บทที่6
หลังเสร็จกิจบรรยากาศภายในห้องนอนสุดหรูยังคงอบอวลด้วยกลิ่นเสน่หาราคะ นวลเพ็ญงอขาขึ้น พลางเท้าคางมองเขาอย่างหลงใหล ใบหน้ายามเขานอนช่างหล่อเหลาคมคายราวกับรูปปั้น เห็นแล้วเกิดรักแรกพบในทันที ระหว่างที่เขาหลับเธอตั้งใจจะไปหาอะไรให้เขาทาน ร่างเล็กขยับตัวลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าตัวเก่ามาสวมใส่ซ้ำ ก่อนที่เสียงจากโทรศัพท์มือถือที่ตกทับกางเกงของเขาจะดังขึ้น
เธอผวารีบเข้าไปหยิบตั้งใจจะปิดเสียง กลัวจะรบกวนเวลานอนของเขา ทว่าชื่อที่ถูกบันทึกบนหน้าจอกลับทำให้มือเล็กชะงักไปชั่วครู่
‘เกด’
มันเป็นชื่อเล่นง่ายๆ ดูเหมือนธรรมดา แต่สำหรับคนที่อยู่ร่วมกันมาหลายปี หญิงสาวรู้ได้ทันทีว่าคนที่โทรมา ‘ไม่ธรรมดา’ เพราะปกติแล้วรณดิษจะบันทึกชื่อคนตามชื่อจริงตามด้วยสังกัดหรือบริษัท จะมีเพียงคนที่สนิทจริงๆ ถึงถูกบันทึกด้วย ‘ชื่อเล่น’ แม้แต่ตัวเธอยังถูกบันทึกชื่อในมือถือว่า ‘นวลเพ็ญ’
ขณะที่ลังเลว่าจะทำอะไรกับมือถือดี และเธอสมควรจะตัดสายทิ้งดีไหม เสียงเจือดุของคนข้างหลังก็ดังขึ้นก่อน
“นั่น เธอจะทำอะไร”
“อ่ะ เอ่อ..พอดีนวลเห็นคุณเกลี้ยงนอนหลับอยู่ นวลเลยตั้งใจจะปิดเสียงค่ะ” เธออธิบายเสียงอ่อน ใบหน้าหล่อเหลาของเขาราบเรียบติดจะเย็นชาอยู่บ้าง
“เอามาให้ฉัน”
“ค่ะ” คนตัวเล็กยื่นให้ พร้อมส่งยิ้มหวานไปให้ เขาก้มมองดูมือถือโดยไม่ทันได้สนใจคนข้างกาย
“งั้นนวลไปหาอะไรให้คุณเกลี้ยงกินก่อนนะคะ”
“อืม” เขารับคำในลำคอ
ตอนที่เธอกำลังเดินออกจากห้องนอนยังทันได้ยินเขาทอดเสียงถึงผู้หญิงอีกคนว่า
“ว่าไงครับเกด”
เธอไม่ชอบเลย เธอไม่ชอบให้เขาพูดอ่อนโยนแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่น...
ในระหว่างที่นวลเพ็ญกำลังเฝ้าหม้อต้มข้าวต้มกุ้งเมนูโปรดของเขา ร่างสูงใหญ่ที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็เดินออกจากห้องนอนด้วยท่าทางค่อนข้างรีบร้อนผิดวิสัย อีกทั้งเหมือนจะลืมเธอเสียสนิท
“นั่นคุณเกลี้ยงกำลังไปไหนคะ?” เธอเอ่ยขึ้นอย่างตกใจเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆ เขาก็คล้ายจะจากลาโดยไม่บอก
รณดิษก็ชะงักไปชั่วครู่ หัวคิ้วขมวดมุ่นเข้าหากัน
วันนี้เป็นครั้งที่สองที่นวลใช้คำถามราวกับซักไซ้ ซึ่งเธอก็รู้ว่าเธอ ‘ไม่มีสิทธิ์’
“เอ่อ นวลขอโทษค่ะ นวลไม่ตั้งใจจะซักไซ้คุณเกลี้ยง” เธอขอโทษอย่างว่าง่ายและรู้ใจ
“อืม”
“นวลพึ่งต้มข้าวเสร็จ คุณเกลี้ยงทานเลยไหมคะ” ฝืนส่งยิ้มหวานให้ เผื่อเขาจะอารมณ์ดี
“ไม่เป็นไร คุณกินข้าวมาแล้ว คุณไปก่อนนะคุณมีธุระ” พูดจบก็ทิ้งเธอไปดื้อๆ
นวลเพ็ญ
หรือที่บ้านคุณหญิงแม่ของเขาจะมีปัญหา?
นวลเพ็ญคาดคะเนไปถึงคนที่บ้านเขา เพราะจะมีใครกันล่ะที่จะทำให้รณดิษ ‘เสียอาการ’ ได้ ทว่าภาพเสียงเรียกเข้าก็ลอยกลับเข้ามาในหัว หรือธุระที่เขาว่าจะเกี่ยวกับผู้หญิงที่ชื่อ ‘เกด’
แค่คิดใจดวงน้อยก็ปวดหน่วงบีบรัดจนเจ็บ มือที่กุมทัพพีเริ่มสั่น
ไม่หรอก ไม่มีทาง ถ้าคุณเกลี้ยงจะมีคนอื่น เขาต้องบอกเธอสิ
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าจนลึก ก่อนจะหาปิ่นโตเถาใหญ่ พลางตัดข้าวต้มกุ้งที่มีอยู่เต็มหม้อแบ่งใส่ ตั้งใจจะไปเยี่ยมคุณยายเหมือนเช่นทุกวัน
ณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง
บนเตียงนอนขาวสะอาดยายกลิ่นคนที่เลี้ยงดูเธอกับน้องกำลังหลับสนิท ข้าวต้มที่เธอทำมาจึงแทบจะเป็นหมัน ร่างกายของท่านแทบจะผอมแห้งจนติดกระดูก ศีรษะล้านโล้นจากการโดนสารเคมี เดิมใครๆ ต่างก็บอกว่ายายของเธอจะตายตั้งแต่เมื่อสี่ปีที่แล้ว เพราะยาพุ่งเป้าโดสหนึ่งราคาสูงลิ่ว คนจนอย่างพวกเธอทำงานพิเศษเป็นสิบแห่งก็คงไม่มีปัญญาซื้อ
ทว่าเหมือนโชคจะเข้าข้างเธอ วันนั้นกลางสามแยกไฟแดงเธอโดนชายหนุ่มรูปงาม ‘ฉุด’
แน่ล่ะ มันเหมือนเธอจะใจง่าย
เธอเองก็ยอมรับ เธอใจง่ายจริง
แต่เขาทั้งหล่อทั้งรวย อีกทั้งเธอเองก็ต้องการใช้เงินด้วย ทำไมเธอจะไม่ ‘สมยอม’ ทั้งกายทั้งใจให้เขาล่ะ และภาพตรงหน้าก็บ่งบอกว่าเธอคิดดู ถ้าไม่ได้คุณเกลี้ยงช่วยไว้คุณยายของเธอคงตายนานแล้ว
“คุณผู้หญิงคะ”
“คะ?” เธอหันไปมองนางพยาบาลพิเศษที่ชายหนุ่มจ้างมา
“คุณผู้หญิงสะดวกคุยไหมคะ พอดีคุณหมอมีเรื่องจะพูดด้วย”
“ได้ค่ะ” นวลเพ็ญรับคำ ก่อนจะเดินตามเจ้าหล่อนไปยังห้องนายแพทย์ประจำตัวคุณยาย ในห้องนั้นคุณหมอได้อธิบายผลการรักษาล่าสุดให้เธอฟัง
“คุณควรทำใจไว้บ้างนะครับ”
“ฮึก..ไม่มีทางช่วยแล้วเหรอคะ”
“ครับ เหมือนที่เราคุยกัน”
ศัพท์การแพทย์หลายอย่างถูกส่งมาไม่หยุด เธอรับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่ยื้อไว้ตลอดสี่ปีใกล้สิ้นสุดลงแล้ว เธอขอบคุณคุณหมอ ก่อนจะเดินเหม่อลอยออกมาตามทางเดิน
ความเศร้าเริ่มเกาะกินใจไปพร้อมกับความหวังว่าญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวจะอยู่กับเธอนานๆ เวลานี้นวลเพ็ญอยากคุยกับใครสักคน และคนแรกที่คิดถึงกลับเป็นผู้ชายที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี
ร่างกายไวกว่าความคิด เธอเผลอกดโทรออกหาเขาอย่างไม่ตั้งใจ เพียงไม่นานเขาก็รับสาย
“ฮึก..คุณเกลี้ยงคะ”
“อืม เธอโทรมามีอะไรหรือเปล่า” สรรพนามที่เปลี่ยนไปพร้อมกับน้ำเสียงที่ดูทางการ แสดงว่าเขาอาจจะอยู่กับผู้หลักผู้ใหญ่ หรือคนสำคัญ นวลเพ็ญรู้ตัวได้ทันทีว่ากำลังรบกวนเขาอยู่
“ฮึก ขอโทษนะคะ นวลโทรไปกวนคุณเกลี้ยงใช่ไหมคะ”
“เธอมีอะไรก็พูดมา” เขาตัดบทอย่างรำคาญเล็กน้อย
“คุณยายของนวลท่าน..คุณหมอบอกว่าท่าน..อาจจะไม่ไหวแล้วค่ะ” เสียงเล็กเจือเศร้าจนปลายสายสัมผัสได้
“อืม ค่อยคุยกันนะ ผมยุ่งอยู่”
“ค่ะ นวลขอโทษนะคะ ที่โทรมากวนคุณ” ไม่ทันที่เธอจะได้คุยต่อ เขาก็ตัดสายเธอทิ้งทันที
มือเล็กกุมโทรศัพท์ในมือแน่นเต็มไปด้วยความน้อยใจ..นั่นสิ ก็เธอเป็นแค่เมียเก็บมีสิทธิ์อะไรจะไปเรียกร้องเอาจากเขา
