างไรว่าพวกเขาทั้งสองคนอยู่ที่ไหน ตู้หยวนไม่รอช้ารีบบอกให้หยางจื้อซีหนีไปทันที

“จื้อซี เจ้ารีบหนีไปก่อนไม่ต้องห่วงข้า”

หยางจื้อซีไม่ฟังคำพูดของตู้หยวน นางยังถือมีดตัดฟืนอยู่ในมือและมองทหารของแคว้นฉีฉู่ที่กำลังวิ่งเข้ามา และบอกกับตู้หยวนว่า “เจ้ารีบออกไปจากตรงนี้ ข้าไม่มีเวลาดูแลเจ้า ที่สำคัญเจ้าอย่ามาอยู่ให้เกะกะข้า”

“จื้อซีเจ้าบ้าไปแล้วหรือ พวกนั้นมีคนตั้งมากมายเจ้าจะเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายได้เยี่ยงไร เจ้ารีบหนีไปเถอะ ถือว่าข้าขอร้องเจ้า” ตู้หยวนพูดออกมาทั้งที่ในใจเขาหวาดกลัวแทบตาย

“ทางนั้น มีคนอยู่ทางด้านนั้น รีบไปจับตัวมาให้ได้”

หยางจื้อซีไม่สนใจตู้หยวนอีกต่อไป นางถือมีดตัดฟืนวิ่งเข้าปะทะกับทหารแคว้นฉีฉู่และฟันเข้าที่แขนของศัตรู นอกจากจะฟันที่แขนแล้วนางยังเอามีดตัดฟืนฟันไปที่คอของทหารฉีฉู่จนทหารคนนั้นสิ้นใจ จากนั้นก็หยิบเอาดาบของทหารที่ตายไปขึ้นมา และเริ่มที่จะโจมตีทหารคนต่อไป ในตอนที่กำลังชุลมุน ตู้หยวนที่คิดว่าปีนกลับขึ้นไปบนหน้าผาแล้ว ก็ตกลงมาอีกครั้งเพราะเขามัวแต่มองหยางจื้อซีด้วยความเป็นห่วง จนทำให้เถาวัลย์ที่เขาจับอยู่ขาดและตกลงมาอีกครั้ง

หยางจื้อซีที่จัดการกับทหารแคว้นฉีฉู่ได้เพียงสามคนเท่านั้น ตู้หยวนก็ตกลงมาถึงพื้นด้านล่างและกระแทกเข้ากับหินอย่างจัง ตู้หยวนร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อทหารฉีฉู่เห็นว่าเหล่าสหายร่วมรบของตัวเองต้องตกตายไปด้วยน้ำมือของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งก็รู้สึกทั้งโมโหและอับอายจนรู้สึกว่าพวกเขายอมไม่ได้

 ทางด้านหลิงม่อเจ๋อและทหารของต้าเซี่ยที่อยู่ในกรงขังที่กำลังดูอยู่พวกเขาต่างตกใจเช่นเดียวกัน หยางจื้อซีเห็นว่าทหารของฉีฉู่วิ่งตามหลังนางมา หยางจื้อซีทำได้เพียงใช้มือดึงคอเสื้อด้านหลังของตู้หยวนจากนั้นก็ออกวิ่งไปทันที โดยมีตู้หยวนที่กรีดร้องด้วยความตกใจ หยางจื้อซีลากเขาวิ่งไปรอบ ๆ

 ในตอนที่ตัวเขาลอยขึ้นจากพื้น เขาก็เห็นดาบสั้นหล่นลงมาไม่ไกลจากตัวเขา และตกลงกระแทกก้อนหินเสียงดัง ‘ติ๊ง’ ตู้หยวนตกใจกลัวแทบฉี่ราด ตอนนี้ความเป็นความตายของเขาขึ้นอยู่กับหยางจื้อซีแล้ว หากเขารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้เขาคงนั่งอยู่เงียบ ๆ ตามที่หยางจื้อซีบอก เขาไม่น่าอยากรู้อยากเห็นเลย หาไม่แล้วเขาคงไม่ตกลงมาจากหน้าผาและมาเป็นตัวภาระของสหาย ตอนนี้ก็ดีแล้ว หากรอดไปได้เขาจะต้องเชื่อฟังหยางจื้อซีให้ดีในครั้งหน้า 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel