บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 11 ล้มหมีด้วยหมัดเดียว

หยางจื้อซีเดินไปที่กระโจมที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่ทันใดนั้นเต็นท์ก็เอียงไปข้างหนึ่ง เผยให้เห็นหมีดำตัวใหญ่ที่แกว่งไปมาจากด้านหลัง

“จื้อซีระวัง” ตู้หยวน

“หยางจื้อซีระวัง” สือโถว

ตู้หยวนกับสือโถวตะโกนออกมาพร้อมกัน แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่พวกเขากังวลอยู่จะไม่เกิดขึ้น เมื่อพวกเขาเห็นหยางจื้อซีล้มหมีด้วยหมัดเดียว สือโถวตกใจจนอ้าปากค้าง แม้ว่าตู้หยวนจะรู้ถึงความสามารถของหยางจื้อซี แต่เขาก็ยังอดที่จะตกใจไม่ได้ 

“ข้าลืมไปได้อย่างไรว่าจื้อซีมีพละกำลังมากกว่าคนธรรมดาเช่นพวกเรา” ตู้หยวนพูดพลางเอามือเกาหัว

“ตู้หยวน เจ้ากับสือโถวปีนขึ้นไปรออยู่บนต้นไม้ และห้ามลงมาจนกว่าข้าจะกลับมาเข้าใจหรือไม่”

“เข้าใจแล้ว พวกเราจะรอเจ้ากลับมา” ทั้งสองคนรับคำหยางจื้อซีแล้วรีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้อย่างรวดเร็ว

ม่อหลิงเจ๋อเองก็รู้หน้าที่ของเขาเช่นเดียวกัน เขาสั่งให้ทหารใต้บังคับบัญชาแบ่งกลุ่มกันเพื่อออกไปดูว่ามีสัตว์ป่าตัวอื่นที่ลงมายังหุบเขาแห่งนี้หรือไม่ เมื่อหยางจื้อซีที่เดินไปรอบหุบเขากลับมา ม่อหลิงเจ๋อและคนอื่น ๆ ก็กลับมาแล้วเช่นเดียวกันพร้อมกับซากของสัตว์ป่าที่ถูกฆ่าโดยพวกเขา เมื่อตู้หยวนกับสือโถวมองดูหมาป่าเจ็ดตัว เสือดาวหนึ่งตัว และแมวป่าสามตัวบนพื้น ดวงตาของทั้งสองคนก็เปล่งประกายสดใส ในขณะที่ม่อหลิงเจ๋อและคนอื่น ๆ เพียงยืนอยู่เงียบ ๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

ยิ่งหยางจื้อซีแข็งแกร่งมากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งต้องระมัดระวังมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แต่ทักษะการต่อสู้ของนางกลับเก่งกาจมาก แต่ข้อด้อยของนางก็คือนางไม่ใช่ผู้ที่เห็นโลกมามากนัก สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดแม้ว่าพวกเขาจะจงรักภักดีต่อแว่นแคว้น แต่บางครั้งทหารเองก็สร้างปัญหาใหญ่ขึ้นได้ง่ายเช่นเดียวกัน หากพวกเขาไม่ระวังให้ดี

“สัตว์ป่าในหุบเขาได้รับการจัดการแล้ว พวกเรารีบนำซากสัตว์เหล่านี้ไปจากที่นี่กันเถอะ” ทันทีที่เสียงเย็นชาของหยางจื้อซีดังขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปมองหยางจื้อซีทันที จากนั้นพวกเขาก็ทำตามคำพูดของหยางจื้อซีโดยไม่มีใครตั้งคำถามหรือกังขาในการตัดสินใจของนาง ไม่เว้นแม้กระทั่งตู้หยวนกับสือโถวเองก็เช่นกัน

ม่อหลิงเจ๋อเห็นว่าทุกคนขนซากสัตว์ออกไปแล้ว จึงได้เรียกหยางจื้อซีไปยังที่ลับตาคน จากนั้นเขาก็ถอดถุงผ้าที่อยู่บนหลังออกอย่างเคร่งขรึมแล้ววางมันลงบนพื้น 

“จำนวนทหารแคว้นฉีฉู่ยังไม่แน่ชัด แต่ข้านับจำนวนคนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีทั้งหมดเจ็ดร้อยยี่สิบแปดคน ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ทั้งหมดเจ็ดพันสองร้อยแปดสิบตำลึง ข้าเขียนใบเสร็จรับเงินให้เจ้าหนึ่งหมื่นตำลึง ห้าวันต่อมาเจ้าสามารถนำใบเสร็จนี้ไปที่ค่ายทหารตงเป่ยเพื่อแลกเงินกับข้าได้ หรือหากเจ้าไม่สะดวกเดินทางไปข้าจะให้คนนำเงินมาส่งให้เจ้าตามที่ได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่ครั้งแรก”

“เช่นนั้นท่านก็ให้คนนำเงินมาให้ข้าเถอะเจ้าค่ะ บางครั้งข้าเองก็ไม่สะดวกจะออกไปสักเท่าไร”

“ได้สิ เช่นนั้นตกลงตามนี้”

ม่อหลิงเจ๋อยื่นใบเสร็จรับเงินให้หยางจื้อซีแล้วชี้ไปที่กระเป๋า มีของบางอย่างอยู่ในกระเป๋าที่ได้มาจากค่ายของทหารฉีฉู่ “นี่คือหลักฐานทางการทหารที่เราค้นพบทั้งหมด ข้าจะนำพวกมันกลับไปด้วย”

“สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหลักฐาน ท่านสมควรนำมันกลับไปด้วยนั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”

“เนื่องจากว่าตอนที่พวกเราโดนล้อมกรอบและเสียทีให้กับพวกศัตรูนั้น เงินที่พวกเรานำติดตัวมาได้ถูกคนพวกนั้นยึดเอาไป แต่ตอนนี้เราทำได้เพียงค้นตัวทหารพวกนั้น อาจจะพอมีตำลึงให้แม่นางจื้อซีนำไปใช้ก่อน ส่วนที่เหลือข้าจะให้คนส่งมาให้เร็วที่สุดทันทีที่พวกเรากลับถึงค่าย”

“ได้เจ้าค่ะ ส่วนสัตว์ป่าพวกนี้พวกท่านจะรับซื้อไปด้วยหรือไม่ ข้าเองไม่สามารถเอากลับไปได้ทั้งหมด”

“ได้สิ ถ้าหากแม่นางจื้อซีต้องการเช่นนั้นก็ตกลงตามนั้นเถอะ”

ม่อหลิงเจ๋ออดไม่ได้ที่จะหัวเราะอีกครั้ง รู้สึกมีความสุขอย่างอธิบายไม่ถูก เขาเหลือบมองซากเสือที่อยู่ไม่ไกล และอดไม่ได้ที่จะยิ้มบาง ๆ ให้หยางจื้อซี โดยพื้นฐานแล้วสัตว์ป่าทุกตัวในหุบเขาจะถูกนางฆ่า และมันเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่จะพาพวกมันลงจากภูเขาถึงแม้ว่าจะมีสหายอีกสองคนก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าสองคนนั้นกลับเป็นตัวภาระของนางเสียมากกว่า ดังนั้นเรื่องที่นางตัดสินใจที่จะขายให้พวกเขานั้นย่อมเป็นหนทางที่ดีที่สุด

แค่เสือตัวใหญ่สีสันสดใส นอกจากนี้หนังเสือยังอยู่ในสภาพที่ดีไม่ได้ถูกทำให้เสียหาย หากนำไปขายที่อำเภอหยุนหมิงมันคงขายได้อย่างน้อยสามร้อยตำลึง แต่ถ้ามันถูกส่งไปขายยังเมืองหยางโจว และขายขนเพียงอย่างเดียวก็จะทำเงินได้มากกว่าห้าร้อยตำลึงเลยทีเดียว เงินห้าร้อยตำลึงนี้สำหรับชาวบ้านธรรมดาแล้วนับว่าเป็นเงินก้อนใหญ่มากทีเดียว หากใช้อย่างประหยัดคงใช้ได้อีกหลายปี

หยางจื้อซีมองหน้าม่อหลิงเจ๋อประหนึ่งว่าคนตรงหน้าของนางนี้เป็นภูเขาเงินก็มิปาน หยางจื้อซีคิดว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่ขายซากสัตว์ป่าพวกนี้ให้กับม่อหลิงเจ๋อ แต่นางก็ไม่ได้ขายไปเสียทั้งหมด ที่บ้านยังมีแม่ที่อ่อนแอขี้โรค มีน้องชายน้องสาวที่กำลังหิวโหย ซ้ำร้ายที่บ้านยังขาดแคลนอาหารและเสื้อผ้า ส่วนพ่อราคาถูกที่ได้มาเป็นของแถมนั้นก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมา ไม่รู้ว่าท่านพ่อออกไปทำงานข้างนอกประสบกับปัญหาและความยุ่งยากหรือไม่ หยางจื้อซีคิดว่าการที่หาเงินเอาไว้ให้เยอะ ๆ นั่นเป็นหนทางที่ถูกต้องที่สุด

  หลังจากตกลงกับม่อหลิงเจ๋อเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป หยางจื้อซีลงจากภูเขาพร้อมกับสือโถวและตู้หยวนพร้อมกับเงินอีกสี่ร้อยตำลึงที่ม่อหลิงเจ๋อให้ผู้ใต้บังคับบัญชาค้นจากทหารแคว้นฉีฉู่มาได้ ส่วนสัตว์ที่หยางจื้อซีเหลือเอาไว้มีเพียงกวางป่าหนึ่งตัวกับแพะป่าอีกสองตัวเท่านั้น ด้วยเงินจำนวนนี้นางจะมีค่ายาของท่านแม่และยังมีเงินสร้างบ้านใหม่อีกด้วย ใช่แล้ว ก่อนอื่นต้องสร้างบ้านใหม่ให้แข็งแรง จากนั้นก็ซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อทำการเพาะปลูก ส่วนเงินอีกหนึ่งหมื่นตำลึงที่จะได้รับในอีกห้าวันข้างหน้านั้น หยางจื้อซีคิดว่าจะนำไปเก็บเอาไว้ที่โรงรับฝากเงิน แต่หยางจื้อซีนั้นไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่นางหวังเอาไว้จะไม่เป็นไปตามสิ่งที่คิดเอาไว้ 

นางไม่รู้เลยว่า หมู่บ้านป่าหมอกที่นางเดินทางข้ามเวลามานั้นเป็นเพียงโลกคู่ขนานที่นางบังเอิญหลงทางมาเท่านั้น อีกไม่นานนางก็จะจากไปและที่แห่งนี้จะไม่มีเด็กผู้หญิงที่ชื่อหยางจื้อซีที่มาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอีกต่อไป ส่วนเจ้าของร่างเดิมจะถูกเหวี่ยงกลับมาที่เดิม และได้รับสืบทอดความสามารถด้านพละกำลังของนาง

 ทำให้หลังจากที่วิญญาณของนางกลับมาเข้าร่าง นางจะสามารถนำพาครอบครัวให้รอดพ้นจากญาติที่เหมือนกับปลิงดูดเลือดที่คอยเอารัดเอาเปรียบครอบครัวสาขาสามของนาง ในอนาคตข้างหน้าครอบครัวสาขาสามจะเจริญรุ่งเรืองจนพ่อเฒ่าหยางกับแม่เฒ่าหยางนึกเสียใจจนไส้เขียว เสียใจที่ตัวเองขับไล่ให้หยางซานหลางแยกบ้านออกไป เสียใจที่ข่มเหงรังแกสะใภ้สาม และเสียใจที่ปฏิบัติกับลูก ๆ ของหยางซานหลางอย่างเลวร้าย ถึงแม้จะเสียใจมากขนาดไหนก็ทำได้แค่ยอมรับมันเท่านั้น

หยางจื้อซีแบ่งเงินให้กับตู้หยวนหนึ่งร้อยตำลึง ส่วนสือโถวนั้นนางให้ไปเพียงห้าสิบตำลึงเท่านั้น และทั้งสองคนได้แพะป่าคนละหนึ่งตัว หยางจื้อซีกำชับให้พวกเขาปิดปากให้สนิทและปิดปากคนในครอบครัวของพวกเขาด้วย ซึ่งทั้งสองคนเองก็รับปากว่าจะไม่มีทางแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเป็นแน่ 

ทั้งสามคนแบกซากสัตว์เดินลงมาจากภูเขา ถึงแม้ว่าแพะป่าจะตัวไม่ใหญ่มากนักแต่มันก็มีน้ำหนักถึงหนึ่งร้อยชั่ง ตู้หยวนกับสือโถวนั้นแบกแพะป่าลงมาจากภูเขาอย่างทุลักทุเลต่างจากหยางจื้อซี ถึงแม้ว่ากวางป่าจะตัวใหญ่มาก แต่นางกลับไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของกวางที่แบกอยู่เลย เมื่อทั้งสามคนลงมาถึงหมู่บ้าน ก็เป็นเวลาที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ออกไปทำงานในแปลงนา มีเพียงหญิงชราเพียงไม่กี่คนที่ทำหน้าที่ดูแลเด็กเล็ก ๆ เท่านั้น ถึงแม้ว่าพวกเขาต้องการซ่อนตัวจากสายตาของชาวบ้าน แต่ความจริงแล้วในหมู่บ้านป่าหมอกที่เป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่เคยมีใครซ่อนตัวจากสายตาของเพื่อนบ้านได้ตลอดเวลา

“สือโถว พวกเราแยกกันตรงนี้ ข้ากับตู้หยวนจะกลับไปที่บ้านก่อน ส่วนแพะป่าของเจ้าจะจัดการอย่างไรก็แล้วแต่เจ้า”

“ข้าคิดว่าจะนำไปขาย หาไม่แล้วครอบครัวเราคงหาข้ออ้างเรื่องเงินจำนวนนั้นไม่ได้ เจ้าเองก็รู้ว่าคนในหมู่บ้านเป็นเช่นไร”

“ข้าสองคนเข้าใจ เช่นนั้นพวกข้ากลับบ้านก่อน”

หยางจื้อซีแบกกวางป่ากลับบ้าน ส่วนตู้หยวนแบกแพะป่า ทั้งสองคนเดินมุ่งหน้าไปยังท้ายสุดของหมู่บ้านโดยไม่สนใจสายตาของชาวบ้าน เมื่อกลับถึงบ้านทั้งน้องสาวและน้องชายของนางต่างดีใจและประหลาดใจ พวกเขาไม่คิดว่าพี่ใหญ่จะมีโชคใหญ่ในวันนี้ 

“พี่ใหญ่เจ้าคะ นี่มันกวางป่าตัวใหญ่มาก พวกเราเอาไปขายกันดีกว่าเจ้าค่ะ จะได้มีเงินซื้อยาให้ท่านแม่” หยางอัน

“เงินซื้อยาให้ท่านแม่ย่อมมีอยู่แล้ว ส่วนเงินที่ซื้อข้าวของและซ่อมแซมบ้านย่อมต้องมี พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง มีข้าอยู่ทั้งคน ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น หากบ้านใหญ่มารังแกพวกเราก็แค่เอาไม้ฟาดกลับไป อย่าได้ยอมให้พวกเขารังแกอีก คนอย่างพวกเขาไม่สมควรได้รับความกตัญญูอะไรทั้งนั้น คนเราจะกตัญญูนั้นก็ย่อมได้ แต่อย่ากตัญญูอย่างโง่เขลา”

“ข้าจะจำเอาไว้เจ้าค่ะ”

“เอาล่ะ เจ้าช่วยไปก่อไฟต้มน้ำ เราจะทำความสะอาดกวางกัน เราจะแบ่งเนื้อไปขายบ้าง ส่วนหนังเอาไว้ทำรองเท้าให้น้องสาม เงินที่ข้าหามาได้ข้าจะให้น้องสามไปเรียนที่สำนักศึกษา หากว่าท่านพ่อกลับมาในครั้งนี้ ข้าจะไม่ให้ท่านพ่อออกไปทำงานนอกบ้านอีกแล้ว ข้าสามารถหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้จากการล่าสัตว์ ท่านแม่กับพวกเจ้าต้องการคนปกป้อง รวมถึงข้าด้วย”

“เป็นเช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ”

หยางอันเดินเข้าห้องครัวไปต้มน้ำตามที่พี่สาวต้องการ ในใจนางกำลังคิดว่าเหตุใดพี่สาวของนางถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ แต่เปลี่ยนไปแบบนี้ก็ดีแล้ว ในที่สุดพวกนางบ้านสามก็ได้รู้จักคำว่าสาแก่ใจแล้ว สำหรับหยางอันนั้นความจริงแล้วนางมีความแค้นกับป้าสะใภ้ใหญ่อยู่มาก เป็นเพราะพวกคนเหล่านั้นรังแกพ่อแม่ของนาง รังแกพี่น้องของนาง แต่ตอนนี้พี่สาวของนางเปลี่ยนไปแล้ว เป็นอย่างที่พี่สาวว่ามา หากใครมาหาเรื่องก็แค่เอาไม้ทุบตีพวกเขาออกไป หยางอันต้มน้ำไปพลางยิ้มกว้างไปพลาง การที่พี่สาวสูญเสียความทรงจำเป็นเรื่องน่ายินดีจริง ๆ

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel