บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 [2/3]

เอแคลร์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะผ่อนออกมา เธอพยายามข่มความกลัวภายในใจ แล้วย่างกายเข้าไปในถ้ำของราชสีห์ และในวินาทีนั้นเอง เธอก็เข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงพูดถึงซ่งเฮ่อเทียนด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างจากการกล่าวถึงสัตว์ร้าย

ภายในห้องทำงานชั้นบนสุด กว้างขวางกว่าที่เอแคลร์คาดคิด ผนังกระจกสูงจากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นทิวทัศน์ของย่านกลางเมือง และตึกสูงตระหง่านรอบ ๆ ที่ทอดยาวออกไปสุดสายตา แม้ว่าแสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกเข้ามา แต่กลับไม่อาจทำให้บรรยากาศภายในห้องอบอุ่นขึ้นแม้แต่น้อย

ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ โต๊ะไม้สีเข้มตั้งอยู่กลางห้อง ด้านหลังเป็นตู้หนังสือขนาดใหญ่และชั้นวางของตกแต่งราคาแพง ส่วนมุมหนึ่งมีตู้เก็บไวน์หลากหลายสัญชาติที่จัดเรียงขวดไว้อย่างประณีต

ไม่มีรูปครอบครัว ไม่มีของใช้ส่วนตัวที่แสดงถึงความผูกพันกับใคร ห้องนี้ให้ความรู้สึกเหมือนพื้นที่ของคนที่ไม่เคยคิดจะเปิดโอกาสให้ผู้อื่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต

และเจ้าของห้องก็นั่งอยู่หลังโต๊ะตัวนั้น

ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปีสวมสูทสีดำขลับตัดเย็บพอดีตัว เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา และเนกไทสีเข้ม ทุกอย่างบนร่างกายของเขาเรียบหรูโดยไม่จำเป็นต้องอวดความร่ำรวย ใบหน้าคมคายหล่อเหลาหากแต่แฝงไปด้วยความอันตราย สันจมูกโด่งรับกับแนวกรามชัดเจน ริมฝีปากได้รูปที่ดูเย็นชาอยู่ตลอดเวลา

แต่สิ่งที่ดึงสายตาของเอแคลร์ไว้ กลับเป็นแผลเป็นที่พาดผ่านดวงตาซ้าย ดวงตาข้างนั้นปิดสนิท ไม่ตอบสนองต่อแสงหรือการเคลื่อนไหว รอยแผลเป็นลากผ่านเปลือกตาลงมาอย่างชัดเจน ราวกับร่างกายของเขาเคยผ่านเหตุการณ์ที่รุนแรงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

ทว่าเจ้าตัวกลับนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างสงบนิ่ง ไม่มีความอับอาย ไม่มีความพยายามปกปิด และไม่มีแม้แต่ความรู้สึกว่าตัวเองจำเป็นต้องอธิบายให้ใครฟัง

ดวงตาข้างขวาที่เหลืออยู่กำลังอ่านเอกสารในมืออย่างไม่ใส่ใจ เขาไม่เงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยซ้ำ

“นั่ง” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น

เอแคลร์สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนเดินไปนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม หญิงสาววางกระเป๋าไว้บนตัก พลางประสานมือเข้าด้วยกันแน่นเพื่อซ่อนอาการสั่นของปลายนิ้ว ซ่งเฮ่อเทียนยังคงพลิกเอกสารไปอีกหน้า จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายวินาทีโดยที่เขาไม่พูดอะไร

ความเงียบภายในห้องทำให้เอแคลร์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกทดสอบ เขาอาจกำลังตั้งใจปล่อยให้เธอร้อนใจ หรือบางทีเธออาจไม่มีค่าพอให้เขาเสียเวลามองตั้งแต่แรก

จนในที่สุดชายหนุ่มก็วางเอกสารลง ดวงตาข้างขวาของเขาเลื่อนขึ้นมาหยุดอยู่บนใบหน้าของเธอ

“พ่อมึงติดหนี้กูยี่สิบล้าน”

ไม่มีคำทักทาย ไม่มีการแนะนำตัว ไม่มีแม้แต่คำถามว่าเธอเดินทางมาลำบากหรือไม่ เขาเปิดบทสนทนาด้วยตัวเลขยี่สิบล้านทันที

“ฉันทราบค่ะ” เอแคลร์กำมือแน่นอยู่บนกระเป๋า

“ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลาพูดซ้ำ” เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะสองครั้งอย่างเชื่องช้า “แล้วมึงคิดจะทำยังไงกับหนี้ก้อนนี้”

“ฉันอยากทราบรายละเอียดก่อนค่ะ ว่าหนี้เกิดจากอะไร แล้วมีเอกสารอะไรที่ยืนยันว่าพ่อฉันเป็นหนี้คุณจริง ๆ บ้าง”

หลังสิ้นเสียงของเพียงฟ้า ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องอีกครั้ง เฉินที่ยืนอยู่ด้านข้างเหลือบมองหญิงสาวเพียงเล็กน้อย น้อยคนนักที่จะกล้าถามคำถามแบบนี้ต่อหน้าเจ้านายของเขา โดยเฉพาะคนที่ถูกเรียกมาพบในฐานะลูกหนี้

ซ่งเฮ่อเทียนเองก็หยุดเคาะนิ้วไปชั่วขณะ เขามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณาเป็นครั้งแรก หญิงสาวตัวเล็กในชุดเครื่องแบบไม่หวือหวา ใบหน้ายังมีร่องรอยความอ่อนเยาว์ แต่แววตากลับพยายามซ่อนความหวาดกลัวเอาไว้

เธอกลัวเขา

เขามองออกตั้งแต่ก้าวแรกที่เธอเดินเข้ามา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังกล้าถาม โดยไม่กลัวว่าหัวของตัวเองจะหลุดออกจากบ่า หากเขากระดิกเพียงปลายนิ้ว

“มึงคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์มาตรวจสอบบัญชีกูหรือไง”

น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังขึ้นเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับทำให้ปลายนิ้วของเอแคลร์เย็นเฉียบ เธอกลืนน้ำลาย ก่อนตอบอย่างระมัดระวัง
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel