ตอนที่ 1 ค่ำคืนวสันต์อันเร่าร้อนที่ผิดพลาด - 3
เซียวอวี้หลานเบิกตากว้าง สัมผัสหยาบกระด้างทว่าลุ่มหลงนั้นทำให้นางสับสน มือเล็กพยายามผลักไสแผงอกแกร่ง ทว่าเรี่ยวแรงของสตรีที่ถูกยาหรือจะสู้บุรุษที่ฝึกวรยุทธ์มาทั้งชีวิต ริมฝีปากร้อนผ่าวปล้นชิงความหอมหวานอย่างตะกละตะกลาม กวาดต้อนเรียวลิ้นเล็กให้ตอบสนอง รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความดิบเถื่อนและเย็นเยียบในคราแรก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนดั่งเพลิงกัลป์ที่แผดเผาทุกสิ่ง
‘อารมณ์บ้าบออันใดกัน ทำไมข้าถึงต้านทานเขาไม่ได้เลยยิ่งเขาจูบ ร่างกายข้าก็ยิ่งอ่อนระทวย’
กลิ่นอายอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาชวนให้สั่นสะท้าน ทว่าฤทธิ์ยาที่แล่นพล่านในสายเลือดกลับทำให้นางไม่อาจต้านทาน สัมผัสที่เขามอบให้เปรียบดั่งหยาดน้ำอมฤตที่ชโลมลงบนผืนดินที่แห้งผาก หญิงสาวผู้ไม่เคยประสีประสาในเรื่องพรรค์นี้มาก่อนได้แต่ครางหวิวอยู่ในลำคอ ร่างกายสั่นสะท้านไปตามจังหวะการชักนำของเขา ความคิดที่จะผลักไสในตอนแรกมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่เรียกร้องหากันและกัน
เสียงฉีกขาดของอาภรณ์ดังก้องในความเงียบสงัด ผิวกายขาวเนียนดุจหยกชั้นดีปะทะกับอากาศเย็นเยียบเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากเรือนกายแกร่ง ฝ่ามือหยาบกร้านลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า ปลุกปั่นอารมณ์ปรารถนาให้ลุกโชนจนถึงขีดสุด ทุกรอยสัมผัสที่เขาลากผ่านราวกับจุดประกายไฟให้ลุกโหม
"เจ้า... เป็นของข้า" น้ำเสียงแหบพร่าและดุดันกระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดพวงแก้มใส ก่อนที่เขาจะเคลื่อนกายเข้าครอบครองนางอย่างสมบูรณ์แบบ
"กรี๊ด! อ๊ะ..."
ความเจ็บปวดจากการถูกรุกล้ำในคราแรกทำให้นางหวีดร้องออกมา น้ำตาเม็ดใสปริ่มหางตา สองมือเล็กจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเจ็บปวด ทว่าบุรุษเหนือร่างกลับหยุดชะงักไปชั่วครู่ ราวกับเรียกสติที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดกลับมาได้ เขาจุมพิตซับน้ำตาให้นางอย่างอ่อนโยนผิดกับความดุดันเมื่อครู่ ริมฝีปากหนาพรมจูบปลอบประโลมไปทั่วใบหน้าหวาน
การเคลื่อนไหวของเขาในเวลาต่อมา แม้จะเต็มไปด้วยความต้องการอันบ้าคลั่งตามฤทธิ์ยา แต่ก็แฝงไปด้วยความทะนุถนอมในที ไม่ได้ป่าเถื่อนจนไร้ปรานี
ท่ามกลางความมืดมิดของตำหนักร้าง ค่ำคืนวสันต์ถูกจุดให้ลุกโชนอย่างไม่มีทีท่าว่าจะดับมอด เสียงหอบหายใจและเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องประสานกัน ประดุจท่วงทำนองแห่งราคะที่ถูกบรรเลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวถูกคลื่นอารมณ์ซัดสาดจนสติหลุดลอย ปล่อยตัวปล่อยใจให้จมดิ่งลงสู่ห้วงปรารถนาไปพร้อมกับบุรุษปริศนา ลืมเลือนสิ้นถึงความหวาดกลัวและตัวตนเดิมของตนเอง
โดยที่นางไม่รู้เลยว่า บุรุษที่กำลังตักตวงความหอมหวานจากร่างกายของนางอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยผู้นี้ คือจ้าวหรงเยี่ยน หรือรุ่ยชินอ๋องพระอนุชาของฮ่องเต้ มัจจุราชเดินดินผู้กุมอำนาจทางทหารกว่าครึ่งแคว้น บุรุษที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม เย็นชา และเป็นตัวร้ายบอสลับที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในนิยายเรื่องนี้!
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างเชื่องช้า พายุฝนกระหน่ำในตำหนักร้างดำเนินไปยาวนานจนเกือบย่ำรุ่ง กระทั่งการดิ้นรนและเสียงหอบหายใจหนักหน่วงค่อยๆ สงบลง แสงสีทองอ่อนๆ ของรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกหัก ทาบทับลงบนร่างสองร่างที่ยังคงตระกองกอดกันแน่นบนกองเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย
ไอเย็นยามเช้าพัดโชยเข้ามา นำพาเอาสติสัมปชัญญะที่เตลิดเปิดเปิงให้ค่อยๆ คืนกลับมา เซียวอวี้หลานขยับเปลือกตาอันหนักอึ้ง ความปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างราวกับถูกรถม้าบดทับ นางแทบจะขยับปลายนิ้วไม่ได้ด้วยซ้ำ
‘อูย... ปวดร้าวไปทั้งตัว นี่ข้ารอดตายจากยาบ้าๆ นั่นมาได้แล้วใช่หรือไม่...’
หญิงสาวรับรู้ได้ถึงลมหายใจสม่ำเสมอที่เป่ารดหน้าผาก และอ้อมแขนแกร่งที่ตระกองกอดเอวของนางเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เมื่อความทรงจำของค่ำคืนที่ผ่านมาฉายชัดในหัว ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
‘สวรรค์! นี่ข้า... เสียความบริสุทธิ์ให้ชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้ไปแล้วจริงๆ หรือ!’
ค่ำคืนอันเร่าร้อนที่ผิดพลาดได้ผ่านพ้นไปแล้ว ทว่าโชคชะตาของการเป็นนางร้ายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น!
