บทที่ 4 หยางจื้อซีเปลี่ยนไปจนน่าตกใจ
ทุกคนรู้สึกขนลุกไปทั้งตัวในตอนนี้ หยางเป่ยซึ่งถูกหยางจื้อซีต่อยเข้าที่คอก็คร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด ทุกคนที่เห็นเบิกตากว้างมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า พวกเขาทำได้แค่อ้าปากค้างไม่สามารถพูดอันใดออกมาได้ชั่วขณะ ทันทีที่ได้สติพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ
“จื้อซี อย่า” เสียงร้องของชาวบ้านตะโกนห้ามปราม
“ใช่แล้ว จื้อซีเจ้าหยุดลงมือเถอะ ถึงอย่างไรหยางเป่ยก็เป็นลุงใหญ่ของเจ้านะ”
หยางจื้อซีเมินเฉยต่อใครก็ตามที่บอกให้นางหยุดมือ พวกเขาเพียงแค่แสดงความเมตตาต่อนางและแสร้งทำเป็นคนดีเท่านั้น ดังนั้นนางจึงไม่มองไปที่ชาวบ้านพวกนั้นและพูดอย่างใจเย็น
“พวกเขาล้วนแต่เป็นคนเลวที่ต้องการทำร้ายข้ากับครอบครัวของข้า ข้าก็แค่ระบายความโกรธที่เก็บเอาไว้มาเนิ่นนานก็เท่านั้น มีอะไรไม่ดีกัน”
หยางเป่ยตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธแค้น “ผายลม! มารดามันเถอะ เจ้าพูดจาไร้สาระอันใดกัน นั่นเป็นพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของเจ้า และนั่นก็เป็นป้าสะใภ้ของเจ้า”
หยางจื้อซีไม่ได้สนใจในสิ่งที่หยางเป่ยพูด ไม่เพียงไม่สนใจเท่านั้น นางยังเดินไปข้างหน้าแล้วจับหยางเป่ยโยนลงไปในแม่น้ำอีกคน
“พวกเจ้าบอกว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องและป้าสะใภ้ของข้า พวกเราเป็นญาติกัน แต่พวกเจ้าเคยสำนึกหรือไม่ว่าข้ากับครอบครัวของข้าเป็นญาติกับพวกเจ้า เป็นสายเลือดเดียวกันกับพวกเจ้า และเป็นคนตระกูลหยางเช่นเดียวกันกับพวกเจ้า หลายปีที่ผ่านมานี้พวกเจ้าปฏิบัติกับบ้านสามของเราเช่นไรพวกเจ้าย่อมรู้อยู่แก่ใจดี” หยางจื้อซีมองคนบ้านใหญ่ด้วยสายตาเย็นชา
“ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่เคยคิดอยากให้เจ้าตาย เจ้าเชื่อข้านะน้องห้า เจ้ายกโทษให้ข้าเถอะ เจ้าช่วยปล่อยข้าไปจะได้หรือไม่” หยางปิงคิดว่าหยางจื้อซีต้องการฆ่าเขาจริง ๆ และเขาก็หวาดกลัวมาก เขาพูดทั้งน้ำตาและน้ำมูกก็ไหลอาบไปทั่วหน้าดูแล้วน่ารังเกียจที่สุด ครั้งนี้เขากลัวจริง ๆ และถ้าหากเขาผ่านวันนี้ไปได้เขาจะไม่เข้าใกล้หยางจื้อซีอีก หากหยางจื้อซีไปทางซ้ายแน่นอนว่าเขาจะต้องไปทางขวา ไม่มีทางเดินไปในทางเดียวกับหยางจื้อซีเป็นแน่
“ข้าไม่ใช่น้องสาวคนที่ห้าของเจ้า แม่ของเจ้าเป็นอันธพาล กล่าวหาหยางอันน้องสาวของข้าว่านางขโมยไก่ของบ้านใหญ่ นางใส่ร้ายป้ายสีเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ จิตใจของแม่เจ้านั้นดำมืด เจ้าเองก็ไม่ใช่คนดีเช่นกัน”
ตอนนี้เหลือเพียงแค่หยางเหลียนฮวาที่ยังไม่ถูกโยนลงไปในแม่น้ำ เมื่อเห็นว่าหยางจื้อซีหันหน้ามาทางนาง หยางเหลียนฮวาก็หันหลังกลับโดยไม่สนใจพ่อแม่และพี่ชายของนางที่ยังอยู่ในแม่น้ำ ผู้เฒ่าหยางยังได้ยินถึงความเปลี่ยนแปลงของหยางจื้อซีหลังจากที่นางตกลงมาจากภูเขาเมื่อวานนี้ และตอนนี้นางมีท่าทางที่ดุร้ายและโหดเหี้ยมต่างจากหยางจื้อซีในวันวาน เมื่อผู้เฒ่าหยางมองมาที่หยางจื้อซี นางเพียงแค่เหลือบตามองเขาเท่านั้น จากนั้นหยางจื้อซีก็เดินตรงมาหาผู้เฒ่าหยาง ทำให้ชาวบ้านที่มุงดูรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก พวกเขาเข้าใจกระจ่างแจ้งว่าหยางจื้อซีไม่เพียงแค่โยนลุงใหญ่ของตัวเองและครอบครัวลงไปในแม่น้ำ แต่ยังต้องการโยนผู้เฒ่าหยางและแม่เฒ่าหยางสองสามีภรรยาวัยชราลงไปในแม่น้ำด้วย
“หยางจื้อซีเด็กคนนี้กำลังทำอันใดอยู่กันแน่ ดูเหมือนว่านางถูกบ้านใหญ่และชุ่ยฮวารังแกจนหมดความอดทน และระบายโทสะที่สะสมเอาไว้ออกมาในวันนี้ก็เป็นไปได้ ไม่แปลกใจเลยที่นางต้องการโยนพวกเขาลงไปในแม่น้ำ”
“ถึงมันจะเป็นเรื่องของบ้านสามก็จริง ถึงผู้เฒ่าหยางกับแม่เฒ่าหยางนั้นจะใจร้าย แต่ในแคว้นต้าเซี่ยซึ่งให้ความสำคัญกับความกตัญญู ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีลูกหลานที่กล้าหาญและไม่กตัญญูคนใดที่กล้าไม่เชื่อฟังปู่ย่าตายายของตนเองและทุบตีปู่ย่าตายายของตนเองมาก่อนเลย การที่หยางจื้อซีทำเช่นนี้ไม่เกิดผลดีกับตัวนางเอง ชื่อเสียงสำหรับสตรีนั้นสำคัญ หากเป็นเช่นนี้นางจะหาบ้านสามีแล้วออกเรือนไปได้เช่นไรกัน จะมีผู้ใดกล้าแต่งนางเข้าบ้าน”
ความคิดเห็นของชาวบ้านไม่เพียงแต่ทำให้ผู้เฒ่าหยางและแม่เฒ่าหยางหวาดกลัวเท่านั้น แต่ยังทำให้หยางเอ้อร์หลางตื่นตระหนกด้วย เขารีบยืนขึ้นเพื่อขัดขวางหยางจื้อซีและเกลี้ยกล่อมอย่างจริงจังว่า
“จื้อซี แม้ว่าเจ้าจะโกรธป้าสะใภ้ใหญ่ของเจ้า แต่เจ้าก็ระบายโทสะกับนางไปแล้วรวมถึงลุงใหญ่และลูกพี่ลูกน้องของเจ้า แต่เจ้าไม่สามารถทำเช่นนั้นกับปู่ย่าของเจ้าได้ เจ้ากลับบ้านไปก่อนดีหรือไม่ ลุงรองกับป้าสะใภ้รองจะไปหาเจ้าทีหลัง”
หวังซื่อที่เป็นป้าสะใภ้รองเองก็ได้ช่วยเกลี้ยกล่อมหยางจื้อซีเช่นเดียวกัน “จื้อซี ป้าสะใภ้รองรู้ว่าเจ้าจำอะไรไม่ได้ แต่เจ้าไม่สามารถโกรธได้อีกต่อไป และเจ้าไม่สามารถทำร้ายปู่กับย่าของเจ้าได้รู้หรือไม่”
“หวังซื่อเจ้าหยุดพูดได้แล้ว ข้าเห็นว่านังเด็กสารเลวนี่จดจำผู้คนได้ ตอนนี้ก็แค่แกล้งทำเป็นว่าจำอะไรไม่ได้เลยก็เท่านั้น” อย่างไรก็ตามผู้เฒ่าหยางเชื่อว่าหยางจื้อซีกำลังแกล้งทำเป็นว่าจดจำเรื่องราวต่าง ๆ และผู้คนไม่ได้เพื่อเป็นข้ออ้างในการทำร้ายคนบ้านใหญ่
แม่เฒ่าหยางเองหลังจากที่ยืนเงียบมาตั้งนานสองนานตอนนี้ก็ได้ออกมาด่าทอสาปแช่งหยางจื้อซีเช่นเดียวกัน “ตระกูลหยางของข้าไม่มีลูกหลานที่นอกรีตอย่างเจ้าเช่นนั้น เจ้าไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ”
“หึ ใครมันกล้ารังแกข้าพวกมันต้องชดใช้” หยางจื้อซีไม่เพียงไม่ฟังคำพูดของหยางเอ้อร์หลางกับหวังซื่อเท่านั้น นางเดินอ้อมหยางเอ้อร์หลางและหวังซื่อไป จากนั้นก็จับผู้เฒ่าหยางโยนลงไปในแม่น้ำด้วยเช่นเดียวกัน และตามมาด้วยแม่เฒ่าหยาง
“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”
“ท่านปู่! ท่านย่า!”
หยางหนิงและหยางเอ้อร์หลางรีบไปที่แม่น้ำทันที โดยไม่สนใจหยางจื้อซีอีก แม้แต่หยางเป่ยกับหยางปิงที่เพิ่งปีนขึ้นมาจากแม่น้ำก็รีบไปช่วยผู้เฒ่าหยางกับแม่เฒ่าหยางที่ตกลงไปในแม่น้ำ
หวังซื่อจ้องมองไปที่หยางจื้อซีราวกับว่านางไม่เคยรู้จักเด็กผู้หญิงตรงหน้านี้มาก่อน และกระทืบเท้าของนางด้วยความกังวล “เจ้าเด็กน้อย เจ้าโยนปู่ย่าของเจ้าลงแม่น้ำได้อย่างไร นั่นคือปู่ย่าของเจ้า!”
ชาวบ้านที่มามุงดูความสนุกก็เริ่มกล่าวหาหยางจื้อซีเช่นกัน “หยางจื้อซี เจ้าช่างเป็นหลานสาวที่อกตัญญูเสียจริง ตอนนี้เจ้าไปไกลเกินไปแล้ว”
“แม้แต่ปู่ย่าของเจ้า เจ้ายังกล้าโยนลงไปในแม่น้ำ หมู่บ้านของเราไม่มีคนเลวทรามเช่นเจ้า”
“ข้าว่าไปแจ้งทางการดีกว่า ให้นายอำเภอโบยนางโทษฐานที่นางอกตัญญู”
หยางจื้อซีคิดว่าการที่ทุบตีคนเหล่านี้ทำให้ชาวบ้านพวกนี้ไม่พอใจ และการกระทำของนางเช่นนี้ไม่มีประโยชน์ เมื่อคิดได้ดังนั้นนางจึงเดินไปที่ก้อนหินขนาดใหญ่ที่วางอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ จากนั้นยกมือขึ้นและต่อยก้อนหินก้อนนั้น ชั่วพริบตาหินก้อนนั้นก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ ชาวบ้านที่กำลังจะอ้าปากพูด ก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจและตกตะลึง ไม่สามารถหาเสียงของตัวเองเจอได้เป็นเวลานาน
“ข้าก็บอกแล้วว่าข้าหาใช่หยางจื้อซีที่อ่อนแอคนนั้น หยางจื้อซีคนนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบ้านใหญ่ตระกูลหยาง พวกเจ้าจำเอาไว้ด้วย”
“เจ้ามีอันใดมาพิสูจน์กันว่าเจ้าไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลหยางของพวกเรา”
“ถึงแม้พ่อของข้าจะแซ่หยาง แต่ข้าหาได้มีอันใดที่เกี่ยวข้องกับพวกเจ้า นับตั้งแต่นี้ไป อย่ามายุ่งกับข้าอีก หาไม่แล้วไม่ใช่เพียงแค่จับพวกเจ้าโยนลงไปในแม่น้ำเท่านั้น ข้าจะขุดหลุมฝังพวกเจ้า ข้าไม่กล้าเป็นญาติกับพวกใจดำอำมหิตเช่นพวกเจ้า”
ในตอนนี้ไม่มีใครกล้าพูดอันใดอีก พวกเขาเพียงแต่คิดว่าร่างกายของคนเรานั้นไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนหินก้อนนั้น ขนาดหินนางยังทุบให้แตกด้วยหมัดเดียว แล้วพวกเขาล่ะจะไม่ตายเลยหรือ หลายคนต่างมีความคิดเป็นของตัวเองและจมอยู่กับความคิดนั้น จากที่เคยมีเสียงพูดคุยและเสียงต่อว่าจากชาวบ้าน ตอนนี้เหมือนกับว่าพวกคนที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นใบ้กันไปหมดแล้ว
หยางจื้อซีเห็นว่าไม่มีใครมาขวางทางนางหรือพูดจาตำหนิติเตียนอีก นางจึงหันหลังเดินกลับบ้านโดยไม่หันมามองพวกเขา ต่อจากนี้ไปหากใครมันกล้ารังแกครอบครัวของนาง มันผู้นั้นจะได้ลิ้มรสกำปั้นของนางแน่นอน หยางจื้อซีเดินหายออกไปจนลับสายตาชาวบ้านที่มาดูเรื่องสนุกถึงได้สติ จากนั้นไม่มีใครพูดอะไรอีกต่างคนต่างรีบกลับบ้านเพื่อไปเตือนบุตรหลานของตัวเองว่าให้อยู่ให้ห่างจากหยางจื้อซี หาไม่แล้วหากมีผู้ใดไปทำให้นางไม่พอใจ จุดจบของคนผู้นั้นคงไม่ต่างอันใดกับหินก้อนใหญ่ก้อนนั้นเป็นแน่
ส่วนบ้านใหญ่หยางหลังจากที่ช่วยคนที่ตกลงไปในแม่น้ำขึ้นมาอย่างทุลักทุเลแล้ว ทุกคนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก โชคดีที่ว่าน้ำในแม่น้ำมีไม่มากและไม่ลึก หาไม่แล้วคงได้มีใครตายไปจริง ๆ หยางเอ้อร์หลางขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้หลานสาวของตัวเองเปลี่ยนไปมากเช่นนี้
หรืออาจจะเป็นเพราะว่านางตกลงมาจากภูเขา หัวของนางได้รับความกระทบกระเทือนทำให้อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ จากคนที่ไม่สู้คนและมักจะถูกรังแกอยู่เสมอแต่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นคนดุร้าย แต่ถึงจะเปลี่ยนไปเป็นคนดุร้าย แต่พละกำลังมหาศาลนั่นนางได้มาจากที่ใดกัน หรือว่ามันจะมีอยู่ในตัวนางอยู่แล้วเพียงแต่ว่านางไม่ได้แสดงออกมาให้ใครเห็น อาจจะเป็นเพราะครั้งนี้นางได้รับความไม่เป็นธรรมจากพี่สะใภ้ใหญ่ และหมดความอดทนแล้วถึงได้เผยตัวตนที่เก็บงำเอาไว้ออกมา เมื่อหยางเอ้อร์หลางหาคำตอบในใจให้กับตัวเองได้แล้วก็ช่วยพาผู้เฒ่าหยางและแม่เฒ่าหยางกลับบ้านใหญ่หยางไปทันที
