บทที่ 3
นวลเพ็ญใช้เวลาแทบทั้งบ่ายตั้งหน้าตั้งตาอยู่หน้าเตาเพื่อทำเมนูบำรุงสุขภาพให้เขา
ด้วยรณดิษนับว่าเป็นผู้ชายที่กินยากพอสมควร เขาไม่ชอบอาหารรสจืด ทว่ากระเพาะกลับไม่สามารถรับรสจัดได้
เธอจึงเรียนรู้การทำอาหารที่มีประโยชน์ต่อโรคกระเพาะที่เขาเป็น และที่สำคัญต้องอร่อยถูกปากเขาด้วย
คนตัวเล็กจัดแจงกับปลากะพงตรงหน้าเพื่อทำปลานึ่งซีอิ๊ว และยังมีเมนูง่ายๆ อีกหลายเมนู ก่อนที่จะเปิดตู้เย็นเพื่อดูกรีกโยเกิร์ต เมื่อเห็นเซตตัวดีพร้อมสำหรับเป็นของว่างคืนนี้ก็พอใจ
หลังจากทำอาหารทุกอย่างเรียบร้อย เธอเหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลที่แขวนอยู่บนผนัง ยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงสำหรับการแช่น้ำอุ่นให้ตัวหอมๆ
นวลเพ็ญเดินนวยนาดไปยังหน้าตู้ไม้แกะสลัก ก่อนจะไล่สายตาเลือกดอกไม้อบแห้ง และเลือกบาธบอมบ์กลิ่นที่เขาชอบ
น้ำอุ่นๆ ผสมกลิ่นหอมๆ คลายเมื่อยล้าจากการโดนเขาจัดหนักทั้งคืนลามมันยังเช้า สัมผัสแผ่วเบาคล้ายกับการถูกปลอบประโลมพาให้หญิงสาวเผลอหลับคาอ่างกุชชี่ มารู้ตัวก็ตอนน้ำที่เคยอุ่นเริ่มเย็นจนหนาวสั่น
เธอตกใจรีบผุดขึ้นยืน โชคดีที่คุณเกลี้ยงยังไม่กลับ เพราะถ้าเขารู้ว่าเธอเผลอหลับในห้องน้ำเป็นต้องโดนดุแน่ หญิงสาวแลบลิ้นกับตนเอง ก่อนจะกุลีกุจอรีบคว้าชุดสีแดงเพลิงสุดเซ็กซี่ชวนเอา
อาหารที่ทำเตรียมไว้ถูกนำไปอุ่นซ้ำอีกรอบ เสียงเพลงคลาสสิคที่เขาชอบถูกบรรเลงแผ่วเบา ม่านผืนหนักถูกรูดออกเผยให้เห็นกระจกบานใหญ่ แสงไฟจากอาคารถูกเปิดวิบวับคล้ายกับดวงดาวพอมารวมกัน บรรยากาศจึงทั้งอบอุ่นและโรแมนติก
ในวันแรกที่นวลเพ็ญถูกพามาอยู่ที่นี่ในฐานะเมียเก็บ นอกจากนิกสกล ตัวเธอเองก็แทบไม่เชื่อหูเช่นกัน
แน่ล่ะ ผู้ชายระดับ SSS ย่อมมีดาราไฮโซเกี่ยวพัน สิทธิ์ที่ว่าไม่น่าหลุดถึงเธอด้วยซ้ำ แถมตอนหลังเธอยังรู้มาว่าเพนท์เฮ้าสองชั้นมูลค่าเก้าหลักนั้นเป็นหลุมหลบภัยของท่านรณดิษ
เธอแทบจะเป็นผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่ได้มาอยู่ที่นี่
ความรู้สึกภูมิใจและอิ่มเอิบ ส่งผลให้เธอตั้งหน้าตั้งตาทำ 'บ้าน' ให้อบอุ่นที่สุด มันไม่ใช่แค่สถานที่ปลอดภัยสำหรับเขา แต่เป็นรังเล็กๆ สำหรับเธอด้วย
แม้จะอยู่ในสถานะ 'เมียเก็บ' เธอกลับไม่เสียใจเลยแม้แต่นิด
แม้เขาจะไม่เคยเปิดตัวเธอกับใครเขา เธอก็ไม่เสียดาย
เธอยินดีและพอใจที่จะได้อยู่ในที่แห่งนี้
ที่..ที่ราวกับความฝัน
ที่..ที่มีเขาคอยมอบความรัก เอาอกเอาใจทุกอย่าง
เธอไม่เห็นความจำเป็นต้องการประกาศให้โลกรู้ หรือแม้แต่ไปทวงถามเพื่อให้คุณหญิงแม่ของเขาได้รับรู้ถึง ‘ตัวตน’ เพราะเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว
นวลเพ็ญเท้าคางมองไปยังวิวสวยๆ ด้านล่าง แม้จะเป็นวิวเดิมๆ ทว่าก็น่าแปลกที่มองยังไงก็ไม่เบื่อ เธอนั่งรอเขาอย่างอดทนจนกับข้าวบนโต๊ะเริ่มเย็นรณดิษก็ยังไม่มา
เธอพ่นลมหายใจออกเล็กน้อย ก่อนจะนำทุกอย่างไปอุ่นซ้ำอีกรอบ
น่าแปลกทำไมเขาไม่โทรมานะ?
คุณเกลี้ยงแทบไม่เคยปล่อยให้เธอรอเลยสักครั้ง
ตึ้ง ตึ้ง
เสียงจากมือถือพาให้หญิงสาวรีบถลาวิ่งเข้าไปดู
คุณเกลี้ยง : คืนนี้นวลกินข้าวไปเลยนะ ไม่ต้องรอคุณ
นวลของคุณเกลี้ยง : คุณเกลี้ยงติดงานเหรอคะ
คุณเกลี้ยง : ครับ
เขาส่งข้อความกลับอย่างรวดเร็ว และหลังจากก็เงียบไป พาให้นวลเพ็ญผิดหวังเล็กน้อย
เธอทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้อย่างเซ็งๆ ดวงตากลมยังจ้องมือถือเขม่นรอเขาส่งข้อความมาอธิบายเพิ่ม แต่ก็เงียบ
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาติดงาน แทนที่จะโทรบอกเขากลับเลือกที่จะส่งข้อความ และเป็นครั้งแรกที่เขาผิดสัญญา
นวลเพ็ญพยายามกดความผิดหวังทั้งหมดไว้ในใจ
อีกฟากหนึ่ง
บน rooftop อาคารที่สูงที่สุดในประเทศ
รณดิษนั่งมองแก้วไวน์ในมืออย่างอ่านอารมณ์ไม่ออก เบื้องหน้าเป็นวิวเมืองที่สวยที่สุดและดีที่สุดที่เมืองนี้มี
นวลน่าจะชอบ
เธอมักจะชอบและพอใจอะไรง่ายๆ แต่น่าเสียดาย ‘สถานะ’ ของเธอ และ ‘ตำแหน่ง’ หน้าที่ที่เขารับผิดชอบไม่สามารถพาเธอมาที่นี่ได้
“เกลี้ยงคะ” เสียงหวานของคู่เดตส่งผลให้ท่านรัฐมนตรีที่อายุน้อยชะงักการแกว่งแก้วในมือ เขาจ้องไปยังใบหน้าสวยที่ถูกตกแต่งอย่างประณีต ลมกลางคืนพัดปอยผมสลวยไปด้านหลังยิ่งขลับให้การะเกดงดงามราวกับนางฟ้าจำแลง
“ครับ” เขาขานรับ
“ขอบคุณนะคะที่วันนี้เกลี้ยงมาเป็นเพื่อนเกด”
รณดิษไม่พูดอะไร เพียงแต่ส่งยิ้มอ่อนๆ ไปให้ อาจเพราะแสงไฟรอบๆ น้อยเกินกว่าที่จะเป็น อดีตคนรักจึงไม่ทันสังเกตว่ารอยยิ้มนั้นไม่ถึงดวงตาคม
“เราไม่เจอกันนานเลยนะคะ”
“….”
“สี่ปีได้แล้วไหมคะเกลี้ยง” การะเกดยังคงฝืนคุย
เธอไม่เชื่อหรอกความรักกว่าสิบห้าปีที่เขาเคยมีให้จะหายไปดื้อๆ
“อืม สี่ปีแล้วล่ะ” เท่ากับระยะเวลาที่เขาเก็บนวลได้จากข้างถนน
“แล้ว..เกลี้ยงสบายดีไหมคะ?”
“ก็ดีนะ ว่าแต่เกดเข้าเรื่องเถอะ วันนี้นัดเรามาทำไม?” รณดิษถามเสียงนุ่มราวกับไม่เคยโดนหักหลังมาก่อน พาให้การะเกดใจชื้นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเศร้าสร้อย
“เกด..อยากมาขอโทษเกลี้ยงเรื่องเมื่อสี่ปีที่แล้ว” พูดพร้อมกับเนียนเอื้อมมือไปกุมมือเขา
