ตอนที่ 4 มุ่งหน้าสู่ชนบท - 1
โถงใหญ่ของจวนอิ้งกั๋วกงในยามนี้ อบอวลไปด้วยบรรยากาศตึงเครียดและกลิ่นหอมของยาต้มที่ลอยกรุ่นมาจากหลังจวน
อิ้งกั๋วกงเซียวเจี้ยนขุนนางผู้ทรงอิทธิพลแห่งราชสำนัก ผู้ที่เวลาอยู่ต่อหน้าฮ่องเต้ยังกล้าเชิดหน้ายืดอก ทว่าบัดนี้กลับเดินวนไปวนมาอยู่กลางโถงราวกับหนูติดจั่น ใบหน้าหล่อเหลาที่เริ่มมีริ้วรอยตามวัยเต็มไปด้วยความร้อนรน ส่วนหลินซื่อฮูหยินกั๋วกงก็นั่งซับน้ำตาอยู่บนเก้าอี้ไม้หงมู่ นัยน์ตาแดงก่ำจากการร้องไห้มาตลอดทั้งเช้า
"ท่านพี่... อวี้หลานของพวกเราป่วยหนักจนถึงขั้นปิดจวนไม่ยอมพบผู้ใด ซ้ำยังมีข่าวลือเรื่ององค์รัชทายาทกับนังจิ้งจอกซูหวั่นถิงนั่นอีก ลูกเราจิตใจเปราะบางปานนั้น หากรู้ข่าวเข้า นางจะไม่ตรอมใจตายหรือเจ้าคะ" หลินซื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะลงบนผ้าเช็ดหน้าไหม
เซียวเจี้ยนได้ยินภรรยาเอ่ยเช่นนั้นก็ยิ่งโมโหจนหนวดกระตุก เขากระแทกหมัดลงบนโต๊ะน้ำชาจนถ้วยกระเบื้องสั่นสะเทือน
"รังแกกันเกินไปแล้ว! ผู้คนทั่วเมืองหลวงต่างก็รู้ว่าฮองเฮาทรงโปรดปรานหลานเอ๋อร์ของพวกเราเพียงใด ทว่ารัชทายาทกลับไปก่อเรื่องอื้อฉาวกับบุตรสาวจวนอัครเสนาบดีเสียได้! แม้สตรีหน้าหนานั่นจะถูกลงดาบให้เป็นแค่อนุชายา แต่นี่ก็เท่ากับตบหน้าจวนกั๋วกงของเราให้เป็นที่ขบขันชัดๆ ข้าจะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท จะไปขอความเป็นธรรมให้หลานเอ๋อร์ของพวกเรา!"
"ท่านพ่อ! ท่านแม่! อย่าทำเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ!"
เสียงหวานใสที่แหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้นจากหน้าประตูโถงใหญ่ หยุดความเกรี้ยวกราดของอิ้งกั๋วกงลงราวกับมีเวทมนตร์ สองสามีภรรยารีบหันขวับไปมอง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
เซียวอวี้หลานในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ไร้ลวดลาย ปราศจากเครื่องประดับหรูหราที่เคยม้วนเกล้าอยู่บนศีรษะ ใบหน้าของนางปราศจากการแต่งแต้มชาด ริมฝีปากซีดเซียวที่นางตั้งใจใช้แป้งทาทับเพื่อความสมจริง ดวงตาหงส์แดงเรื่อราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก นางก้าวเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้าโดยมีชุนเถาและชิวจวี๋ประคองซ้ายขวา ดูบอบบางราวกับกิ่งหลิวที่พร้อมจะหักโค่นลงได้ทุกเมื่อ
ร่างบางเดินมาหยุดอยู่กลางโถง ก่อนจะค่อยๆ ทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นหินอ่อนอย่างช้าๆ
ตุบ!
"โอ๊ย! หลานเอ๋อร์ของแม่! เจ้าคุกเข่าทำไม พื้นหินมันเย็นและแข็งปานนี้ เดี๋ยวเข่าก็ช้ำกันพอดี!" หลินซื่อกรีดร้องเสียงหลง รีบพุ่งตัวลงจากเก้าอี้ถลันเข้าไปประคองบุตรสาวราวกับสติแตก
"เด็กรับใช้มัวทำอะไรอยู่! รีบเอาเบาะบุนุ่นมารองเข่าให้คุณหนูเดี๋ยวนี้! ไม่สิ ประคองนางลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ซะ!" เซียวเจี้ยนตวาดลั่นโถง ชี้นิ้วสั่งบ่าวไพร่จนหัวซุกหัวซุน
เซียวอวี้หลานลอบกลอกตาในใจ ‘สวรรค์... ข้าเพิ่งคุกเข่าได้ไม่ถึงสามลมหายใจด้วยซ้ำ พวกเขาก็แทบจะรื้อพื้นโถงทิ้งอยู่แล้ว หากข้าบอกความต้องการไป พวกเขาจะไม่ตกใจตายกันไปเลยหรือ?’
ทว่าเพื่ออนาคตอันสดใส นางต้องแสดงละครบทนี้ให้จบหญิงสาวแสร้งขืนตัวไว้ไม่ยอมลุกขึ้น บีบน้ำตาที่ฝึกซ้อมมาอย่างดีให้ร่วงหล่นลงมาอาบสองแก้ม
"ท่านพ่อ ท่านแม่... ปล่อยให้ลูกคุกเข่าเถิดเจ้าค่ะ ลูกอกตัญญู ทำตัวเหลวไหลมาตลอด เป็นเพราะลูกโง่เขลา หลงมัวเมาในรักที่ไม่มีวันเป็นจริง จนทำให้ตระกูลเซียวต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ลูกมาขอขมาพวกท่านเจ้าค่ะ"
คำสารภาพด้วยความร้าวรานของบุตรสาว ทำเอาเซียวเจี้ยนและหลินซื่อชะงักงัน ก่อนที่หัวใจของคนเป็นพ่อแม่จะเจ็บปวดรวดร้าวประดุจถูกมีดกรีด
