บท
ตั้งค่า

บทที่6 ตั้งตัวเป็นโจรเสียเอง

เมื่อเห็นว่าเป็นพวกทหารฝ่ายแคว้นตนเองพ่อหลัวเคยปล่อยผ่าน แต่ไม่ใช่กับหมิงเอ๋อที่เห็นอะไรมาเยอะช่วงสงคราม

"ระวังนะเจ้าคะท่านพ่อ พวกนี้อาจเป็นทหารหนีทัพแล้วผันตัวเป็นโจรสะเอง"นางเอ่ยเตือนบิดา

แล้วขบวนก็มาถึงช่องผาหินขาด แต่กลับผ่านไปไม่ได้เพราะมีด่านตั้งขวางอยู่

หัวหน้าชุนเดินลงมาจากรถม้าแล้วเดินไปเจรจา

"มิทราบว่าพวกท่านเป็นใครขอรับ แล้วมาปิดทางทำไมหรือ"

เขามองคนกลุ่มนี้ที่แต่งชุดทหารอย่างไม่ไว้ใจ 'ทหารอะไรมาอยู่ที่นี้'

"ง่ายๆ ถ้าจะผ่านไปก็จ่ายมาคนละหนึ่งตำลึง"ทหารที่ยืนอยู่ด้านหน้าตอบกลับมาเรียบๆ เขามองขบวนนี้น่าจะได้หลายสิบตำลึง จึงมองด้วยสายตาละโมบ

"เก็บค่าผ่านทางเช่นนั้นหรือ?!"หัวหน้าชุนถามอย่างตกใจ

"แต่นี้มันเป็นป่าเขา ทำไมทางการยังคิดเก็บค่าผ่านทางอีกละขอรับ?"

"พูดมาก พวกข้าบอกเก็บก็คือเก็บ ถ้าไม่เช่นนั้นก็กลับไป"นายทหารตะคอกเสียงดังจนคนในขบวนต้องออกมาดู บ้านหลัวก็เช่นกัน

หมิงเอ๋อใช้กล้องส่องทางไกลดูจึงเห็นเหตุการณ์ ตั้งแต่แรกเริ่ม

"พวกเราเจอปัญหาเข้าแล้วเจ้าคะ"หมิงเอ๋อบอกผู้เป็นบิดา

"ปัญหาอะไรหรือ?"พ่อหลัวถามด้วยความสงสัย

"พวกทหารหนีทัพมันเรียกเก็บค่าผ่านทางเจ้าคะ"พูดจบนางก็หันมานับคน ครอบครัวนางกันทั้งหมด7คน นางไม่คิดจ่ายแน่ เงินทองของหายาก พวกนางเสียเงินไปตอนซื้อรถม้ากับเสบียงหมดไปตั้งเยอะ ถ้าต้องมาจ่ายค่าผ่านทางอีก ไม่เหลือแนๆ

นางเห็นหัวหน้าชุนเดินกลับมาด้วยสีหน้ามิสู่ดีจึงคิดให้บิดาไปถามข่าว

"ท่านพ่อไปถามท่านหัวหน้าชุนดูสิเจ้าคะว่าจะเอาเช่นไร"

หลัวหวังเหว่ยจึงเดินไปหน้าขบวนเพื่อถามข่าวคราว

"เช่นนั้น..ถ้าใครจะผ่านก็ต้องจ่ายเงินหรือขอรับ?"เต๋อเจียงตงตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

"แบบนี้มันขูดรีดกันชัดๆ สถานการณ์แบบนี้ใครจะมีเงินจ่ายกัน"หลีจงฉีเอ่ยอย่างไม่พอใจ

ชาวบ้านคนอื่นก็รู้สึกเช่นกัน

เมื่อตกลงกันไม่ได้ ขบวนจึงถอยไปตั้งหลัก พวกเขาถอยกลับไป5ลี้ ตรงป่าไผ่

"ถ้าเราไม่ผ่านทางนี้จะได้มั้ยหัวหน้าชุน?"แม่เฒ่าจือถามหัวหน้าขบวน ถ้าผ่านทางนี้ไม่ได้ เช่นนั้นก็ไปทางอื่นแทนก็ได้

"มันก็พอมีขอรับท่านน้า แต่จะเสียเวลาอีกเป็นเดือนขอรับ"หัวหน้าชุนบอกอย่างหนักใจ

"แบบนี้ก็แย่นะสิ เสบียงพวกเราจะมีไม่พอนะ"อู๋ซงเอินบุตรชายของป้าอู๋พูดขึ้น พวกเขาคิดว่าไปถึงเมืองข้างหน้าก็จะแวะซื้อเสบียงเพิ่ม แต่ถ้าต้องอ้อมแล้วเสียเวลาอีกเป็นเดือนเสบียงบ้านเขาอาจไม่พอ

"ทหารพวกนี้ไม่น่าใช่ของทางการ ดูยังไงก็เหมือนโจรป่ามากกว่าขอรับ"หลัวหวังเหว่ยเอ่ยออกมาระหว่างที่ทุกคนกำลังวิตก

"เจ้าหมายความว่าไงนะ!"หัวหน้าชุนเอ่ยถามด้วยความไม่แนใจ

"ข้าดูจากการแต่งตัวที่ไม่เรียบร้อย แถมบางคนยังไงเนื้อตัวมอมแมมอีกด้วย ซึ่งผิดวิสัยของกองตรวจตรา ข้าคิดว่าคนพวกนี้อาจเป็นพวกหนีทัพแล้วมาตั้งตนเป็นโจรคอยดักรีดไถชาวบ้านที่ผ่านไปมาขอรับ"หลัวหวังเหว่ยเอ่ยตามที่บุตรสาวพูด

"แบบนี้ก็ไม่ต่างจากการถูกปล้น ทำไมพวกเราต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ "แม่เฒ่าจือโอดครวญ

"อาเหว่ย..เจ้าพอจะมีวิธีมั้ย?"ป้าอู๋ถามขึ้น นางหวังว่าบ้านหลัวอาจมีวิธีช่วย

"ข้าขอคิดดูก่อนขอรับ "หลัวหวังเหว่ยแบ่งรับแบ่งสู้ เขาต้องไปถามบุตรสาวอีกที เขาก็ไม่มั่นใจว่าบุตรสาวจะมีวิธีมั้ย

"ถ้าเช่นนั้นวันนี้เราก็พักตรงนี้ก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะเอายังไงต่อไปกันดี"หัวหน้าชุนบอกกับทุกคน

"ถ้าข้ามีวิธีอะไรจะมาบอกให้ท่านรับรู้ขอรับ แต่ขอให้ทุกคนระวังตัวไว้ก่อน "คนในขบวนฟังแล้วก็เข้าใจ ตอนนี้ชีวิตของพวกเขาต้องฝากไว้ที่บ้านหลัวสะแล้ว

เมื่อตกลงกันได้ทุกคนก็เดินกลับไปที่รถม้าหรือเกวียนของตนเองแล้วเตรียมหุงหาอาหาร

หนิงเหม่ยรับหน้าที่แกว่งเปลให้น้องๆปล่อยให้มารดาหลับพักผีอน หมิงหลานก็รับหน้าที่ก่อไฟหุงข้าว พวกนางพี่น้องช่วยกันแล้วปล่อยให้มารดาได้พักผ่อน โดยที่น้องสาวนำอาหารกระป๋องออกมาให้นางทำเป็นอาหาร

ส่วนหมิงเอ๋อกำลังคิดว่าจะผ่านผาแห่งนี้ไปได้เช่นไร

"หมิงเอ๋อได้วิธียังลูก?"พ่อหลัวถามบุตรสาว

"มันก็พอมีวิธีเจ้าคะ แต่ข้ากำลังคิดว่ามันจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน"นางกำลังคิดว่าในเต๊นท์มียานอนหลับร้ายแรงมั้ยนะ เดี๋ยวต้องเข้าไปดู

"แล้วมันอันตรายมั้ยลูก เกิดมันอันตรายก็ให้พ่อทำแทน"

"ไม่เป็นไรเจ้าคะ เดี๋ยวข้าเข้าไปในมิติก่อนว่ามีอะไรพอจะเอามาใช้ได้บ้าง พวกท่านกินข้าวก่อนได้เลยเจ้าคะไม่ต้องรอข้า"พูดจบนางก็เข้าไปในมิติ

เจ้าลาน้อยที่เห็นเจ้านายก็วิ่งมาหาด้วยความดีใจตอนนี้ตัวมันใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อยแล้ว หมิงเอ๋อลูบตัวมันก่อนจะเดินไปหยิบนมกล่องมาเทใส่ชามให้มันกิน ก่อนจะเดินไปดูตู้ยาว่ามียาอะไรบ้าง นางต้องเดินหาเก้าอี้มาแล้วปีนขึ้นไปถึงจะหยิบยาถึง

ยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อ มอฟีน ยาสลบ ยานอนหลับ วัคซีนต่างๆและอีกหลายอย่าง

'ยาแก้แพ้หรือ'นางเจอยาเม็ดที่เป็นยาแก้แพ้ ถ้าเอามาผสมกับยานอนหลับน่าจะได้ผลคูณสองชนิดอาจหลับไม่ตื่นเลยก็ได้ นางหยิบมาแล้วเอามาตำจนละเอียด

นางไม่ลืมตัดหญ้าและตักน้ำนำไปฝากเจ้าม้าสองตัว

พอออกมาก็เห็นทุกคนกำลังกินโจ๊กธัญพืชผสมน้ำซุปมะเขือเทศและแฮมย่าง พอแม่หลัวเห็นบุตรสาวคนที่สามก็เรียกให้มากินมื้อเย็น

"หมิงเอ๋อออกมาแล้ว มากินโจ๊กก่อนลูก "

"เดี๋ยวค่อยกลับมากินเจ้าคะ ข้าขอออกไปจัดการธุระก่อน ท่านพ่อเดินไปบอกหัวหน้าชงให้ทุกคนเตรียมตัวเดินทางเจ้าคะ"นางหันหลังออกไปจากรถม้า

นางอาศัยตัวเล็กทำให้ไม่เป็นที่สังเกด จึงเดินผ่านแต่ละครอบครัวโดยที่ไม่มีใครเห็น

นางผ่านบ้านหยางที่กำลังก่อไฟไล่แมลงให้ทั้งคนและสัตว์ บ้านตงที่กำลังเอาหญ้าให้วัวกิน บ้านหลีที่กำลังผ่าฟืน ป้าหลีกำลังเลือกธัญพืชที่เสียออก

ผ่านบ้านเต๋อที่กำลังกินแผ่นแป้งกับผักดอก บ้านหลงที่กำลังกินข้าวต้มน้ำใสกันอย่างเงียบๆ จนเดินไปถึงหัวขบวน ก็เห็นหัวหน้าชุนกำลังนั้งพูดคุยกับคนบ้านจือ

"หัวหน้าชุน จะให้พวกเราจ่ายคนละตั้งหนึ่งตำลึงมันมากไป ท่านช่ายไปต่อรองให้ถูกกว่านั้นได้มั้ยขอรับ?"จือเหยาเถิงอยากจะไปจากที่แห่งนี้เต็มที เขารู้สึกยิ่งอยู่นานยิ่งไม่ปลอดภัย

"ใช้ว่าข้าไม่คิด ก่อนที่เราจะเดินทางกลับมา ข้าได้ลองกลับไปเจรจากับพวกนั้นอีกรอบแล้ว แต่พวกเขาไม่ยินยอม ข้าเองก็จนใจ"หัวหน้าชุนได้แต่ส่ายศีรษะอย่างจนใจ สถานการณ์แบบนี้เขาเองก็ไม่เคยเจอ

หมิงเอ๋อฟังแล้วก็เดินไปต่อ เดี๋ยวบิดานางก็เดินมาบอกเองแหละ พอเดินไปได้สักพักก็นึกขึ้นได้ นางจึงนำเจ้าลาออกมา

"ข้าต้องพึ่งพาเจ้าแล้วนะเจ้าเสี่ยวเฮย กินนมในมิติข้าไปตั้งเยอะ ถึงเวลาต้องทำงานแล้ว"เจ้าลาฟังเจ้านายพูดก็กระดิกหูให้

เด็กสาวขึ้นขี่เจ้าลาแล้วให้มันวิ่งไปตามทาง เจ้าลาน้อยถึงตัวจะเล็กแต่กลับสามารถให้เจ้านายขี่หลังมันได้ แถมยังออกวิ่งเหมือนมองเห็นในความมืด

จนมาถึงผาหินขาด นางลงจากเจ้าเสี่ยวเฮยก่อนจะเก็บมันเข้ามิติให้มันไปพัก ส่วนนางก็เดินลัดเลาะหลบตามความมืด นางเดินหาแหล่งน้ำของค้ายนี้

'ไม่เห็นมีบ่อน้ำเหมือนในนิยายเลย'นางคิดอย่างขัดใจ ก่อนจะหันไปเจอหม้อเหมือนเป็นหม้อน้ำซุปอะไรสักอย่าง ไม่รอช้าใช้จังหวะที่ทหารไม่ทันสังเกดเข้าไปเทยาใส่หม้อจนหมดแล้วรีบหนีออกมาดูลาดเลา

เมื่อนางหาที่หลบก็หันไปเห็นว่าเหล่าทหารหนีทัพมาตักน้ำซุปใส่ชามกินกันด้วยความหิว

"พวกเจ้าว่าขบวนลี้ภัยวันนี้จะยอมจ่ายค่าผ่านทางมั้ย?"ทหารนายหนึ่งกินไปถามไปอย่างตะกละตะกลาม

"พวกมันจ่ายแน ไม่งั้นก็ต้องอ้อมไปอีกเป็นเดือน ใครมันจะโง่ย้อนไป หึหึ"

"อะไรกัน พวกเจ้าทำไมกินน้ำแกงไม่รอพวกข้าเลย "ทหารนายหนึ่งพูดพร้อมช่วยกันตักน้ำแกงกิน

"ข้ากะว่าคืนนี้จะไปปล้นพวกนั้นเสียหน่อย ดูแล้วน่าจะมีตำลึงกันมิใช่น้อย"

"เจ้าไปเหรอ เช่นนั้นข้าไปด้วย เผื่อมีสาวๆมาให้ข้าได้ชื่นใจ อยู่ในป่านี้นานๆมันช่างเปล่าเปลี่ยวเหลือเกิน มีสาวๆมาให้ความอบอุ่นก็ดีไม่ย้อย ฮาฮาฮา"ทหารคนที่มาตักน้ำซุปที่หลังพูดขึ้น

หมิงเอ๋อได้แต่คิด'ขอให้ยาที่ข้าผสมออกมาแรงพอที่จะเอาชีวิตพวกนี้ด้วยเถอะ'เพราะถ้าพวกมันมีชีวิต คงมีอีกหลายชีวิตต้องเดือดร้อน

เด็กสาวแอบดูจนมั่นใจว่าพวกมันกินจนครบทุกคน แล้วรอดูผลงานว่านานแค่ไหนยาถึงออกฤทธิ์ ผ่านไปหนึ่งก้านธูป ก็เริ่มเห็นความผิดปกติ หลายคนเริ่มล้มตัวลงสลบ พอมั่นใจก็รีบนำเจ้าเสี่ยวเฮยออกมาแล้วขี่มันให้พากลับไปกลุ่มลี้ภัย

เมื่อถึงที่นางก็รีบวิ่งไปบอกบิดา

"ท่านพ่อไปบอกหัวหน้าชุนได้เลยเจ้าคะว่าให้เราออกเดินทาง ท่านบอกเขาไปว่าท่านไปแอบใส่ยานอนหลับให้พวกนั้นกินตอนนี้พวกมันสลบหลับกันเงียบเลยเจ้าคะ"

"ฝีมือลูกหรือ?"

"อย่าเพิ่งถามเจ้าคะ พวกเราต้องรีบก่อนที่พวกนั้นจะตื่นเจ้าคะ"ถึงนางจะมั่นใจว่าเอาตัวยาทั้งสองผสมกันแล้วจะแรงถึงตายได้แต่ก็ต้องรีบทำเวลา

พ่อหลัวเดินไปบอกหัวหน้าขบวน

"เจ้าจัดการเรียบร้อยแล้วหรือ?"

"ใช้ขอรับเพราะฉะนั้นพวกเราต้องเร่งทำเวลาก่อนที่ยาจะหมดฤทธิ์ขอรับ"

หัวหน้าชุนจึงรีบบอกครอบครัวแล้วให้บุตรชายช่วยวิ่งบอกข่าวทุกครอบครััว

ผ่านไปครึ่งชัวยาม ขบวนก็พร้อมเดินทาง

หมิงเอ๋อขี่เจ้าเสี่ยวเฮยล้วงหน้าไปดูลาดเลาอีกครั้ง ถ้าเพื่อเจอคนที่ฟื้นขึ้นมานางจะต้องตัดสินใจยิงพวกนั้นเพื่อป้องกันภัย

มาถึงตรงด้านผ่านผาหินขาด นางก็เดินตรวจดู บางคนเพราะยาที่แรงเกินทำให้หัวใจหยุดเต้นตายลงในที่สุด นางไม่เกิดความสงสาร แต่ในยุคสงครามแบบนี้ต้องมีความเด็ดขาด

จนขบวนมาถึงช่องผาหินขาด นางก็แอบกลับไปที่รถม้าตนเอง แต่ไม่ลืมให้บิดาบอกให้ขบวนเดินทางไปอีก5ลี้ค่อยพัก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel