บท
ตั้งค่า

บทที่4 หลัวเหวยเหว่ย

เขาจึงบอกกับบุตรชายให้ขายลูกเมียทิ้งเสีย มีเงินค่อยหาแต่งเมียใหม่ ซึ่งบุตรชายก็ฟังคำบิดา จึงคิดว่าถ้าถึงเมืองถัดไปจะขายทิ้งทั้งแม่และลูก

"ถ้าเช่นไรเราก็อย่าไปใส่ใจมาก เดี๋ยวจะมาขอให้พวกเราช่วย เสียเวลา"หลีจงฉีที่ลี้ภัยมาหลายเดือน เจอพวกเป็นภาระมาเยอะจนครานจะใส่ใจ

ด้านบ้านหลัวก็มีเหตุผลเรื่องความลับของบุตรสาว จึงไม่มีคิดเสวนากับผู้ใดเช่นกัน

แต่ปัญหาก็มาเยื่อนตรงหน้า เมื่อภรรยาของหลงอี้คังบุตรชายของหลงอาคุนได้เสียชีวิตลงจากการคลอดบุตรสาวระหว่างเดินทาง ทำให้นางตกเลือดแล้วนอนไม่มีแรงจนที่สุดก็สิ้นใจ ทำให้ทารกน้อยอายุแค่ไม่กี่วันต้องขาดมารดาแล้วไหนจะไม่มีนมกินอีก ทำให้หลงอาคุนไม่อยากเพิ่มภาระจึงสั่งให้บุตรชายทิ้งทารกไปเสีย

หลงอาคุณไม่เสียเวลาคิดนานจึงบอกบุตรชาย

"ไหนๆก็เป็นสตรี แถมยังต้องกินนมอีก สถานการณ์แบบนี้จะไปหานมที่ไหน ทิ้งไปเสีย ไม่เช่นนั้นเจ้าก็ออกจากบ้านข้า"หลงอาคุนประกาศกร้าว แม่หลงที่สงสารหลานสาวแต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไงดี เพราะนางก็เชื่อฟังสามี จึงได้แต่มองบุตรชายเอาหลานสาวไปวางทิ้งข้างทาง จนสายตาไปเห็นรถม้าท้ายขบวนจึงนึกอะไรได้ นางจึงเดินไปอุ้มหลายสาวแล้วเดินไปที่ท้ายขบวน หลงอาคุนเห็นภรรยากลับไปอุ้มเจ้าตัวภาระก็ร้องห้าม

"ถ้าเจ้ากล้าเอาตัวขาดทุนกลับมา ข้าจะหย่าขาดจากเจ้าเสีย"หลงอาคุนประกาศกร้าว แต่แม่หลงก็ไม่ฟัง นางเดินไปที่รถม้าบ้านหลัว

พ่อหลัวเห็นมีคนอุ้มห่ออะไรมาใกล้รถม้าก็เอ่ยถาม

"ท่านมีอะไรหรือขอรับ"เขาเห็นห่อสตรีผู้นี้อุ้มมาคือทารกน้อยก็สงสัย

"ข้าเห็นบ้านเจ้ามีทารก จึงคิดนำหลานสาวมายกให้ พวกเจ้าช่วยรับเลี้ยงได้หรือไม่ ข้าอยากให้หลานสาวมีชีวิตรอด มารดานางสิ้นใจตายไปแล้ว ขอพวกเจ้าเมตตาเด็กตาดำๆ "แม่หลงพูดด้วยใบหน้าร้อนรน

แม่หลัวที่นั้งกล่อมบุตรชายอยู่บนรถ เมื่อได้ยินเสียงจึงชะโงกหน้าออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

หมิงเอ๋อที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่แรกก็หันไปมองหน้าบิดา

แม่หลงที่กลัวครอบครัวนี้จะไม่รับก็รีบพูด

"ข้าขอแค่หลานสาวข้ามีชีวิตรอด ไม่ต้องการอะไร"

"เด็กอายุเท่าไรหรือขอรับ"พ่อหลัวเห็นว่าทารกยังอ่อนอยู่มากจึงสงสัย

"เออ..ยังไม่ถึง10วัน"แม่หลงตอบไม่เต็มเสียงนัก

"เช่นนั้นทำสัญญาก่อน ข้าจะจ่ายให้ท่านสองตำลึงเป็นการซื้อขาด "หมิงเอ๋อพูดขึ้นมา

"ได้ๆ "แม่หลงรีบรับคำ

แม่หลัวเมื่อจับต้นชนปลายได้ก็ลงมาจากรถม้าแล้วเข้ามาอุ้มทารกน้อยตัวอ่อนปวกเปียกจากสตรีตรงหน้า

"ท่านพ่อเขียนสัญญาเลยเจ้าคะ"หมิงเอ๋อไม่อยากมีปัญหาตามมาภายหลัง ยายแก่คนนี้อาจจะไม่ แต่ตาเฒ่าที่จะทิ้งทารกน้อยคนนี้ไม่แน

เมื่อทำสัญญาจบแม่หลงประทับลอยนิ้วมือเสร็จก็รับตำลึงแล้ววิ่งกลับไปที่เกวียน

"เจ้าไปไหนมา"หลงอาคุนถามภรรยา

"ข้าไปขายนางมา ได้มาตั้งสองตำลึง"นางรีบส่งตำลึงให้สามี

"เจ้าเอาไปขายให้ใคร ตอนนี้ไม่มีใครเขาอยากได้ตัวภาระหลอกนะ"

"ครอบครัวท้ายขบวนเจ้าคะ "นางพูดแค่นั้นก็ไม่เอ่ยอะไรอีก นางได้แต่ภาวนาให้หลานสาวอยู่รอดปลอดภัย ครอบครัวใหม่รักและเอ็นดู เช่นไรสามีนางก็จะทิ้งหลานสาวผู้นี้อยู่แล้ว

"ถือว่าเจ้าฉลาด รู้จักหาเงิน"หลงอาคุนรับเงินมาด้วยสีหน้าเบิกบาน ครอบครัวท้ายขบวนนี้ก็โง่นะ

ครอบครัวหลัวมองทารกน้อยที่ตัวเล็กที่ไม่มีแม้เสียงร้อง ร่างกายก็ดูจะไม่แข็งแรง หมิงเอ๋อเห็นดังนั้นจึงหายเข้าไปในมิติแล้วเดินไปที่อ่างน้ำที่ตอนนีี้เต็มอ่างแล้วหลังจาก7วันผ่านไป

นางนำขวดมาใส่น้ำแล้วเอาออกไปให้ทารกได้ดื่ม

เมื่อทารกน้อยดื่มน้ำจากขวด ผ่านไปไม่ถึง5ลมหายใจทารกน้อยก็อิ่มฟูขึ้นมา ใบหน้าที่เหี้ยวซีดก็กลับดูสดใสแล้วส่งเสียงร้อง

"แง้งงงง"

"เราจะตั้งชื่อนางว่าอะไรดีเจ้าคะ "หนิงเหม่ยถามบิดา

"ตอนนี้ก็ถือว่านางเป็นบุตรสาวคนเล็กของครอบครัวเรา พ่อจะตั้งชื่อนางว่าหลัวเหวยเหว่ย นางจะเป็นน้องสาวฝาแฝดของหลีซาน"ทารกน้อยเริ่มส่งเสียงร้องเพราะหิวนม แม่หลัวจึงป้อนนมให้นางกิน ส่วนขบวนก็เริ่มออกเดินทาง หนิงเหม่ยกับหมิงหลานช่วยมารดาเลี้ยงน้องทั้งสองในรถม้า เพราะพ่อหลัวเห็นว่าภรรยาดูงามขึ้นมากจนอาจจะเป็นอันตราย ส่วนบุตรสาวก็เห็นแววงามแต่เล็ก จึงให้ทั้งสามอยู่แต่บนรถเพื่อไม่ให้ใครเห็นใบหน้าของบุตรสาวและภรรยา ส่วนตนเองและบุตรสาวคนที่สามก็นั้งด้านหน้าค่อยระวังภัยรอบๆ

"เหวยเหว่ยยังเล็กนัก ทำไมครอบครัวถึงคิดขายนางละเจ้าคะท่านแม่"หนิงเหม่ยถามมารดา

"แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จะให้ปล่อยไปไม่คิดช่วยแม่กับบิดาเจ้าก็ทำใจไม่สนใจไม่ลง จิตใจคนเราทำไมถึงอำมหิตได้ขนาดนี้แม้ลูกหลานในใส้ยังคิดทิ้งขว้าง"แม่หลัวมองเหวยเหว่ยน้อยที่กินอิ่มก็นอนหลับอยู่ข้างๆหลีซานที่ตอนนี้เป็นพี่ชายฝาแฝด ถึงแม้จะห่างกันเป็นเดือน

เรื่องที่บ้านหลงขายหลานสาวให้บ้านหลัวเป็นที่พูดถึงของขบวนลี้ภัย

"ครอบครัวหลัวนี้บ้าหรือเปล่า หนีสงครามกันแบบนี้ตัวก็จะเอาไม่รอดแล้ว ยังจะมารับภาระเพิ่มอีก"ป้าอู๋พูดขนาดที่กำลังทำครัว

"แต่จะว่าไปครอบครัวหลัวไม่เคยออกไปหาอาหารเลยนะ พวกเจ้าว่าแปลกมั้ย"จือฉีเหอที่อยู่รถม้าหัวขบวนเอ่ยถามอย่างสงสัย

"จริงด้วย แถมบ้านนั้นก็มีแต่สตรี หรือพวกเขามีเสบียง?"หลีจงฉีก็สงสัยเช่นกัน มีบุรุษคนเดียวแบบนี้ถ้าไม่มีเสบียงตุนไว้อยู่ไม่ได้แน

"อาจจะเป็นเช่นนั้น แต่ยังไงพวกเขาก็ไม่เคยมาสร้างปัญหาให้ขบวน พวกเจ้าก็เลิกสนใจครอบครัวนี้ได้แล้ว"หัวหน้าชุนที่เดินมาดูความเรียบร้อย เมื่อเห็นคนพูดถึงครอบครัวท้ายขบวนจึงเอ่ยออกมา

ชาวบ้านถึงเลิกพูดถึงครอบครัวท้ายขบวน แล้วหันมาเตรียมอาหาร

แล้วในคืนนั้นขนาดที่ทุกคนกำลังหลับ ก็ได้มีโจรบุกเข้ามาเพื่อปล้นขบวน

"มีโจร...ทุกคนตื่นเร็ว"เสียงคนตะโกนดังมาจนมาถึงท้ายขบวน

หมิงเอ๋อกับพ่อหลัวที่ระวังภัยกันอยู่ก่อนแล้วก็ออกมารับมือ

"ท่านแม่กับท่านพี่หลบอยู่แต่ในนี้นะเจ้าคะ อย่าส่งเสียง นี้เจ้าคะ ใครเข้ามาใกล้ยิงได้เลยเจ้าคะ"นางให้ปืนสั้นกับพี่สาว

"หมิงเอ๋อ..เจ้าจะไปไหน มาอยู่กับแม่ข้างในนี้ปลอดภัยกว่านะลูก "แม่หลัวเป็นห่วงบุตรสาว บุตรสาวนางอายุแค่นี้จะไปช่วยอะไรใครได้

"พวกท่านไม่ต้องห่วงเจ้าคะ ข้ามีวิธี"พูดจบก็หันไปเอาอาวุธให้บิดา

บิดานางมีมีดเดินป่ายาว12นิ้วอยู่แล้ว ส่วนนางก็หยิบปืนสั้นออกมา ตอนแรกจะหยิบปืนกึ่งอัตโนมัติแล้วแต่กลัวมันหนักเกิดเด็ก7ขวบจึงต้องเปลี่ยน

"พ่อว่าเจ้าเข้าไปอยู่กับท่านแม่ด้านในดีกว่านะ"

"ไม่เป็นไรเจ้าคะ เราไปกันเถอะ ท่านพ่อไม่ต้องห่วงข้า ข้าเอาตัวรอดได้ "นางพูดจบก็เดินหายเข้าไปในความมืด

ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีกัน ส่วนผู้ชายที่พอจะมีฝีมืออยู่บ้างก็ช่วยกันต่อสู้

พ่อหลัวที่เคยเป็นทหารมาก่อนพอจะมีฝีมือการต่อสู้ก็เข้าไปช่วยครอบครัวอู๋ที่กำลังถูกโจรทำร้าย

เขาใช้ดาบที่บุตรสาวให้ไว้ฟันไปที่เจ้าโจร

"อ๊ากกก"เจ้าโจรร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเพราะถูกฟันเข้าที่หลังเต็มๆ

พ่อหลัวไม่รอให้มันตั้งตัว เขาฟันไปที่คอเจ้าโจรก่อนมันจะสิ้นใจ ตอนนี้เขามีพละกำลังเพิ่มขึ้นมาก

พอฆ่าได้หนึ่งคนเขาก็หันไปเตะอีกคนที่หมายจะเข้ามาฆ่าตน พ่อหลัวหมุนตัวกลับมาฟันใส่โจรที่หน้าเต็มๆ เจ้าโจรคนที่สองก็ได้ตายลง

ครอบครัวอู๋เห็นฝีมือของพ่อหลัวก็อึ้งเพราะไม่คิดว่าชายผู้นี้จะมีฝีมือการต่อสู้ได้ขนาดนี้

หมิงเอ๋อที่เดินมาตามความมืด เมื่อเห็นที่ซ่อนเหมาะๆนางก็ไปซ่อนตัวแล้วเล็งปืนยิง น่าแปลก มืดขนาดนี้ แต่นางยังสามารถเห็นพวกโจรได้ชัดเหมือนตอนกลางวัน น่าจะเป็นผลมาจากน้ำในมิติ

เมื่อตั้งสติได้นางก็เล็งปืนแล้วยิงทีละคน นางเห็นมีโจรจะไปทางรถม้าครอบครัวนาง

"เปี้ยงงง"

"โอ๊ยยย"

เสียงโจรร้องออกมาก่อนที่จะล้มตัวลง

"พวกมันมีอาวุธลับ ระวังตัวด้วย"เสียงพวกโจรตะโกนบอก

แต่พอสิ้นเสียงก็ได้ยินเสียงปืนแล้วเขาก็ล้มตัวสิ้นใจตาย

"พวกเราช่วยกันเร็ว ร่วมมือไล่พวกโจร"เสียงหัวหน้าขบวนตะโกนบอกชาวบ้าน

ชาวบ้านที่เห็นพวกโจรล้มลงตายก็มีใจฮึกเหิมต่างก็ใช้อาวุธที่พอจะมีเข้าต่อสู้พวกกลุ่มโจร ถึงจะสงสัยว่าพวกโจรทำไมถึงล้มตายลงเฉยๆ

หมิงเอ๋อซุ้มยิงพวกโจรตายไปหลายคน มีบางคนที่วิ่งจะไปที่รถม้าของนาง นางก็ยิงโจรคนนั้นตายลง

แปลกมาก นางยิงปืนถนัดมือไม่รู้สึกการดีดเวลายิงเลย นางจึงลองนำปืนยาวออกมาเล็งเพราะมันจะมีความแม่นยำกว่า

"เปี้ยงงง"

"เปี้ยงง"

โจรสองคนล้มลงตาย แปลว่านางมีกำลังเหนือเด็ก7ขวบ เพราะปืนยาวนางก็ยิงได้สบาย ไม่มีแรงสะท้อนกลับ แต่ตอนยกอาจลำบากหน่อยเพราะปืนขนาดเท่าตัวนาง

สุดท้ายกลุ่มโจรก็ถอยหนีไป

พ่อหลัวที่ฆ่าโจรไปได้หลายคน เมื่อโจรถอยกลับไปเขาก็เดินกลับไปที่รถม้าเพื่อดูลูกเมีย หมิงเอ๋อก็เดินมาสมทบบิดา

"เสียงดังที่เกิดขึ้นนั้นลูกทำใช่มั้ย?"

"เจ้าคะ ข้าเก่งมั้ยเจ้าคะ"

พ่อหลัวได้แต่สายศีรษะ บุตรสาวเขาเปลี่ยนไปมากจริงๆ

มาถึงก็เห็นแม่หลัวกับหมิงหลานอุ้มทารกน้อย ส่วนหนิงเหม่ยถือปืนคอยป้องกันภัย

"ท่านพ่อกลับมาแล้ว"หนิงเหม่ยเมื่นเห็นบิดากับน้องสาวก็วางปืนลง

"ข้างนอกเป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ"แม่หลัวถามผู้เป็นสามี

"พวกโจรถูกไล่ไปหมดแล้วละ แต่ยังไงคืนนี้ก็ต้องระวังตัว"

แต่ในขนาดที่ครอบครัวหลัวกำลังเตรียมตัวพักผ่อนก็ได้ยินเสียงเรียก

"บ้านหลัว.."

"ขอรับ...อ้าว ท่านป้าอู๋ มีอะไรหรือขอรับ?"พ่อหลัวออกมาดูว่าใครมาก็เห็นเป็นป้าอู๋

"คือ..ข้าจะมาขอบใจเจ้านะที่ช่วยเหลือที่บ้านข้าเมื่อครู่"ป้าอู๋รู้สึกขอบคุณที่บ้านหลัวเข้าช่วยครอบครัวตนเองจึงคิดมาขอบคุณ

"ไม่เป็นไรขอรับ เราอยู่ขบวนเดียวกัน มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้วขอรับ"พ่อหลัวไม่ได้คิดอะไรมาก อาจเพราะตนเองเคยเป็นทหาร ทำให้รู้สึกเป็นหน้าที่ๆต้องคอยดูแลชาวบ้าน

ป้าอู๋พอฟังเช่นนั้นก็เริ่มรู้สึกดีกับครอบครัวหลัวมากขึ้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel