บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 [3/3]

“ค่ะ แต่พ่อไม่อยู่ มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”

เมื่อได้ยินชื่อพ่อ เอแคลร์ก็รีบพยักหน้า ชายคนนั้นหัวเราะในลำคอทันที

“ไม่อยู่?”

เขาเหลือบมองสภาพบ้านอีกครั้ง ก่อนหันกลับมามองเธอด้วยแววตาเย็นชา

“หนีไปแล้วสินะ”

“หมายความว่ายังไงคะ...” เอแคลร์รู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ

“พ่อมึงกู้เงินไปยี่สิบล้าน แล้วตอนนี้ก็หายหัวไปพร้อมเมียกับลูกสาวคนเล็ก เหลือแต่มึงไว้รับเคราะห์แทน”

“ยี่สิบล้าน?” เธอเบิกตากว้าง เสียงของเธอสั่นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง

“ใช่!”

“เป็นไปไม่ได้ค่ะ พ่อหนูไม่เคยบอกอะไรเรื่องนี้เลย”

“มึงจะรู้หรือไม่รู้ก็เรื่องของมึง แต่หนี้มันมีอยู่จริง”

ชายอีกคนเดินเข้ามาใกล้ ก่อนวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะอาหารที่เหลืออยู่เพียงตัวเดียว

“เจ้าหนี้เดิมของพ่อมึงขายสิทธิ์เรียกร้องหนี้ให้คนใหม่แล้ว ตอนนี้คนที่มีสิทธิ์ทวงเงินก้อนนี้คือประธานซ่ง”

เอแคลร์ชะงัก ชื่อที่ไม่คุ้นหูทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

“ประธาน…ซ่ง?”

“ซ่ง เฮ่อเทียน”

ชายคนนั้นเอ่ยชื่อเต็มด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ราวกับแม้แต่การพูดถึงชายผู้นี้ก็จำเป็นต้องระมัดระวัง

“มึงคงไม่รู้จักสินะ”

เอแคลร์ส่ายหน้าอย่างช้า ๆ เธอเป็นเพียงนักศึกษาปีหนึ่ง ชีวิตประจำวันวนเวียนอยู่ระหว่างบ้านกับมหาวิทยาลัย ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับโลกธุรกิจของผู้มีอิทธิพล

และไม่เคยคิดว่าชื่อของใครสักคนจะทำให้ผู้ชายร่างใหญ่เหล่านี้มีสีหน้าเคร่งเครียดได้ถึงเพียงนี้

“ก็ดี” ชายคนนั้นกล่าว “จะได้รู้เอาไว้ว่าอย่าเล่นตุกติกกับคนที่ไม่ควรยุ่งด้วย”

“แต่หนูไม่ได้เป็นคนกู้เงินนะคะ” เอแคลร์พยายามอธิบาย “หนูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อมีหนี้เท่าไร ถ้าพวกคุณต้องการพบพ่อ หนูจะลองติดต่อให้ แต่ตอนนี้หนูไม่รู้จริง ๆ ว่าพ่ออยู่ที่ไหน”

“ติดต่อ? ถ้าติดต่อได้ พวกกูคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้หรอก” ชายคนนั้นยิ้มเยาะ

เอแคลร์เม้มริมฝีปากแน่น เธออยากบอกว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้อง อยากบอกให้พวกเขาออกไป และอยากตะโกนถามว่าทำไมคนที่ก่อเรื่องถึงได้หนีไปอย่างสบายใจ ขณะที่คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยกลับต้องรับผลของการกระทำทั้งหมด

แต่เมื่อเห็นสายตาของชายทั้งสาม เธอก็รู้ว่าการโต้เถียงในตอนนี้คงไม่ช่วยอะไร

“แล้ว…พวกคุณต้องการอะไรจากหนูคะ”

ชายคนที่ยืนอยู่หน้าสุดหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนหมุนมันเล่นระหว่างนิ้ว

“พรุ่งนี้ไปพบประธานซ่ง”

“พรุ่งนี้เหรอคะ?”

“ใช่”

“แต่หนูมีเรียน…”

“แล้วไง?”

คำถามสั้น ๆ ทำให้เอแคลร์เงียบลง ชายคนนั้นก้าวเข้ามาอีกครึ่งก้าว จนเธอต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะ

“กูไม่ได้มาขอร้องมึงนะเด็กน้อย เจ้าสัวให้เวลามึงมาพบพรุ่งนี้ ถ้าไม่ไป ก็อย่าหาว่าพวกกูไม่เตือน”

“แต่หนูไม่รู้จะคุยอะไรกับเขา…”

“เรื่องหนี้ของพ่อมึงไง” เขาตอบราวกับเป็นเรื่องง่ายดาย “ยี่สิบล้านไม่ใช่เงินยี่สิบบาท ต่อให้มึงร้องไห้จนตาย หนี้ก็ไม่ได้หายไปเอง”

เอแคลร์รู้สึกเหมือนถูกใครบางคนบีบคอ เธอไม่เคยเห็นเงินยี่สิบล้านด้วยซ้ำ ไม่เคยมีเงินเก็บมากพอจะซื้อสิ่งของราคาแพง และไม่เคยคิดว่าชีวิตของตัวเองจะถูกโยนเข้าไปพัวพันกับหนี้สินจำนวนมหาศาลเช่นนี้

“หนูไม่มีเงินขนาดนั้นหรอกค่ะ…”

“งั้นก็ไปคุยกับประธานซ่งด้วยตัวเอง”

ชายคนนั้นหยิบนามบัตรสีดำออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ แผ่นกระดาษสีดำด้านตัดกับตัวอักษรสีทองที่พิมพ์ไว้อย่างเรียบหรู

ซ่ง เฮ่อเทียน

ใต้ชื่อมีหมายเลขโทรศัพท์และชื่อบริษัทที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน เอแคลร์จ้องนามบัตรใบนั้นราวกับมันเป็นวัตถุอันตราย

“จำเอาไว้ พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า ไปพบเจ้าสัวซ่งตามที่อยู่ในนามบัตร”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้เลวร้ายกว่านี้ พรุ่งนี้ไปพบประธานซ่งด้วยตัวเอง”

เมื่อพูดจบ ชายทั้งสามก็หันหลังเดินออกจากบ้านไป ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่ค่อย ๆ ห่างออกไปตามทางเดินหน้าบ้าน

ประตูยังคงเปิดค้าง สาวลมยามค่ำพัดเข้ามาภายในห้อง กระดาษจดหมายของแม่ที่วางอยู่บนโต๊ะปลิวไหวเล็กน้อย

เอแคลร์ยืนนิ่งอยู่นาน ก่อนค่อย ๆ เดินกลับไปปิดประตู เธอล็อกกลอนด้วยมือสั่นเทา แล้วพิงแผ่นหลังเข้ากับบานประตูอย่างหมดแรง

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เธอยังเป็นเพียงนักศึกษาคนหนึ่งที่กำลังคิดว่าจะกลับบ้านไปกินอะไรดี

แต่ตอนนี้ ครอบครัวของเธอหายไปจากชีวิต บ้านที่เคยอาศัยอยู่กำลังจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ และหนี้สินจำนวนยี่สิบล้านบาทกำลังรอให้เธอเผชิญหน้ากับมัน

เอแคลร์เดินกลับไปยังโต๊ะอาหารอย่างเชื่องช้า สายตาหยุดอยู่ที่นามบัตรสีดำ

เธอยื่นมือไปหยิบมันขึ้นมา พลิกดูด้านหลัง ก่อนกลับมามองชื่อที่พิมพ์ด้วยตัวอักษรสีทองอีกครั้ง

ซ่ง เฮ่อเทียน

ชื่อที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน

ชื่อของผู้ชายที่อาจเป็นคนเดียวที่ให้คำตอบกับเรื่องทั้งหมดได้ หรืออาจเป็นคนที่ทำให้ชีวิตของเธอเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

เอแคลร์กำมันไว้แน่น ก่อนเงยหน้ามองบ้านที่ว่างเปล่า น้ำตาเริ่มเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอพยายามกลั้นมันเอาไว้

เธอไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น

ไม่รู้ว่าผู้ชายที่ชื่อซ่ง เฮ่อเทียนเป็นคนแบบไหน

และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะมีโอกาสได้กลับออกมาจากการพบกันครั้งนั้นอย่างปลอดภัยหรือไม่

แต่เธอรู้เพียงอย่างเดียวว่า…

เธอไม่อาจนั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ได้ตลอดไป

เอแคลร์สูดหายใจลึก ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งนาฬิกาปลุกสำหรับเช้าวันรุ่งขึ้น

เวลา 06.30 น.

เธอต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะในวันพรุ่งนี้ เธอจะต้องไปพบผู้ชายที่ถือหนี้สินของครอบครัวเอาไว้ในมือ

และเธอไม่รู้เลยว่า การก้าวเข้าไปในโลกของเขาครั้งนี้ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่เธอไม่อาจหนีพ้น

หรือเป็นจุดเปลี่ยนที่จะทำให้ชีวิตของเธอไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel