บท
ตั้งค่า

บทที่7

เธอเดินมาจนถึงเกือบทางเข้าออกตึก ก่อนที่สายตาจะปะทะกับผู้ชายคนที่พึ่งโทรหา ตอนนี้เขากำลังก้มหน้ายิ้มอ่อนโยนรับคำพูดของหญิงสาวคนหนึ่ง เจ้าหล่อนสวมชุดสีขาวสะอาดสบายตา นวลเพ็ญจำได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนั้นคือคนที่ขอโทษแทนเพื่อนคราวที่อยู่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตวันก่อน ท่าทางสนิทสนมที่คนทั้งคู่มีให้กัน พาไขสันหลังเย็นเฉียบ

อารมณ์หึงหวงพุ่งขึ้นแทบจะระงับไม่อยู่ เธออยากกระโจนเข้าไปหาเขา แล้วถามว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?

แต่สติที่ยังพอมีอยู่สั่งห้ามว่าเธอไม่มีสิทธิ์

แม้แต่สิทธิ์ง่ายๆ แบบการ ‘แสดงตัวตน’

อาจจะเพราะเธอจ้องคนทั้งคู่นานไป ทั้งสองจึงหันมาจ้องกลับ ใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยิ้มอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นเฉยชาทันทีที่เห็นหน้าเด็กเลี้ยง สายตาของเขาคล้ายกับเตือนเธอทางอ้อมว่า ‘อย่าล้ำเส้น’

คนอายุน้อยกว่าก้มหน้ามองพื้นกลั้นน้ำตาแห่งความน้อยใจ ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแม้จะดูซีดเซียวมากก็ตาม

เธอฝืนส่งยิ้มมุมปากมีมารยาทเล็กๆ ให้กับผู้หญิงที่มากับเขา และแสร้งทำเป็นไม่เห็นผู้ชายตัวโตที่อยู่เคียงข้าง

การะเกดเองก็ยิ้มตอบอย่างมีมารยาท จนนวลเพ็ญเดินสวนออกไปอย่างคนไม่รู้จัก รณดิษจึงหันมาถามอดีตคนรักเสียงเครียด

“เกดรู้จักผู้หญิงคนนั้นเหรอ?”

“เปล่าคะ เกดไม่รู้จัก”

“แล้วทำไมเธอยิ้มให้เกดล่ะ” เขายังซักไซ้ต่อผิดวิสัย การะเกดเอียงคอมองก่อนจะยกยิ้มคิดเข้าข้างตัวเองว่าเพราะในอดีตที่เธอนอกใจเขา ส่วนหนึ่งก็มาจากที่เขาให้อิสระเธอทุกอย่าง มาครั้งนี้เขาคงจะระแวงแล้วอยากรู้ทุกสิ่งรอบๆ ตัวเธอละมั้ง

การะเกดคิดอย่างทะนงตน พร้อมกับส่งยิ้ม และเอื้อมคล้องแขนเขาอย่างเป็นธรรมชาติ

“คงยิ้มตามสโลแกนสยามเมืองยิ้มมั้งละค่ะ” การะเกดพูดขำๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นอย่างไม่ใส่ใจ

“เกดขอบคุณเกลี้ยงมากนะ ถ้าเมื่อคืนไม่ได้เกลี้ยงช่วยพาคุณแม่มาโรงพยาบาล เกดคงไม่รู้จะทำยังไงดี” ไม่พอตอนสายของวันเธอโทรร้องขอให้เขามาเยี่ยมที่โรงพยาบาลอดีตคนแรกก็ไม่ปฏิเสธ

“งั้นเดี๋ยวเที่ยงนี้ เกลี้ยงอนุญาตให้เกดเลี้ยงข้าวเกลี้ยงสักมื้อได้ไหมคะ?” ประโยคออดอ้อนของเธอ เกือบทำให้รณดิษใจอ่อนรับคำอย่างเคยชิน ทว่าใบหน้าไร้สีเลือดของเมียเก็บกลับลอยวาบขึ้นมา

นวลจะโกรธเขาไหม?

คำถามที่ไม่เคยคิดว่าจะมีผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่คาดคิด พาให้เกิดความว้าวุ่นในใจอย่างห้ามไม่อยู่

ชายหนุ่มตัดสินใจดึงแขนของอดีตรักแรกออกอย่างละมุมละม่อม ก่อนที่จะเอ่ยปากปฏิเสธ

“ไว้วันหลังได้ไหมเกด พอดีวันนี้ช่วงบ่ายเรามีธุระ”

หญิงสาวฝืนยิ้มรับด้วยสีหน้าเซ็งเล็กน้อย ด้วยในอดีตรณดิษแทบไม่เคยปฏิเสธคำขอของเธอแม้แต่ครั้งเดียว

หลังจากแยกตัวกับอดีตรักแรกชายหนุ่มเลือกจะควบรถหรูกลับเพ้นท์เฮ้าส์กลางเมือง

ก็ไม่ได้แคร์อะไรเธอเท่าไรหรอกนะ ก็แค่ไม่ชอบสีหน้าที่ทำเหมือนว่าเราไม่รู้จัก..

คนตัวโตคิดอย่างขัดใจ ทั้งที่ควรจะดีใจที่เธอไม่ ‘ล้ำเส้น’ ยึดมั่นในกฎที่ตั้งไว้ตั้งแต่วันแรกที่เรารู้จักกัน

‘ถ้านวลจะมาเป็นเด็กของฉัน เงื่อนไขนั้นง่ายมาก’

‘เงื่อนไข..ยังไงเหรอคะ?’ หญิงสาววัยกำดัดถามเสียงซื่อ

‘นวลรู้ไหม ฉันคือใคร?’ เขาถามกลับอย่างระมัดระวัง เธอส่ายหน้าตามประสาคนไม่ตามข่าวการเมือง รณดิษจำต้องอธิบายฐานะคร่าวๆ ให้เจ้าหล่อนฟัง

‘ดังนั้นถ้าเธอจะมาเป็นเด็กฉัน เรื่องของเราต้องเป็นความลับ เธอเข้าใจไหม?’

‘ค่ะ นวลเข้าใจ’

‘อืม ฉันรู้นวลน่าจะเป็นผู้หญิงรู้ความ เธอคงรู้อะไรที่เธอมีสิทธิ์และอะไรที่เธอไม่มีสิทธิ์’

‘ค่ะ นวลรู้’ เธอตอบรับคำตามประสาคนว่าง่าย

ความสัมพันธ์ของเขากับเด็กเลี้ยงจึงยืดยาวจนเข้าปีที่สี่ เขาเลี้ยงดูส่งเสียให้เธอและน้องได้มีการศึกษา เขาเลือกโรงพยาบาล รวมถึงหมอที่ดีที่สุดเพื่อญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของเธอ

สิ่งที่เขาต้องการจากเธอมีเพียงเรื่องเล็กๆ แค่เรื่องบนเตียง พร้อมกับคาดหวังให้เธอ ‘รู้อยู่’

และใช่ นวลเพ็ญไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง

แล้วทำไมเขายังรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเห็นเธอทำเหมือนเราไม่รู้จักกัน?

รณดิษเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ดังนั้นรถจึงถูกจอดด้านล่างอยู่นาน ชายหนุ่มเกลียดความสับสนคลุมเครือเป็นที่สุด

ขณะที่ลังเลว่าควรจะกลับไปเจอหน้าเธอดีไหม เหตุผลที่ถูกฝึกปรือมาช้านานกลับมีผลมากกว่าอารมณ์

ดวงตาคมเฉียงขึ้นมืดลงชั่วครู่ ก่อนรถจะหันหัวพุ่งกลับไปที่คฤหาสน์อมรพิทักษ์รมย์แทน

ในห้องเพนท์เฮ้าส์สุดหรู

นวลเพ็ญนั่งหมดแรงอยู่บนโซฟา จากเดิมที่ตั้งใจจะทำความสะอาดบ้านและนำผ้าไปส่งซักเริ่มหมดไป กลับมีเพียงอารมณ์หดหู่ที่ยังหลงเหลืออยู่

เธอจ้องมองโทรศัพท์คาดหวังลึกๆ ว่าเขาจะโทรหา..

ไม่ต้องอธิบายเรื่องผู้หญิงคนนั้นก็ได้ แต่ช่วยโทรหาเธอสักนิดได้ไหม?

ทว่านั่งเหม่อรออยู่ร่วมชั่วโมงก็ไร้สายเข้า แม้แต่ข้อความสั้นๆ ยังไม่ส่งมา

ไม่คาดหวังยังผิดหวังมันเป็นอย่างนี้นี่เอง..

น้ำใสๆ หยดร่วงจากหางตาอย่างไม่อาจห้าม ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอร้องไห้กับเสี่ยเลี้ยงและได้รู้ลึกๆ ว่าเธอกำลังหลอกตัวเองอยู่

ที่คิดว่าจะทนเป็นคนไร้ตัวตนในสายตาทุกคนได้ แต่เมื่อมีผู้หญิงอีกคนเดินเข้ามา เธอถึงได้รู้ว่า ‘คิดผิด’ เธออยากให้โลกรับรู้ว่าเขาเป็นของเธอ

‘ที่เคยคาดหวัง’ ว่าเขาดีด้วย เพราะเขาเองก็อาจจะรักเธอเหมือนที่เธอรักเขา แต่แท้จริงแล้วความสำคัญของเธอสู้ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้แม้แต่นิด

หยาดน้ำตาถูกพ่นออกมาพร้อมกับลมหายใจร้อนๆ แน่นกลางอก

นวลเพ็ญนั่งร้องไห้อยู่สักพัก ก่อนจะปลอบตัวเองว่าให้เลิกคาดหวังในสิ่งที่ไม่เป็นจริง

ส่วนแผนการท่องเที่ยวหลังเรียนจบที่เคยถูกโน้มนำถูกพับลงทันทีที่เห็นภาพเขากับผู้หญิงคนอื่น

ใกล้ ‘หมดเวลาเมียเก็บตก’ อย่างเธอแล้ว

สิ่งที่เธอต้องทำคือการหางานทำ เก็บเงินให้ได้เยอะๆ เธอต้องอยู่ให้ได้แม้ในโลกอนาคตจะไม่มีเขาคอยตระกองกอดข้างๆ ก็ตาม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel