บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ชะตาที่ผู้อื่นกำหนด - 1

ยามกลางฤดูร้อน ดอกบัวในสระกลางเรือนกำลังเบ่งบานสะพรั่ง ดอกสีชมพูอ่อนดอกใหญ่ผลิบานอยู่เหนือก้าน บางคราวมีแมลงปอสองสามตัวบินผ่านมา ก่อนจะร่อนลงเกาะบนกลีบดอกอย่างแผ่วเบา

ใบบัวสีเขียวสดลอยแผ่อยู่เหนือผิวน้ำ ครั้นสายลมพัดผ่าน ผิวน้ำก็เกิดระลอกคลื่นบางๆ พาให้ใบบัวไหวเอนไปมาเล็กน้อย

ดวงตะวันลอยเด่นอยู่กลางฟ้า แสงแดดแรงกล้าสาดส่องลงมา ทว่าต้นไม้ใหญ่ภายในเรือนช่วยบดบังแสงอันร้อนระอุไปได้กว่าครึ่ง มีเพียงแสงบางส่วนลอดผ่านช่องว่างระหว่างพุ่มใบ ทอดเป็นเงาแสงพร่างพรายอยู่บนพื้น

บนกิ่งไม้มีนกกระจอกเกาะพักเรียงกันเป็นแถว ส่งเสียงจิ๊บๆ ขึ้นมาเป็นระยะ เสียงจักจั่นดังระงมไม่ขาดสาย แต่กลับมองไม่เห็นว่าพวกมันซ่อนตัวอยู่ที่ใด

เจียงเอ๋อร์รีบเดินมาตามระเบียง ครั้นมาถึงหน้าประตูก็ชะลอฝีเท้าลง รอจนลมหายใจกลับมาเป็นปกติแล้วจึงผลักประตูเข้าไป เมื่อครู่นางมัวแต่พูดคุยกับเหล่าสาวใช้ทางโรงครัวเพลินไปหน่อย จนเกือบพลาดเวลาที่ต้องมาปลุกผู้เป็นนายให้ตื่น

ภายในห้อง เซียวอวี้หนิงนอนหลับสนิทอยู่บนตั่งในอาภรณ์สีขาวเรียบ เครื่องหน้าที่อ่อนโยนงดงามประดับอยู่บนใบหน้าเนียนละเอียดราวหยกชมพูได้อย่างพอเหมาะพอดี เรือนผมดำขลับยาวสยายอยู่รอบกาย บางคราวสายลมจากนอกหน้าต่างพัดเข้ามา พลิ้วเส้นผมสองสามเส้นให้ไล้ผ่านแก้มของนางเบาๆ

เจียงเอ๋อร์เดินไปถึงข้างตั่ง ก่อนยื่นมือไปเขย่าไหล่เซียวอวี้หนิงเบาๆ

"คุณหนู ตื่นเถิดเจ้าค่ะ หมดเวลางีบกลางวันแล้ว"

หญิงสาวบนตั่งขยับหว่างคิ้วเล็กน้อย คล้ายกำลังพยายามฝืนตื่นจากห้วงนิทราอันลึกล้ำ แต่ไม่นานนัก นางก็ลืมตาขึ้น เผยให้เห็นดวงตาหงส์คู่งาม แววตายังคงพร่าปรือด้วยความง่วงงุนราวกับยังนอนไม่เต็มอิ่ม

นางหรี่ตาครึ่งหนึ่ง หาวอย่างเกียจคร้าน ก่อนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง เจียงเอ๋อร์รีบนำชามาถ้วยหนึ่ง แล้วประคองส่งให้นางด้วยสองมือ

เซียวอวี้หนิงรับมา จิบชาเล็กน้อยให้ลำคอชุ่มชื้น ความง่วงงุนค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับชาเย็นที่ไหลผ่านลำคอลงสู่ท้อง

"คุณหนู"

เจียงเอ๋อร์รับถ้วยชาคืนมา พลางลอบสังเกตสีหน้าผู้เป็นนาย ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง

"เมื่อครู่บ่าวพูดคุยกับคนอื่นมา ได้ยินว่าทางจวนเหมือนจะไม่คิดจัดพิธีปักปิ่นของคุณหนูให้เอิกเกริก ทางโรงครัวเองก็ยังไม่ได้รับคำสั่งให้เตรียมงานเลี้ยงเลยเจ้าค่ะ"

เซียวอวี้หนิงเพียงรับคำเรียบๆ ว่า "อืม"

นางเป็นบุตรสาวคนที่สามของจวนรองเสนาบดีกรมคลัง ทั้งยังเป็นบุตรที่เกิดจากอนุ มารดาผู้ให้กำเนิดเสียชีวิตด้วยโรคภัยตั้งแต่นางอายุห้าขวบ ส่วนบิดาก็ไม่ได้โปรดปรานนางนัก ปกติแทบไม่มีโอกาสได้พบหน้ากัน ในจวนใหญ่โตแห่งนี้ไม่มีผู้ใดคอยดูแลเอาใจใส่นาง ดังนั้นการที่พิธีปักปิ่นของนางจะไม่ได้จัดอย่างเอิกเกริกจึงไม่ใช่เรื่องแปลก คาดว่าคงเพียงจัดสำรับอาหารให้คนในครอบครัวร่วมกินกันสักมื้อก็เป็นอันจบ

นางเองก็ไม่ได้ใส่ใจนัก ตลอดหลายปีที่อาศัยอยู่ในจวนรองเสนาบดีโดยไร้ผู้ใดให้พึ่งพิง นางเคยชินกับการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมาเนิ่นนาน ขอเพียงไม่ใช่เรื่องที่ล้ำเส้นจนเกินไป นางก็ล้วนอดทนยอมรับได้

อย่างเช่นในช่วงเทศกาลต่างๆ อาหารที่ส่งมายังเรือนของนางมักมีเนื้อสัตว์น้อยกว่าเรือนของพี่สาวทั้งสอง ทั้งยังขาดขนมไปสองสามอย่าง แต่นางไม่เคยถือสา ต่อให้มีเนื้อสัตว์น้อยหน่อยก็ยังอิ่มท้อง ขนมหายไปไม่กี่อย่างก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

หรืออย่างเสื้อผ้า รูปแบบอาจไม่ทันสมัยเท่าของพี่สาวทั้งสอง และแต่ละปีก็มีเสื้อผ้าชุดใหม่เพียงไม่กี่ชุด แต่หน้าร้อนมีอาภรณ์เนื้อบางให้สวม หน้าหนาวมีเสื้อขนสัตว์กันหนาว ไม่ต้องทนร้อนหรือทนหนาวก็เพียงพอแล้ว อีกอย่างนางแทบไม่เคยออกจากจวน จึงไม่จำเป็นต้องแต่งกายงดงามสะดุดตาผู้ใด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel