ตอนที่ 4 มุ่งหน้าสู่ชนบท - 2
"โธ่... แก้วตาดวงใจของแม่ เจ้าพูดอันใดกัน เสื่อมเสียอะไรกัน จวนกั๋วกงของเราออกจะยิ่งใหญ่ ใครกล้าพูดจานินทาเจ้า แม่จะสั่งให้คนไปฉีกปากมัน!" หลินซื่อลูบผมบุตรสาวอย่างทะนุถนอม น้ำตาไหลพรากตามไปด้วย
เซียวเจี้ยนพยักหน้าหงึกหงัก "ใช่แล้ว! หากเจ้ารักรัชทายาท พ่อก็จะเอาทวนไปจ่อคอหอยบังคับให้เขาแต่งตั้งเจ้าเป็นชายาเอกให้จงได้!"
ความตรรกะพังพินาศและตามใจลูกจนโอเวอร์ของสองสามีภรรยา ทำให้เซียวอวี้หลานมุมปากกระตุกยิกๆ นี่สินะสาเหตุที่ทำให้นางร้ายในนิยายต้นฉบับเสียคนจนกู่ไม่กลับ!
"ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะท่านพ่อ" เซียวอวี้หลานสูดลมหายใจ สะอื้นฮัก "ผ่านการล้มป่วยครั้งนี้ ลูกได้ตระหนักแล้ว... ว่าบุรุษที่จิตใจโลเลเช่นนั้น หาคู่ควรกับความรักของลูกไม่ ลูกปล่อยวางแล้วจริงๆ เจ้าค่ะ"
"ปล่อยวาง?" อิ้งกั๋วกงเลิกคิ้วสูง "เจ้าไม่รักรัชทายาทแล้วหรือ?"
"เจ้าค่ะ" หญิงสาวพยักหน้าหนักแน่น "แต่ทว่า... ข่าวลือเรื่องของพระองค์กับคุณหนูซู ทำให้จิตใจของลูกว้าวุ่นและเจ็บปวดเหลือเกิน ทุกครั้งที่มองเห็นกำแพงวังหลวง ลูกก็เอาแต่นึกถึงอดีตที่โง่เขลา ลูก... ลูกทนอยู่ในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยคำครหาไม่ได้อีกแล้วเจ้าค่ะ"
หลินซื่อหน้าซีดเผือด จับมือบุตรสาวแน่น "หลานเอ๋อร์ เจ้าอย่าคิดสั้นนะลูก! หากเจ้าไม่อยากอยู่ในเมืองหลวง แม่จะพาเจ้าไปซื้อคฤหาสน์ใหม่ที่ลั่วหยาง หรือไปเที่ยวแดนใต้ดีหรือไม่? หรือแม่จะเหมาผ้าไหมจากร้านอวิ๋นจิ่นมาให้เจ้าตัดชุดใหม่สักร้อยชุด เจ้าจะได้อารมณ์ดีขึ้น!"
‘ร้อยชุด? ท่านแม่ ท่านกะจะให้ข้าเปิดร้านขายผ้าเลยหรือ!’
เซียวอวี้หลานลอบถอนหายใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับบิดามารดาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว "ท่านพ่อ ท่านแม่... ลูกอยากขออนุญาต ไปพำนักที่จวนบรรพบุรุษในชนบทที่เมืองชิงเหอเจ้าค่ะ"
"ชนบท!"
สองสามีภรรยาอุทานขึ้นพร้อมกันราวกับนัดหมาย เซียวเจี้ยนส่ายหน้าพรืดจนผมแทบหลุดกระจุย "ไม่ได้เด็ดขาด! ชนบทกันดารเช่นนั้นมีดีอันใด ถนนหนทางก็ขรุขระ อาหารการกินก็จืดชืด ยุงก็ตัวเท่าแม่ไก่! ผิวพรรณอันบอบบางของเจ้าจะทนทานได้อย่างไร!"
"นั่นสิลูก!" หลินซื่อผสมโรง "จวนบรรพบุรุษไม่ได้มีคนไปอยู่นานแล้ว คงมีแต่ฝุ่นและหยากไย่ เจ้าไม่เคยจับไม้กวาดแม้แต่ปลายก้อย จะไปทนลำบากทำไมกัน!"
เซียวอวี้หลานรู้ดีว่าต้องเจอกับการต่อต้านขั้นสุดยอด นางจึงงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาใช้ หญิงสาวโขกศีรษะลงกับพื้นเบาๆ ด้วยการควบคุมพละกำลังอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้แผ่นหินอ่อนแตก
"ท่านพ่อ ท่านแม่ โปรดเมตตาลูกด้วยเถิด ลูกอยากไปถือศีลกินเจ คอยกวาดปัดเช็ดถูป้ายวิญญาณบรรพบุรุษ เพื่อชำระล้างบาปกรรมที่ลูกเคยก่อไว้ หากลูกไม่ได้ไปสงบจิตใจที่นั่น ลูกคงต้องอกแตกตายอยู่ในเมืองหลวงเป็นแน่แท้!"
"ลูกขู่พวกเราหรือ?" เซียวเจี้ยนเสียงอ่อนลง แววตาเริ่มสั่นไหวเมื่อเห็นน้ำตาของบุตรสาวที่ไหลรินไม่ขาดสาย
"ลูกมิกล้า... แต่ใจลูกแหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว หากไม่ออกห่างจากเมืองหลวง ลูกคงไม่มีชีวิตอยู่ต่อไปได้..." นางบีบน้ำตา ปล่อยโฮออกมาอย่างน่าเวทนา
ท่าทีหัวชนฝาและแววตาที่เต็มไปด้วยความร้าวรานของบุตรสาว ทำให้หัวใจของอิ้งกั๋วกงและฮูหยินอ่อนยวบลงประดุจขี้ผึ้งลนไฟ พวกเขาไม่เคยเห็นบุตรสาวที่เย่อหยิ่งและเอาแต่ใจ ยอมคุกเข่าร้องไห้คร่ำครวญขอร้องถึงเพียงนี้มาก่อน
"โธ่... หลานเอ๋อร์... อย่าร้องไห้เลยลูก พ่อ... พ่อยอมแล้ว" เซียวเจี้ยนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไหล่ที่ตั้งตรงลู่ลงอย่างจำยอม
"ท่านพี่!" หลินซื่อหันไปมองสามีด้วยความตกใจ
"จะทำอย่างไรได้เล่าฮูหยิน หากดึงดันให้นางอยู่ นางอาจจะตรอมใจตายจริงๆ" อิ้งกั๋วกงเอ่ยด้วยน้ำเสียงปวดร้าว ก่อนจะก้มลงประคองบุตรสาวให้ลุกขึ้น
