ตอนที่7 ชีวตข้าไม่มีอะไรง่าย
“เก่งมากเลยหนิงอัน เดี๋ยวข้าจะไปหาฟืนมาเพิ่มเยอะ ๆ เราจะปล่อยให้กองไฟดับไม่ได้นะ”กล่าวจบฮุ่ยอิงก็รีบออกไปหาฟืน
หนิงอันจึงหยิบร่มออกมากางอีกครั้ง กลายเป็นสีส้มแล้วจริงด้วยไม่เสียแรงที่นางถูไม้จนมือพอง หนิงอันพับร่มเก็บแล้วออกไปช่วยฮุ่ยอิงเก็บฟืน นางพยายามมองหาผลไม้หรืออะไรที่กินได้ แต่แล้วเสียงในหัวก็ดังขึ้น “มันแซงหรือมันนก สรรพคุณช่วยบำรุงร่างกายและเจริญอาหาร”
หนิงอันรีบหันไปมองสิ่งที่นางจับอยู่ เถาไม้เลื้อยติดกับฟืนที่นางจับอยู่ นางเบิกตากว้างด้วยความดีใจ "ฮุ่ยอิงไปเอาเสียมมาขุดมันเร็วเข้า” ฮุ่ยอิงได้ยินเช่นนั้นก็รีบนำฟืนไปเก็บในถ้ำ แล้วหยิบเสียมของนางและหนิงอันออกมา
“ขุดเร็วตรงนี้มีเยอะเลยมันคือมันแซงกินได้” หนิงอันเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น ก่อนขาของนางจะสะดุดเถามันถลาไปข้างหน้า แต่แล้วเสียงในหัวก็ดังขึ้นมา เพราะมือของนางไปจับกับไม้พุ่มต้นหนึ่ง “ต้นโสมคนอายุหนึ่งพันปี สรรพคุณเพิ่มพลังลมปราณและยืดอายุขัย”
“กรี๊ดดด! ฮุ่ยอิงข้าเจอสมุนไพรหายากแล้ว”
“ไหนขอข้าดูหน่อยมันเป็นแบบไหน”
“นี่ ๆ ต้นนี้เรียกว่าโสมคน ต้นนี้อายุหนึ่งพันปีเลยนะ โอ๊ย! ข้าตื่นเต้นและดีใจมากเลย ช่วยกันหาอีกเร็วเข้า ข้าเคยอ่านเจอในหนังสือเขาบอกว่าต้นโสมจะเกิดเป็นกลุ่ม คล้าย ๆ คนมีพ่อแม่ลูก เพราะฉะนั้นต้องมีต้นอื่นอีกแน่”
“โอ๊ะ!! นั่นไงหนิงอัน ใช่หรือไม่เจ้าช่วยข้าดูที”
“ใช่จริงด้วย กรี๊ดดด!” ทั้งสองจับมือกันกระโดดด้วยความดีใจ “เดี๋ยวข้าไปดูกองไฟก่อน มือเจ้าพองขนาดนี้ต้องดูแลกองไฟเอาไว้ให้ดี”
“ได้ ๆ ไปเถอะ”
หนิงอันยังไม่ขุดต้นโสมออกมา เพราะนางจะรอขุดตอนที่หาวิธีออกจากที่นี่ให้ได้เสียก่อน นางจึงเดินหาต้นโสมต้นอื่น ๆ ว่ามีอีกหรือไม่ ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นต้นโสมคนพุ่มใหญ่ ด้วยความดีใจนางจึงรีบวิ่งจนสะดุดขอนไม้ล้มหน้าทิ่มอย่างไม่เป็นท่า แต่แล้วเสียงก็ดังขึ้น “เห็ดหลินจือพันปี สรรพคุณบำรุงร่างกายและเพิ่มพลัง”
“กรี๊ดดด” หนิงอันกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ขอบคุณสวรรค์ ข้าสาบานจะเป็นคนดีและช่วยเหลือผู้อื่น “ขอบคุณเจ้าค่ะ ๆ” หนิงอันโค้งขอบคุณรอบทิศทาง
“เจ้าเจออะไร?”
“เห็ดหลินจือพันปีข้าดีใจจนใจข้าจะระเบิดออกมาแล้ว”
“คงเพราะหัตถ์ทองคำทำให้เจ้าพบเจอสมุนไพรหายากพวกนี้ หนิงอัน!! เจ้าดูนั่น ดอกไม้สีแดงสดเหมือนจะเปล่งแสงออกมาด้วย หนิงอันรีบหันไปดู แล้วรีบจับมือฮุ่ยอิงเข้าไปดูใกล้ ๆ
“ดอกไม้สีเลือด สรรพคุณใช้เพิ่มพลังหยาง”เมื่อหนิงอันลองสัมผัสดอกไม้ดูก็ได้ยินเสียงบอกขึ้นมา จากนั้นสายตาของหนิงอันก็หันไปเห็นต้นหญ้าที่อยู่ใกล้ ๆ กัน นางจึงลองสัมผัสดู
“หญ้าคืนวิญญาณ สรรพคุณ ชุบชีวิตคนตายรักษาได้ทุกโรค” หนิงอันรีบดึงฮุ่ยอิงมากอดด้วยความดีใจ
“เรารวยแล้วเจ้ารู้มั้ย?”
“จริงเหรอ?รวยแบบไม่ทันตั้งตัวข้าตั้งรับไม่ทัน”
“ปัญหาคือเราจะออกไปจากที่นี่ยังไง เราไปขุดมันนำไปเผากินแก้หิวก่อน เดี๋ยวข้าจะลองถามระบบดูว่ามีทางออกหรือไม่ หากมีทางออกไปเราค่อยขุดเอาสมุนไพร เดี๋ยวข้าส่งกระแสจิตไปบอกพี่สาวข้าก่อน ว่าพวกเราปลอดภัยดี”
ทางด้านฮุ่ยหมิ่นและฮุ่ยเหม่ย ต่างออกมายืนรอหน้าบ้านด้วยความเป็นห่วงหนิงอันและฮุ่ยอิง ยามนี้บ่ายคล้อยตะวันใกล้ลับขอบฟ้า แต่ยังไร้วี่แววว่าพวกนางจะกลับมา แต่แล้วจู่ ๆ กระดาษก็ลอยมาอยู่ตรงหน้า “พวกนางปลอดภัยดีจะค้างในป่าหนึ่งคืนเจ้าค่ะ”
เมื่ออ่านเสร็จพวกเขาก็ถอนใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินกลับมานั่งบนแคร่ไม้และเริ่มกินอาหาร พวกเขายังไม่ลงมือกินเพราะรอพวกนางกลับมาก่อน แต่เมื่อรู้เช่นนี้ก็ไม่ต้องกังวลแล้ว
“หนิงฮวาขอบใจเจ้ามาก” ฮุ่ยเหม่ยเอ่ยขึ้นมา วิญญาณหนิงฮวาจึงรีบเดินกลับไปเขียนข้อความในกระดาษ แล้วนำให้พวกเขาอ่านอีกครั้ง “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” พวกเขามองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมากับสิ่งที่เกิดขึ้น
วังเหมันต์
พระสนมผินนั่งฟังหวังมามารายงานข่าวด้วยความดีใจจนมือไม้สั่น เด็กน้อยผู้มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศอย่างนั้นหรือ ข่าวนี้นับว่าเป็นข่าวดีที่สุดในรอบห้าปี เด็กน้อยในวัยเพียง13ปี จู่ ๆ ก็โผล่มาอย่างน่าอัศจรรย์ หากนางรักษาได้จริงต้องมอบรางวัลให้นางอย่างเหมาะสม แต่หากข่าวนี้หลุดออกไปเด็กคนนั้นจะได้รับอันตรายหรือไม่ ไม่ได้นางต้องบอกองค์ชายห้าเรื่องนี้
“องค์ชายห้าเสด็จ” พระสนมผินรีบลุกแล้วเดินไปหาพระโอรสอย่างห่วงใย
“หน้าตาเจ้าสดชื่นขึ้นมากคงเพราะข่าวดีสินะ”
“พ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่”
“ห่าวหรานเรื่องที่นางจะมารักษาเจ้า แม่ว่าควรกำชับให้ทุกคนปิดเป็นความลับ แม่กลัวว่านางจะได้รับอันตราย”
“ไม่ต้องห่วงพ่ะย่ะค่ะ เรื่องนี้ข้าได้กำชับทุกคนเรียบร้อยแล้ว ให้บอกเพียงว่าท่านหมอลู่จื้อเป็นคนค้นพบสูตรยาและรักษาได้อย่างปาฏิหาริย์ ข้าจะไม่ทำให้นางเดือดร้อนแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
“มีอีกเรื่องนางบอกข้าว่า ที่ข้ารู้สึกเจ็บปวดยามที่พระจันทร์เต็มดวง เพราะมีคนใช้ไสยศาสตร์เล่นงานข้าพ่ะย่ะค่ะ และนางยังบอกว่าคนผู้นั้นอยู่ในวังหลวง”
“เป็นความจริงหรือ?”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตจริง ๆ ขนาดเจ้าเดินไม่ได้ก็ยังไม่พอใจ ยังจะใช้ไสยศาสตร์ทำให้เจ้าเจ็บปวดและทรมาน คนของท่านตาก็สืบไม่พบอะไร แล้วเราจะเริ่มสืบจากใครก่อนดีทุกคนน่าสงสัยกันหมด”
“รอนางมารักษาลูกก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ ลูกมีความรู้สึกว่านางไม่ธรรมดา ลูกจะถามนางบางทีนางอาจมีความคิดดี ๆ” พระสนมผินพยักหน้ารับเพราะนางก็จนปัญญาแล้วเหมือนกัน
“แล้วนางจะมารักษาเจ้าเมื่อใด?”
“นางจะมารักษาเรื่องที่ลูกถูกคุณไสยในวันพระจันทร์เต็มดวงก่อนพ่ะย่ะค่ะ ส่วนขาของข้านางบอกต้องรอก่อนเพราะพลังของนางยังไม่เพียงพอ”
“แล้วนางเป็นบุตรสาวของผู้ใด?”
“เห็นว่าเป็นบุตรสาวของชาวบ้านนามว่าฮุ่ยหมิ่นพ่ะย่ะค่ะ”
“ก็คงอีกนานกว่านางจะมา เพราะวันพระจันทร์เต็มดวงเพิ่งจะผ่านพ้นไป วันที่นางมารักษาเจ้าแม่จะมาดูด้วย”
“ถ้าเช่นนั้นลูกทูลลา”
หนิงอันและฮุ่ยอิงนั่งกินมันแซงอย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุขเป็นอย่างมาก สมุนไพรหายากมากมายต้องทำเงินให้พวกนางได้เป็นอย่างมากแน่ ต่อไปครอบครัวของพวกนางก็ไม่ต้องลำบากอีกต่อไปแล้ว
“หนิงอันหากพวกเรามีเงินแล้ว จะทำอย่างไรต่อไป” ฮุ่ยอิงถามขึ้นมาเพราะอยากรู้แผนในอนาคต
“เราต้องไม่หยุดหาเงิน พอมีเงินเป็นทุนรอนแล้วจะง่ายต่อการคิดหากิจการ ว่าจะทำอะไรขายเพื่อทำเงิน ชาวบ้านตอนนี้เลิกอคติกับข้าเพราะว่าข้าช่วยรักษาผู้ป่วย แต่หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาอีก พวกเขาก็จะมาโทษข้าเหมือนเดิม”
“เพราะความเชื่อถูกปลูกฝังเอาไว้มาอย่างยาวนาน ข้าจะต้องทำให้ทุกคนเปลี่ยนความคิดว่าคนที่เกิดวันสุริยคราสคือคนที่มีบุญบารมีสูงส่ง ใครอยู่ใกล้ข้าแล้วจะโชคดีมากกว่าโชคร้าย ที่จริงข้าก็ไม่อยากใส่ใจแต่ความเชื่อผิด ๆ ทำให้ชีวิตคนผู้หนึ่งต้องเจ็บปวดและต้องทนทุกข์ ไม่ใช่แต่ข้าคนเดียวนะ ยังมีอีกหลายคนที่เกิดในวันสุริยคราส” กล่าวจบหนิงอันก็หยิบร่มออกมากางแล้วเอ่ยถามออกไป
“ข้าจะออกจากที่นี่ได้อย่างไร?”
“พวกท่านตกลงมายังหน้าผาสูงชัน ไม่ห่างจากตรงนี้เป็นหน้าผา วิธีที่ข้าคิดว่าน่าจะดีที่สุดก็คือ”
“คืออะไร?”
“ในถ้ำนี้เป็นที่อยู่ของเทพมังกรดำ ด้านหลังที่เป็นฝาผนังด้านในเป็นที่อยู่ของเทพมังกรดำที่เฝ้าสมบัติมากมายอยู่ในนั้น หากท่านสามารถช่วยเหลือเขาได้ เขาก็จะช่วยพาพวกท่านกลับขึ้นไปยังด้านบน”
หนิงอันถอนใจออกมา พบเจอสมุนไพรหายากแล้วแต่ก็ไม่สามารถออกไปจากตรงนี้ได้ หากอยากออกไปก็ต้องช่วยเทพมังกรดำ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันนางเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว
“เรื่องนี้ฟังดูแปลกๆ เป็นเทพเหตุใดต้องการความช่วยเหลือจากคนธรรมดา?”
“บางเรื่องคนเป็นเทพก็จนใจที่จะหาคำตอบ”
“แล้วหากข้าช่วยไม่ได้ ก็คงติดอยู่ตรงนี้ตลอดชีวิตใช่หรือไม่?”
“ก็จนกว่าจะมีใครมาช่วย”
“ก็ได้ข้าจะลองดู แต่ว่าข้ามีเรื่องหนึ่งที่อยากจะถาม หากข้าสะสมพลังบารมีจนถึงจุดสูงสุดและร่มกลายเป็นสีทองแล้ว หากว่าข้าทำอะไรผิดขึ้นมา พลังก็จะลดลงทุกครั้งอย่างนั้นใช่หรือไม่? คือข้ารู้สึกท้อมากเลยเกิดเป็นข้านี่มันไม่มีอะไรง่ายเลยจริง ๆ” กล่าวจบหนิงอันก็ร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ
“ท่านก็ลองดูก่อนทุกอย่างเป็นเรื่องของโชคชะตาฟ้าลิขิต ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ หากพลังของท่านไปจนถึงจุดสูงสุด จนร่มกลายเป็นสีทองทุกอย่างจะคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว ท่านก็อย่าเพิ่งท้อไม่แน่ว่าพอช่วยเทพมังกรดำ พลังของท่านอาจพุ่งขึ้นมาก็ได้ใครจะรู้”
“แล้วข้าต้องทำอย่างไร” หนิงอันรีบยกแขนเสื้อมาปาดน้ำตาอย่างเหนื่อยล้า ฮุ่ยอิงแม้ไม่ได้ยินเสียงที่ร่มพูดแต่นางได้ยินหนิงอันพูดทุกคำ นางจึงร้องไห้ออกมาด้วยความสงสารหนิงอันจับใจ
