ตอนที่ 2 หลบหนี และของวิเศษที่สวรรค์ประทาน - 4
เพล้ง! แกรก...
เสียงแตกหักดังขึ้นอย่างชัดเจนในความเงียบ เซียวอวี้หลานชะงักกึก ก้มลงมองมือของตนเองด้วยดวงตาที่เบิกกว้างแทบถลนออกจากเบ้า
ถ้วยกระเบื้องเคลือบชั้นดีที่ควรจะอยู่ในมือของนาง บัดนี้มันแหลกละเอียดกลายเป็นผุยผงคามือ! เศษผงกระเบื้องและน้ำชาร่วงหล่นลอดง่ามนิ้วของนางลงสู่พื้นห้อง
"ฮะ? เกิดอะไรขึ้น..." นางพึมพำอย่างโง่งม สมองประมวลผลไม่ทัน
นางขมวดคิ้ว ลองเอื้อมมือไปจับพนักเก้าอี้ไม้หงมู่ที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะ ซึ่งเก้าอี้ตัวนี้ทำจากไม้เนื้อแข็งชั้นดีที่มีน้ำหนักมาก คนธรรมดาต้องใช้สองมือยกถึงจะขยับ ทว่าเพียงแค่นางออกแรงบีบเบาๆ...
กรอบ... แกรก!
พนักเก้าอี้ไม้หงมู่ที่แข็งแกร่ง หักหลุดติดมือของนางมาอย่างง่ายดายราวกับหักก้านบัว!
"เฮ้ย!"
เซียวอวี้หลานอุทานลั่น รีบโยนเศษไม้ในมือทิ้งประดุจจับโดนถ่านร้อน นางถอยหลังกรูดไปชนกับขอบโต๊ะกลมกลางห้อง ด้วยความตกใจ นางจึงใช้มือยันขอบโต๊ะเอาไว้เพื่อทรงตัว
ครืดดดด! ปัง!
โต๊ะกลมที่ทำจากไม้เนื้อแข็งสลักลายนกกระเรียน น้ำหนักไม่ต่ำกว่าร้อยชั่ง ถูกมือเดียวของนางดันจนเลื่อนไถลไปกับพื้นห้องกว่าสามเชียะ กระทบกับเสาเรือนเสียงดังสนั่น ป้านชาและถ้วยชาที่เหลือร่วงหล่นแตกกระจายเต็มพื้น
"..."
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องนอน เซียวอวี้หลานยืนนิ่งเป็นรูปสลักหิน ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาดูสลับกับมองผลงานการทำลายล้างรอบห้อง ริมฝีปากบางอ้าค้าง
‘พละกำลังมหาศาล... น้ำพุจิตวิญญาณนั่นไม่ได้แค่รักษาโรค แต่มันมอบ พละกำลังเก้าวัวสองพยัคฆ์ ให้ข้าด้วยงั้นหรือ!’
จากที่ควรจะดีใจ หญิงสาวกลับแทบจะร้องไห้ออกมา นางเป็นนางร้ายนะ! เป็นคุณหนูใหญ่จวนกั๋วกงผู้เลอโฉม บอบบางดั่งกิ่งหลิวลู่ลม! ไม่ใช่นักรบแนวหน้าที่จะมาบีบถ้วยชาแหลกคามือ หรือดันโต๊ะไม้ปลิวด้วยมือเดียวเช่นนี้!
"คุณหนู! เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ! เสียงดังมาจากในห้อง!" เสียงของชุนเถาดังขึ้นหน้าประตู พร้อมกับเสียงทุบประตูอย่างร้อนรน
เซียวอวี้หลานสะดุ้งโหยง รีบซ่อนมือไพล่หลัง ปั้นหน้าให้ดูอ่อนแอที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะตะโกนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆ "ขะ... ข้าไม่เป็นไร! แค่หน้ามืดล้มชนโต๊ะ ทำป้านชาแตกนิดหน่อย พวกเจ้าไม่ต้องเข้ามา! ข้าบอกแล้วไงว่าห้ามกวน!"
"แต่คุณหนูเจ้าคะ..."
"ไป! ข้าจะนอน!" นางตวาดกลับไปอีกครั้งจนเสียงหน้าประตูเงียบลง
เซียวอวี้หลานถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงอย่างหมดอาลัยตายอยาก นางมองซ้ายมองขวา ก่อนจะหยิบหมอนอิงใบเล็กขึ้นมา แล้วลองใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งหยิกมันเบาๆ...
ปุ!
หมอนอิงขาดกระจุย นุ่นสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วห้องราวกับหิมะตกในฤดูเหมันต์
"..."
สวรรค์! ท่านมอบนิ้วทองคำให้ข้าก็จริง แต่พละกำลังเก้าวัวสองพยัคฆ์เช่นนี้ ข้าจะใช้ชีวิตเยี่ยงสตรีในห้องหอได้อย่างไร! ยามคีบตะเกียบ ตะเกียบจะไม่หักหรือ? ยามจับพู่กัน พู่กันจะไม่แหลกหรือ? หากเผลอไปตบหน้าผู้ใดเข้า คอคนผู้นั้นมิหักกระเด็นเลยหรือ!
แค่คิดเซียวอวี้หลานก็อยากจะเอาหัวโขกเต้าหู้ตายให้รู้แล้วรู้รอด! ชีวิตใหม่ของนางร้ายผู้นี้ ดูท่าจะวุ่นวายกว่าที่คิดไว้เสียแล้ว!
