บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 10 เจตนาที่ซ่อนเร้นของ หวังซูเหวิน

ส่วนชาวบ้านที่ตามหวังซูเหวินมาเพราะเขาตกลงจะให้ผลประโยชน์บางอย่างนั้นเดิมทีได้วิ่งหนีไปแล้ว แต่เมื่อพวกเขาคิดว่าเสืออาจจะหนีไปแล้วจึงได้ย้อนกลับมาเพื่อหวังว่าจะช่วยหวังซูเหวินให้ลงจากเขา เมื่อหวังซูเหวินเห็นพวกเขากลับมาก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่สำคัญเขากลัวว่าจะมีคนปากพล่อยเปิดโปงแผนการของเขาในครั้งนี้

“พวกเจ้ากลับมาทำไม”

“พวกข้าคิดว่าเสือไปแล้วเลยจะมาช่วยเจ้า ในเมื่อเสือยังไม่ไปเช่นนั้นพวกข้าไปก่อนนะ เอาไว้พวกข้าจะมาใหม่” พูดจบชาวบ้านสองสามคนก็วิ่งหนีลงเขาไปอีกครั้ง โดยมีหยางจื้อซีที่กำลังยืนจ้องตากับเสืออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ นางไม่ได้ให้ความสนใจกับชาวบ้านพวกนั้น 

“หยางจื้อซี ทำไมเจ้าไม่หนีไปอีกคนล่ะ เจ้าอยากดูความตายของคนอื่นรึ เจ้ามันช่างเป็นสตรีที่ใจดำอำมหิตจริง ๆ”

“เหตุใดข้าต้องไปด้วย ข้าแค่รอให้เสือฆ่าเจ้าเสร็จแล้วข้าค่อยฆ่าเสือ เหตุผลของข้าก็มีเพียงเท่านี้”

คำตอบนี้ของหยางจื้อซีไม่เพียงแต่รุนแรงเท่านั้น ยังเป็นการตบหน้าหวังซูเหวินอีกด้วย หวังซูเหวินปกติไม่เคยพูดคุยกับหยางจื้อซีมาก่อน และสิ่งเดียวที่เขารู้เกี่ยวกับนางก็คือหยางจื้อซีเป็นหลานสาวของตระกูลหยางในหมู่บ้าน

 เหตุผลที่เขาพาผู้คนมาที่ภูเขาในครั้งนี้เป็นเพราะเขาได้ยินว่าหยางจื้อซีได้กลายเป็นคนโง่หลังจากที่ตกเขาเมื่อวาน นางไม่สามารถจดจำใครได้ในหมู่บ้าน ฉินซื่อแม่ของเขาบอกว่าต้องการให้นางแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องทางบ้านยายของเขา แต่ก่อนที่จะส่งนางให้กับลูกพี่ลูกน้องนั้น เขาต้องการเพียงย่ำยีนางเสียก่อน ถ้าแบบนี้แล้วนางจะไม่มีทางเลือกจำเป็นต้องแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของเขาแต่โดยดี

 

หยางจื้อซีคร้านจะสนใจคนอย่างเขา สำหรับนางแล้วหวังซูเหวินก็แค่มดปลวกในสายตาของนางเพียงเท่านั้น หากเขากล้าที่จะต่อต้านนาง หยางจื้อซีก็ไม่รังเกียจที่จะจัดการกับเขาเสีย เมื่อเสือเห็นว่าคนบนต้นไม้ไม่ยอมตกลงมา มันจึงหันหน้าพุ่งเข้าใส่หยางจื้อซีที่ยืนห่างออกไป 

 

หยางจื้อซีที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว นางใช้ไม้แหลมเสียบเข้ากับจุดตายของเสือได้อย่างแม่นยำ และเสือก็ตายด้วยการจ้วงแทงเพียงครั้งเดียว หวังซูเหวินที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ความคิดที่ไม่ดีของเขา ไม่ว่าจะเป็นคำยุยงที่แม่ของเขาต้องการให้เขาทำได้หายไปจากความคิดของเขาทันที ขนาดเสือนางยังฆ่าตายได้ เขาไม่ได้เก่งเช่นเสือ หากคิดจะเป็นศัตรูของนางแล้วเขาคงไม่ได้ตายดี

 

หยางจื้อซียังคงไม่สนใจหวังซูเหวินตั้งแต่ต้นจนจบ นางกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ จากนั้นก็ยกเสือขึ้นวางบนไหล่ แล้วหันหลังเดินกลับไปหาตู้หยวน หวังซูเหวินมองตามแผ่นหลังของนางไปจนลับสายตา จากนั้นเขาก็ปีนลงมาจากต้นไม้และวิ่งลงภูเขากลับบ้านไปทันที ในหัวของเขามีความคิดอยู่มากมาย แต่สิ่งที่เขาคิดได้ชัดเจนที่สุดคืออย่าได้ริไปมีปัญหากับหยางจื้อซีเป็นอันขาด ต่อให้แม่ของเขาจะมาเกลี้ยกล่อมก็ตาม เขาจะไม่มีวันทำตามที่นางต้องการเด็ดขาด

 

หยางจื้อซีแบกเสือเอาไว้บนบ่าเดินมุ่งหน้าไปยังหุบเขา ระหว่างทางก็พบเข้ากับฝูงหมูป่า เดิมทีนางคิดว่าพวกมันคงจะพุ่งเข้าใส่นางแล้ว แต่ทว่ากลิ่นอายของเสือนั้นได้ทำให้พวกหมูป่าวิ่งหนีไป แต่เมื่อเดินไปถึงหุบเขาก็พบว่ามีหมีตาบอดอยู่ใต้ต้นไม้และมีคนยิงธนูลงมา

ในเวลานี้หุบเขาเต็มไปด้วยสัตว์ป่า ฝูงสัตว์ร้ายกำลังพังกระโจมอย่างดุเดือด กระโจมเดิมที่สร้างโดยทหารแคว้นฉีฉู่นั้นตอนนี้เต็มไปด้วยสัตว์ป่า หลังคากระโจมหลายหลังถูกสัตว์ที่บุกเข้ามาในหุบเขาทำลาย หยางจื้อซีเหลือบมองต้นไม้ที่ตู้หยวนซ่อนตัวอยู่ และรู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นว่าเขาและม่อหลิงเจ๋ออยู่บนต้นไม้อย่างปลอดภัย นางเดินลงไปในหุบเขาต่อไปอย่างสงบ โดยไม่สนใจว่าจะมีสัตว์ป่าดุร้ายกี่ตัวที่กำลังอาละวาดอยู่ที่นั่นในตอนนี้

 

หยางจื้อซีเดินมาหลังจากฆ่าเสือแล้ว และก็มีคนวิ่งตามหลังนางมาด้วยหนึ่งคนนั่นก็คือสือโถวที่บังเอิญมาตัดฟืน แต่เขาหลบซ่อนตัวจากพวกของหวังซูเหวินเพราะคนเหล่านี้มักจะรังแกเขาอยู่เสมอ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขาจึงแอบตามหลังนางมา

 

 แต่สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้านี้ทำให้เขารู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ผิดพลาดมาก หมูป่าฝูงใหญ่ออกมาจากด้านหลังกระโจม หลังจากที่พวกมันพังข้าวของในกระโจมและหลังคากระโจมไปหลายหลัง เขาไม่รู้ว่าพวกที่อยู่บนต้นไม้เป็นใคร แต่เขารู้ว่ากระโจมเหล่านี้เป็นของพวกต่างแคว้น สือโถวขยับเข้าหาหยางจื้อซีด้วยความกลัว จากนั้นเขาก็พูดว่า

“โอ้พระเจ้า เหตุใดสถานที่แห่งนี้ถึงได้น่ากลัวขนาดนี้ แล้วหมูป่าพวกนี้มาจากที่ใดมากมายขนาดนี้”

หยางจื้อซีหันไปมองเขาแล้วถามว่า “เจ้ากลัวหมูป่าด้วยรึ”

ไม่ใช่ว่านางไม่รู้ว่าสือโถววิ่งตามหลังนางมา แต่เพราะสือโถวไม่ใช่คนเลวร้ายอันใด นางรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี จึงไม่ได้ขัดขวางเขาและปล่อยให้เขาตามนางมาถึงที่หุบเขาแห่งนี้

“แน่นอน สำหรับข้าหมูป่าน่ากลัวมาก” เมื่อสือโถวเห็นดวงตาที่ดูถูกของหยางจื้อซี เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดอย่างกังวลว่า “หมูป่ารวมตัวกันเป็นกลุ่มทันทีที่พวกมันออกมา หนังของพวกมันก็ทั้งหนาทั้งเหนียว พวกมันจะวิ่งไปรอบ ๆ และส่งเสียงร้อง หากไม่ระวังจะถูกพวกมันจะพุ่งชนจนบาดเจ็บสาหัส และคงเป็นเรื่องยากที่จะจัดการกับพวกมัน และก็มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฆ่าหมูป่าพวกนี้”

หยางจื้อซีเหลือบมองเขาอีกครั้ง นางคิดว่าสือโถวช่างเป็นพวกตาขาวเช่นเดียวกับตู้หยวนเหมือนกันไม่มีผิด

สือโถวไม่สามารถรั้งหยางจื้อซีเอาไว้ได้ เขาทำได้เพียงติดตามนางไปด้วยความหวาดกลัว ในเวลาไม่นานหมูป่าก็หันมามองพวกเขาและพวกมันก็หยุดขุดไปรอบ ๆ พวกมันยังคงจ้องมองเขากับหยางจื้อซี

“พวกมันกำลังมองมาที่พวกเรา” สือโถวพูดกับหยางจื้อซีด้วยเสียงสั่น ตอนนี้ขาของเขาเองก็สั่นมากเช่นกัน การก้าวเท้าแต่ละก้าวนับว่าเปนเรื่องที่ยากลำบากมาก

“พวกมันจะวิ่งหนี เจ้าเชื่อหรือไม่” หยางจื้อซีพูดอย่างใจเย็น และสิ่งที่นางพูดก็กลายเป็นความจริง เมื่อระยะห่างระหว่างพวกเขากับหมูป่าเข้ามาใกล้มากขึ้น หมูป่าทั้งหมดก็หันหลังกลับและวิ่งหนีไป

“เหตุใดพวกมันหนีไปแล้วจริง ๆ” สือโถวตะโกนอย่างตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย 

“พวกมันหนีเพราะได้กลิ่นของเสือ เสือเป็นราชาแห่งขุนเขา ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร กลิ่นอายและรูปร่างของมันจะทำให้สัตว์ที่อยู่ระดับล่างหวาดกลัว แม้ว่ามันจะตายไปแล้วก็ตาม การปรากฏตัวของเสือจะทำให้สัตว์บางชนิดตื่นตัวและกลัวจนต้องหนีไปจากที่นี่ทันที ดังนั้นข้าคิดว่าตอนนี้เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการล่าสัตว์ เจ้าไม่คิดอย่างนั้นรึ” หยางจื้อซีอธิบายอย่างอดทนกับสือโถว

หยางจื้อซีโยนเสือไว้ใต้ต้นไม้ จากนั้นก็แหงนหน้าขึ้นแล้วพูดกับตู้หยวนและม่อหลิงเจ๋อบนต้นไม้ว่า “ลงมาแล้วไปล่าสัตว์กันเถอะ”

 ตู้หยวนเข้าใจทันทีว่าหยางจื้อซีหมายถึงอะไร เขารีบลงมาจากต้นไม้ทันที “เราสามารถล่าสัตว์ป่าเหล่านี้ในหุบเขาได้หรือไม่ มันจะไม่เป็นการดึงดูดสัตว์ป่าให้เข้ามามากขึ้นรึ ข้าเพิ่งเห็นเสือดาวสองตัวลงมาจากภูเขาจากที่นั่น”

ม่อหลิงเจ๋อเองก็รีบลงมาจากต้นไม้เช่นเดียวกัน ตอนนี้เขาเข้าใจเจตนาของหยางจื้อซีแล้ว ตู้หยวนมองเห็นเสือทันทีที่เขาลงไปที่พื้น ตู้หยวนกระโดดโหยงจากนั้นก็พูดขึ้นว่า

“โอ้พระเจ้า จื้อซี เจ้าฆ่าเสือได้จริง ๆ เจ้าฆ่ามันตายด้วยการแทงเพียงครั้งเดียว”

หยางจื้อซีขมวดคิ้วแน่นและมองดูตู้หยวนสหายจอมเอะอะโวยวายของนาง จากนั้นจึงบอกเขาว่า “เสียงของเจ้าจะทำให้หมีตาบอดมุ่งตรงมาหาเรา”

ตู้หยวนหุบปากของเขาทันที จากนั้นยกมือขึ้นปิดปากเอาไว้และมองไปรอบ ๆ อย่างหวาดกลัว จากนั้นเขารีบเดินไปอยู่ด้านหลังของหยางจื้อซีแล้วถามนางว่า “จื้อซีหมีอยู่ที่ไหน”

ทันใดนั้นสือโถวที่ยืนอยู่ข้างหยางจื้อซีก็หัวเราะขึ้นมาและพูดขึ้นมาว่า “เจ้าจะกลัวไปทำไม จื้อซีแค่โกหกเจ้าเท่านั้น”

ตู้หยวนกลอกตาและสวนกลับเขาด้วยน้ำเสียงดูถูกดูแคลนว่า “จื้อซีไม่เคยโกหกข้า เมื่อนางบอกว่าหมีกำลังจะมา ก็หมายความว่าหมีจะต้องอยู่ใกล้ ๆ ถ้าทำได้เจ้าแค่หุบปากแล้วอยู่เฉย ๆ”

“เจ้ามั่นใจในตัวนางขนาดนั้นเลยรึ”

“แน่นอนอยู่แล้ว ข้ากับนางไม่เพียงเป็นสหายกันเท่านั้น พวกเราเติบโตมาด้วยกัน ข้ากับนางพวกเราเป็นดั่งพี่น้องกัน เจ้าไม่เชื่อข้าเจ้าก็รอดูได้เลยว่าหมีจะมาหรือไม่ ข้าขอเตือนเจ้าให้รอดูเฉย ๆ แล้วทำตัวเงียบ ๆ เข้าไว้ อย่าได้ส่งเสียงดัง”

“ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเจ้าหรอกรึที่ส่งเสียงดังโวยวาย ตั้งแต่ข้ามาถึงก็มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่เสียงดัง”

“พวกเจ้าจะทะเลาะกันอีกนานหรือไม่” หยางจื้อซีขมวดคิ้วมองดูทั้งสองคน

สือโถวได้ฟังดังนั้นเขาจึงรู้สึกหวาดกลัวและมองไปรอบ ๆ แม้ว่าเขาจะไม่เห็นเงาของหมี แต่เขาก็ยังวิ่งไปข้างหลัง หยางจื้อซีอย่างรวดเร็ว เมื่อพิจารณาจากการกระทำอันน่าตกใจของหยางจื้อซีก่อนหน้านี้ ม่อหลิงเจ๋อมองดูใบหน้าที่อ่อนเยาว์แต่สงบของนาง เขาเลือกที่จะเชื่อคำพูดของนางอย่างไม่มีเงื่อนไข เขาถามด้วยเสียงต่ำว่า “แม่นางหยางจื้อซี มีอะไรที่พวกเราสามารถทำได้บ้าง”

“พวกเราจะเริ่มเก็บกวาดหลังจากนี้” หลังจากที่หยางจื้อซีพูดจบ นางก็เอาตะกร้าสะพายหลังมาไว้ด้านหน้า และหยิบเอาลูกธนูจำนวนหนึ่งขึ้นมาจากตะกร้า แล้วพูดอย่างใจเย็นว่า

“ข้ามีลูกธนูอยู่เจ็ดดอก มีหมาจิ้งจอก เสือดาวหนึ่งตัวอยู่ไกลออกไป และเสือดาวสามตัวอยู่ใกล้ ๆ นี้ แต่ไม่ต้องกังวลกับเรื่องหมาจิ้งจอกบนภูเขา ท่านแค่จัดการกับมัน ส่วนที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง”

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel