บท
ตั้งค่า

บทที่2

หลังจากเรียนจบคณะอักษรศาสตร์นวลเพ็ญมีความตั้งใจจะทำงานให้เสี่ยเลี้ยงของเธออย่างเต็มที่ แม้แต่คณะที่เรียนก็เป็นคณะที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นคณะที่จะกลับมาช่วยเขาได้

‘นวลพึ่งเรียนจบอย่าพึ่งรีบทำงานเลย’ เขาเคยพูดยิ้มๆ ขัดความตั้งใจ

‘ทำไมละคะ หรือคุณเกลี้ยงไม่อยากให้นวลทำงานด้วย’

‘เปล่าครับ คุณแค่อยากให้นวลพักสักปี นวลอยากไปเที่ยวไหนเป็นพิเศษไหมครับ เดี๋ยวคุณพาไป’

‘เอ่อ พักปีหนึ่งเลยเหรอคะ?’ เธอย้อนถามเขาอย่างเกรงใจ ด้วยเงินรายเดือนที่เขาโอนให้ตลอดหลายปีก็มากโขจนเธอเกรงใจ ไหนจะเงินพิเศษค่ารักษาพยาบาลคุณยายที่เป็นโรคมะเร็งต้องใช้ยาชี้เป้าซึ่งต้องจ่ายเอง ไหนจะเงินส่งน้องคนละพ่อทั้งสองให้ได้เรียนมหา’ ลัยดีๆ อีก

‘ใช่ครับ สมัยคุณเรียนจบใหม่ๆ ก็เที่ยวฉ่ำเหมือนกัน’

‘จริงเหรอคะ’

‘จริงสิคะ’ เขายืนยันเสียงอ่อนหวาน ดวงตาคมกริบที่เรียบนิ่งเสมอพราวระยับก่อนที่อยู่ๆ จะหม่นลงโดยไม่ทันรู้ตัว

‘คุณหนีเที่ยวตั้งสามปีแหนะ จนคุณแม่ท่านต้องตามกลับเมืองไทย’

‘หูย คุณเกลี้ยงก็เคยดื้อด้วยเหรอเนี่ย’ เธออุทาน ด้วยรู้ว่า ‘คุณหญิงแม่’ ที่คุณเกลี้ยงพูดถึงนั้นขึ้นชื่อว่าเจ้าระเบียบ และดุแค่ไหน

‘ก็มีบ้าง เดี๋ยวค่าเที่ยวคุณให้นวลเป็นพิเศษดีไหม?’

‘ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่ทุกวันนี้คุณเกลี้ยงจ่ายรายเดือนให้นวลทุกเดือนนวลก็เกรงใจมากแล้ว’ เธอแย้งเกรงใจ

‘นิดหน่อยเอง แค่นี้ขนหน้าแข้งคุณไม่ร่วงหรอก เพียงแต่คุณขอเรื่องหนึ่งได้ไหมคะ?’

‘คะ? คุณเกลี้ยงจะขออะไรนวลคะ?’

‘ก็..ถ้านวลจะเที่ยวขอให้เที่ยวแถวๆ นี้ ถ้าจะไปไกลๆ รอคุณได้ไหมคะ?’

‘…’

‘คุณกลัวว่าจะทนคิดถึงนวลไม่ไหว’ เขากอดเอวเธอพร้อมอ้อน

ก็เป็นซะแบบนี้ เธอจะหนีไปไหนได้ล่ะ? นอกจากจะตอบว่า

‘ค่ะ’

หลังจากนั้นเงินรายเดือนของเธอก็เพิ่มขึ้นสองเท่าตามสัญญา เพียงแต่ระยะเวลาใกล้ครบหนึ่งปี เขากลับเสนอที่ทำงานใหม่ที่อยู่คนละสายงานให้ เธอผิดหวังเล็กน้อย แต่คำปลอบใจของเขาเธอเองก็เข้าใจ

‘คุณหวังว่านวลจะเข้าใจ ภาพลักษณ์ในสายงานที่คุณทำนั้นสำคัญมาก คุณไม่อยากให้คนอื่นว่าได้’

‘นวลขอเป็นผู้ช่วยคุณนิกไม่ได้เหรอคะ? นวลยินดีไม่เอาเงินเดือน’ เธอยอมทุกอย่างขอให้ได้ใกล้เขา แต่สิ่งที่นวลเพ็ญได้รับคือคำปฏิเสธ

‘อย่าเลยนะครับ คุณขอ’

นวลเพ็ญคิดอย่างผิดหวังเล็กน้อย แต่เอาเถอะอย่างน้อยปัจจุบันเธอก็ยังมีโอกาสได้ยืนเคียงข้างเขา ส่วนเรื่องงานเธอจะลองไปทำตำแหน่งตามบริษัทที่เขาขอ

รถญี่ปุ่นคันเล็กเลี้ยวออกจากคอนโดหรูใจกลางเมือง แล่นไปตามทางจนถึงชุมชนเมืองที่ห่างออกไปอยู่สองซอย เธอจอดรถเสร็จจึงขยับจะเข้าไปดึงรถเข็น ทว่ากลับมีผู้หญิงอีกคนที่แทรกคิวแย่งไปดื้อๆ

“นี่คุณคะ”

“มีอะไร?” น้ำเสียงเย่อหยิ่งของคนตรงหน้า พาให้นวลเพ็ญชะงักไปชั่วครู่

แน่ล่ะ คอมมูนิตี้แถวนี้ล้วนแต่ราคาแพงระยับค่าห้องหนึ่งห้องเท่ากับเงินทั้งชีวิตของคนชนชั้นกลางจะหาได้

ยิ่งห้องเพนท์เฮ้าส์สองชั้นของคุณเกลี้ยงยิ่งเป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่มีปัญญาแม้แต่คิดจะครอบครอง หญิงสาวจึงสำเหนียกดีว่าชนชั้นทางสังคมนั้นมีอยู่จริงและรุนแรงมากด้วย เธอฝืนส่งยิ้ม

ขณะกำลังลังเลว่าจะเอ่ยเตือนความมีมารยาทของผู้หญิงตรงหน้าดีไหม เสียงหวานมีเสน่ห์จากคนด้านหลังก็เรียกความสนใจจากเธอได้ก่อน

“มีอะไรหรือเปล่ามิ้น”

“ไม่มีอะไรหรอกเกด” คนชื่อมิ้นบอกปัดเสียงขุ่น ก่อนจะส่งสายตาไม่เป็นมิตรมาให้เธอ

นวลเพ็ญลอบถอนหายใจ พลางส่ายหน้ากับมารยาทต่ำทรามที่ขัดกับเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ฝ่ายนั้นใส่ลิบลับ

“เพื่อนฉันแย่งรถเข็นคุณหรือเปล่าคะ ฉันขอโทษแทนนะคะ” เพื่อนที่ดูผู้ดีทุกระเบียบนิ้วรีบเอ่ย เพราะเธอก็เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ เรื่องเล็กน้อย” คนตัวเล็กกว่ารีบตอบกลับอย่างเป็นมิตร พลางจ้องผู้หญิงตรงหน้าด้วยความทึ่ง

บนโลกนี้มีคนสวยขนาดนี้ได้ยังไง

ใบหน้ารูปไข่ ริมฝีปากเล็กรูปกระจับแดงฉ่ำราวกับผลเชอร์รี่ตัดกับผิวขาวสว่างวาบ ดวงตาสองชั้นหลบในรับกับจมูกขึ้นสันเข้ากับรูปหน้า เจ้าหล่อนทัดผมไปด้านหลังใบหูเผยตุ้มหูเพชรสีชมพูเม็ดเล็กๆ ชวนน่ามอง ยิ่งชุดกระโปรงสีขาวพลิ้วยิ่งส่งเสริมให้คนตรงหน้าราวกับนางฟ้าหลุดออกมา

สวยจนเธอเองรู้สึกตัวเล็กตัวน้อยลงโดยไม่รู้ตัว

“เกดเธอจะไปขอโทษทำไม เรื่องแค่นี้เอง” มิ้นพูดขัดใจ ก่อนจะพยักพเยิด ลากรถเข็นเข้าไปในซูเปอร์มอลล์หรู โดยมีหญิงสาวเดินตามไปด้วยสีหน้าเอือมระอา

“คนสวยน่าจะคบกับเพื่อนๆ ดี ไม่น่าเลย” นวลเพ็ญบ่นอุบในใจ

โดยคิดไม่ถึงว่าคนที่คบกันได้ย่อมมีนิสัยไม่ต่างกัน...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel