บทที่7 พายุฝนถล่ม
ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่จัดการขยับที่กั้น ส่วนนางนั้งกินขนมวาฟเฟิลกับพี่ๆรอแล้วกัน
เหล่าบุรุษต่างลงไปช่วยขยับที่กั้นออก แล้วเคลื่อนขบวนผ่านไป
หมิงเอ๋อมองพี่สาวทั้งสองแล้วนึกถึงคำพูดของพวกโจร ถึงพี่สาวของนองนางจะยังเป็นแค่เด็กสาววัยยังไม่ปักปิ่น แต่ทั้งสองก็มีแววความงามเมื่อโต ไอ้พวกโจรมันคิดสกปรกของหญิงสาวเช่นนั้นหรือ
"ท่านพ่อ เดี๋ยวข้ามานะเจ้าคะ ต้องกลับไปเก็บกวาดให้เรียบร้อยก่อน"
"เจ้าไปคนเดียวจะไม่อันตรายหรือ ให้พ่อไปด้วยดีหรือไม่"
"ท่านอยู่คุ้มครองทางนี้ดีแล้วกันเจ้าคะ ข้าไปไม่นาน เช่นไรเดี๋ยวก็ต้องแวะพัก ข้าตามทันอยู่แล้วเจ้าคะ"นางพูดจบก็เดินหายไปในความมืด
"ข้าว่าตั้งแต่นางถูกตะขาบกัดครั้งนั้นนางก็แปลกไปนะเจ้าคะ"หมิงหลานเอ่ยขึ้น นางชอบน้องสาวในตอนนี้มากกว่า ดูเด็ดขาดดี แถมยังมีขนมมาแบ่งให้กินตลอด
เด็กสาวขี่เจ้าเสี่ยวเฮยกลับไปผาหินขาด พอถึงนางก็ลงแล้วหยิบปืนสั้นออกมาเดินตรวจชีพจรที่ละคน คนไหนที่ยังมีลมหายใจนางจะใช้ปืนเล็งที่หัวแล้วยิง นางทำแบบนี้จนไม่เหลือคนรอดชีวิต อยู่ไปก็เป็นภัยกับสตรี เช่นนั้นก็ไปเข้าแถวรอดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเถอะพวกเจ้า จัดการเรียบร้อยถึงขี่เจ้าเสี่ยวเฮยกลับไปที่ขบวน
พอถึงขบวนนางก็จะเก็บเจ้าเสี่ยวเฮย แต่มันกลับเดินไปหาเจ้าม้าสองตัว เจ้าม้าสองตัวพอเห็นเจ้าลูกลาก็พยักหน้ากระดิกหูให้เหมือนเป็นการตอนรับ
"เสี่ยวเฮย อยู่ข้างนอกไม่ได้นะ กลับเข้าไป ให้โตก่อนค่อยออกมาเล่น"เจ้าลูกลาก็เหมือนเข้าใจจึงเดินกลับมาหาเจ้านาย
"ตอนนี้ก็ยามโฉ่ว(01:00-02:59น)หมิงเอ๋อมานอนได้แล้วลูก" พ่อหลัวเรียกบุตรสาวให้มาพักผ่อน
นางจึงปีนบันไดขึ้นรถม้าเข้าไปนอนข้างพี่สาวทั้งสอง
ส่วนน้องๆของนางก็ตื่นนอนมากินนม การที่มีเปลทำให้ทารกน้อยทั้งสองนอนยาวขึ้น ดีว่าพวกนางมีผ้าห่มทำเป็นที่นอนรองเพื่อไม่ให้ทารกน้อยนอนตัวงอ
มารดากำลังป้อนนมหลีซาน ส่วนเหวยเหว่ยน้อยนอนอีกเปลมองหลังคารถม้า รอกินนมเพราะนางเพิ่งตื่น แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่งอแงเมื่อได้ยินมารดาบอกว่าพี่ชายกำลังกินอยู่เดี๋ยวรอพี่ชายอิ่มก็ถึงตานาง
บิดาเห็นบุตรสาวคนเล็กตื่นจึงขยับไปอุ้มนางขึ้นมาจากเปล
หมิงเอ๋อจับผ้าอ้อมของน้องๆก็รู้สึกว่าเต็มแล้วจึงหยิบผ้าอ้อมออกมาให้มารดาเปลี่ยนให้น้องๆ นางมีหน้าที่รอเก็บเอาไปทิ้งในมิติเท่านั้น
เมื่อเปลี่ยนผ้าอ้อมแล้วสองพี่น้องก็อารมณ์ดีชวนบิดามารดาคุยอ้อแอ้
"จ๋าลูก คุยอะไรกัน"สองสามีภรรยาอุ้มบุตรทั้งสอง แล้วจับหอมแก้มด้วยความรัก เหวยเหว่ยหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อถูกบิดาหอมพุงน้อยๆ
เล่นจนพอใจสองพี่น้องก็เริ่มหาว ทั้งคู่จึงถูกวางลงที่นอนที่ปูไว้ที่สุดก็หลับลงบิดาจึงไปนอนตรงด้านหน้ารถม้าเพื่อระวังทั้งม้าและป้องกันภัยให้ครอบครัว เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ต้องผ่านด้านเขาไปก่อน
พอเช้ามาทุกคนตื่นก็ออกมาเตรียมหุงหามื้อเช้ากัน บ้านหลัวเช้านี้หมิงเอ๋อเอาขนมปังใส้ต่างๆออกมาให้ทุกคน พร้อมซุปเห็ดกระป๋อง จนยามเฉิน(07:00-08:59น)หัวหน้าชุนถึงตะโกนให้ออกเดินทาง เพราะปกติจะออกเดินทางกันยามเหม่า( 05:00-06:59น)แต่เมื่อคืนเพราะต้องเดินทางยามค่ำคืนทำให้พักผ่อนกันน้อย เช้านี้หัวหน้าชุนจึงออกเดินทางให้สายหน่อยชาวบ้านจะได้พักเพิ่มอีกหน่อย แต่เรื่องนี้ไม่เป็นผลกับบ้านหลัว
ระหว่างเดินทางลมก็พัดดี ทำให้ไม่รู้สึกร้อน แต่ลมกับเริ่มพัดแรงขึ้นจนขบวนต้องหยุดพัก
"ดูทรงเหมือนจะมีพายุ ขอให้ทุกคนหามุมหลบให้ดี "เสียงหัวหน้าชุนตะโกนบอกแข่งกับลม เดินมาถึงท้ายขบวนแล้วมั่นใจว่าลูกขบวนได้ยินกันครบก็วิ่งไปที่รถม้าตนเองแล้วบังคับหาที่หลบพายุ
แล้วทุกคนก็ต่างหาที่หลบพายุฝน ไม่ถึงหนึ่งชัวยามพายุฝนก็ตกลงมาถล่มขบวนลี้ภัย ครอบครัวหลัวเอาผ้าใบออกมาคุมหลังคารถกันน้ำซึ่ม แล้วยังผูกทำเป็นหลังคาให้เจ้าม้าทั้งสอง พวกมันก็ยืนหลบฝนในผ้าใบเงียบๆอยู่ข้างรถม้าเพราะพ่อหลัวทำหลังคาข้างรถม้าทำให้พวกมันไม่โดนลมฝนมาก
ระหว่างรอฝนหยุด คนในครอบครัวก็นอนฟังเสียงลมพายุกัน
"ฝนตกหนักมากนะเจ้าคะ"หนิงเหม่ยฟังแล้วก็รู้สึกกลัวนิดๆ
"ไม่มีอะไรหลอก เจ้าไม่ต้องกลัว"พ่อหลัวพูดปลอบใจบุตรสาวคนโต บุตรสาวทั้งสองขยับมาใกล้บิดาเหมือนต้องการที่ปลอดภัย
แล้วคืนนั้นพายุก็ถล่มทำให้หลังคาเกวียนหลายครอบครัวถูกพัดทำลาย กว่าพายุจะหยุดก็เสียหายไปไม่ใช่น้อย บางครอบครัวต้องเอาตัวบังเสบียงไม่ให้เกิดความเสียหาย แต่ก็ไม่มาก เพราะเสบียงหลายครอบครัวเริ่มหมดลงแล้ว รอไปถึงเมืองข้างหน้าถึงจะแวะซื้อเสบียงเพิ่ม
บ้านหลงก็ได้รับความเสียหาย แม่หลงถูกหลังคาฟาดใส่ตอนที่มันหลุดออกจากรถม้า ทำให้แม่หลงได้รับบาดเจ็บค่อนข้างหนัก เช้ามาฝนก็ยังไม่หยุด พ่อหลัวและชายในขบวนอีกหลายคนไปช่วยชาวบ้านทำหลังคารถใหม่ กว่าจะช่วยสร้างเสร็จครบทุกคันก็ใช้เวลาไปเกือบวัน เพราะอุปสรรคคือฝนที่ตกไม่ได้หยุด
ในรถม้าบ้านหลัว ทุกคนนั้งช่วยกันเลี้ยงหลีซานกับเหวยเหว่ย ทารกน้อยทั้งสองได้ยินเสียงฝนก็นอนหลับเงียบ ดีว่าที่นอนในเปลค่อนข้างอุ่นทำให้ทั้งสองไม่หนาว
หลายครอบครัวกลัวสัตว์เลี้ยงจะโดนฝนหนักก็ได้หาตามซุ้มไม้เพื่อนำพวกมันไปผูกในร่มเพื่อให้พวกมันหลบฝน
พ่อหลัวที่กลับมาถึงหมิงเอ๋อก็พาเข้ามิติไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะพาออกมานั้งร่วมกับทุกคน
"เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะท่านพ่อ"หนิงเหม่ยถามบิดา มือก็คอยปัดไล่แมลงให้น้องๆที่นอนนี้นำผ้ามาปูเป็นที่นอนแล้วให้ทั้งสองนอนเล่น ด้วยว่ารถม้าจอดเฉยๆไม่ได้สะเทือนอะไร จึงให้ทั้งคู่มานอนกับพื้นได้
"เสียหายหลายครอบครัวเหมือนกัน ดีว่าส่วนใหญ่เสบียงเริ่มจะหมดแล้ว ไม่เช่นนั้นคงเสียหายหนัก"
"แล้วเราจะเดินทางได้เมื่อไรหรือพ่อ?"
"เห็นหัวหน้าชุนบอกพรุ่งนี้ถ้าฝนตกเบาแบบนี้เราก็สามารถเดินทางได้ เพราะเดินไปอีกไม่เกินครึ่งวันก็ถึงเมืองกุ้ยหลิน"
"เช่นนั้นก็ดีเจ้าคะ ข้ากำลังอยากจะไปขายของอยู่พอดี เงินเราเหลือน้อยเต็มที"
"ได้..เราจะได้ซื้อพวกธัญพืชด้วย มันเหลือน้อยแล้ว"หมิงหลานเอ่ยออกมา
"เมื่อถึงเมืองข้างหน้าลูกกับท่านพ่อจะไปขายยา เสร็จแล้วจะซื้อเสบียงกลับมาเจ้าคะ"
"ถ้าเงินเหลือซื้อผ้ามาด้วยนะ หลีซานกับเหวยเหว่ยไม่มีเสื้อผ้าใส่"
"อื่อ...ข้าจะซื้อมาให้"
คืนนั้นทุกคนก็นอนในถุงผ้าอย่างอบอุ่น ส่วนทารกน้อยก็ให้ห่มผ้าถึงอก
เช้ามาทุกคนก็ได้รับข่าวร้าย แม่หลงที่บาดเจ็บจากการตกม้าได้เสียชีวิตลง พ่อหลงแค่เอาศพไปทิ้งในป่าข้างทางโดยไม่คิดจะขุดหลุมฝัง
เรื่องนี้สร้างความหดหู่ให้หมิงเอ๋อไม่ใช่น้อย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะขบวนออกเดินทางแต่เช้า แถมฝนก็ยังตกตลอด
เดินทางมาได้ครึ่งวันก็ถึงเมืองกุ้ยหลิน ขบวนก็แวะจอดข้างกำแพงเมือง
บางครอบครัวก็เข้าเมืองเพื่อจะไปซื้อเสบียง และไม่ลืมซื้อผ้าที่เคลือบเทียนไขทำให้น้ำไม่สามารถเข้าถึงได้
ส่วนบ้านหลัวเลือกเข้าเมืองแค่สองพ่อลูก แล้วให้มารดากับพี่สาวอยู่แต่ในรถม้าห้ามออกมาให้ใครเห็น
จ่ายค่าผ่านประตูเมืองก็เดินหาร้านโอสถ ครั้งนี้นางจะขายเครื่องดื่มชูกำลังให้มากหน่อย
พอเจอร้านขายยาทั้งคู่ก็เดินเข้าไป อาจเพราะวันนี้ทั้งสองแต่งตัวสะอาดสะอ้านไม่มอมแมมแบบเก่า
หลงจู้ที่เห็นคนเข้าร้านก็เข้ามาตอนรับ
"มิทราบว่าจะซื้อยาอะไรหรือขอรับ"น้ำเสียงถามด้วยความนอบน้อม
"เรามียาเพิ่มกำลังมาขายขอรับ รับรองไม่เหมือนใครแนนอน"
"ยาเพิ่มกำลังหรือขอรับ"
"ใช่แล้วขอรับ เช่นไรท่านรองดื่มดูก่อนได้"พูดแล้วพ่อหลัวก็หยิบขวดออกมาหมุนเปิดให้หลงจู้ดื่ม
หลงจู้มองขวดแก้วใสแถมฝาเปิดยังแปลกอีกด้วย เมื่อรับมาแล้วก็ดื่ม ทันทีที่ยาผ่านลำคอเขาก็รู้สึกถึงความสดชื่น
"ยาดี..ไม่ทราบว่าท่านจะขายเท่าไรหรือขอรับ?"
"เชิญท่านหลวจู้เสนอราคามาก่อนขอรับ"
หลงจู้คำนวณ'ยาดีแบบนี้ต้องขายได้ราคาแน ดีไม่ดีเขาอาจจะส่งไปขายที่เมืองหลวงอาจได้กำไรหลายเท่า'
"ข้าให้ขวดละ600อีแปะ มีเท่าไรข้ารับหมด"
เมื่อได้ยินราคาสองพ่อลูกก็มองหน้ากันก่อนที่พ่อหลัวจะไปพยักหน้าตอบตกลง
"พวกเราพ่อลูกมีมา300ขวด ไม่ทราบว่าท่านจะรับหมดหรือไม่"
"ดีเลย..ข้ารับหมด"
"ยาของข้าค่อนข้างแรง ดื่มไม่ควรเกินวันละสองขวดนะขอรับ ไม่เช่นนั้นหัวใจจะเต้นเร็วผิดปกติ อาจเกิดอันตรายได้ขอรับ"พ่อหลัวไม่ลืมเตือนตามที่บุตรสาวบอก
พอได้รับเงิน180ตำลัง หมิงเอ๋อก็เป็นคนเก็บเอาเข้ากระเป๋าย่ามเพราะนางจะได้เก็บในมิติ
เมื่อได้เงินแล้วทั้งสองก็เดินออกไปเตรียมซื้อเสบียงและผ้าให้มารดา
"ร้านแรกที่เราไปขายโกงราคาเราชัดๆ ข้าขาดทุนไปตั้งหลายตำลึง ดีนะขายให้แค่100ขวด ไม่เช่นนั้นข้าต้องกระอักเลือดเป็นแน"หมิงเอ๋อพูดพร้อมยกกำปั่นมาทำท่าบีบไปมา พ่อหลัวสายหัวพร้อมขำการกระทำของบุตรสาว
เมื่อซื้อเสบียงแล้วก็แวะซื้อผ้า ในขนาดที่หมิงเอ๋อกำลังเลือกชุดสำเร็จให้ทุกคนพร้อมรองเท้าอีกคนละคู่ นางแอบเห็นรองเท้าของพี่สาวทั้งสองขาดหมดแล้ว ตอนกำลังจะเดินไปจ่ายเงินก็ได้ยินคนในร้านคุยกััน
"ท่านอ๋องมีคำประกาศออกมาว่าใครสามารถรักษาองค์ชายน้อยให้หายได้จะจ่ายให้ถึงหนึ่งหมื่นตำลึงเชียวนะ"ฺฮูหยินผู้หนึ่งพูดขึ้น
"แล้วองค์ชายน้อยเป็นอะไรทำไมถึงรักษาไม่หายละ"เถ้าแกเนี้ยร้านผ้าถามด้วยความอยากรู้
"ได้ข่าวมาว่าองค์ชายน้อยสุขภาพไม่แข็งแรงแต่เยาว์วัย เนื้อตัวซีดเซียวเรี่ยวแรงก็ไม่มี ต้องประทับอยู่แต่ในห้องบรรทมตลอด"
หมิงเอ๋อฟังแล้วก็นึกอะไรออก นางมีอ่างน้ำวิเศษ ที่สามารถรักษาได้ทุกโรค ขนาดบิดาขาหักผิดรูปยังสามารถรักษาให้กลับมาเดินได้ปกติขากลับมาตรงเหมือนเดิม
แถมเหวยเหว่ยที่ตอนแรกเหมือนจะไม่รอดพอได้กินน้ำในอ่างก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม
เมื่อคิดได้ดั่งนั้นนางจึงซื้อของเสร็จก็ชวนบิดาไปรักษาคน
"ท่านพ่อ..เราไปหาเงินหมื่นกันเจ้าคะ"
"หื่อออ..ไปหาจากไหนกัน"
"ข้าได้ยินมาว่าท่านอ๋องอะไรนั้นหาคนรักษาลูกชายอยู่ ถ้าหายจะจ่ายให้หนึ่งหมื่นตำลึงเจ้าคะ"
"แล้วท่านอ๋องที่ว่านั้นอยู่ไหนหรือ?"
"แฮแฮ..ข้าก็ไม่รู้เจ้าคะ ท่านพ่อรอข้าแปบนะเจ้าคะ"นางบอกบิดาแล้วก็วิ่งกลับไปในร้านผ้า
