บท
ตั้งค่า

ตอนที่8 การรอคอยอย่างยาวนานสิ้นสุดลง

แล้วข้าต้องทำอย่างไร?”

“ท่านเดินไปเคาะประตูได้เลย” หนิงอันหุบร่มแล้วตัดสินใจเดินไปเคาะฝาผนัง ครืน ๆ ๆ ไม่นานฝาผนังก็เลื่อนเปิดออกมาอย่างช้า ๆ พร้อมกับแสงสว่างเปล่งประกายเรืองรองเจิดจ้าของอัญมณีล้ำค่า ทองคำและสมบัติมากมายกองเป็นภูเขา

 ด้านในเป็นอุโมงค์กว้างใหญ่สมบัติมากมายกองอยู่ตรงกลาง โดยมีมังกรดำตัวมหึมานอนขดอยู่รอบ ๆ กองสมบัติ หนิงอันมองสมบัติเหล่านั้นอย่างตื่นตาตื่นใจ เหตุใดสมบัติถึงมีมากมายขนาดนี้ แล้วเทพมังกรดำมีหน้าที่เฝ้าสมบัติหรือ?

“เหตุใดเจ้าถึงมีสีหน้าเศร้าขนาดนั้นเล่า เป็นเพราะต้องมาเจอข้าอย่างนั้นรึ?

“ท่านเทพมังกรข้าเพียงท้อใจกับโชคชะตาของข้าไม่ว่าข้าจะอยู่ยุคไหน ก็ไม่มีอะไรง่ายกับข้าเลย แต่ว่าข้าจะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” หนิงอันเอ่ยตัดพ้อต่อโชคชะตาของตนเองให้เขาฟัง

เทพมังกรดำลำตัวขนาดเขื่องเลื้อยเข้ามาใกล้หนิงอัน ก่อนจะหยุดมองนางอยู่อย่างนั้นอย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ข้านอนเฝ้าสมบัติของข้ามาหลายพันปีแต่ข้าก็ไม่รู้สึกมีความสุขเลยสักนิด ข้าเคยคิดว่าการเฝ้ามองสมบัติมากมายคือความสุขของข้า แต่ว่ามันไม่ใช่เลยหากว่าเจ้าช่วยแนะนำวิธีที่จะทำให้ข้ารู้สึกมีความสุข โดยมีสมบัติมากมายอยู่ข้างกายได้ ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม” หนิงอันกลอกตามองบนนี่เหรอสิ่งที่เขาอยากให้ช่วย ฟังดูไร้สาระมากเลยนะ

“แล้วทำไมต้องนอนเฝ้าด้วยละเจ้าคะ? มีอย่างอื่นให้ทำตั้งมากมายหลายอย่าง ที่สามารถทำให้ท่านมีความสุขมากกว่าการนอนเฝ้าสมบัติ”

“ก็ข้าคิดว่าการนอนเฝ้าสมบัติคือความสุขของข้า แต่พอนานไปข้าก็ไม่รู้สึกมีความสุขเลยสักนิด แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี”

หนิงอันแอบเบ้ปากเทพปัญญาอ่อนชัด ๆ แล้วปัญหาโลกเเตกของเขานางจะช่วยอย่างไรดีนะ 

“มีคนเคยเข้ามาที่นี่หรือไม่เจ้าคะ?”

“ไม่มีเจ้าคนแรก เพราะคนที่จะร่วงลงมาตรงนี้ได้ต้องเป็นคนที่สวรรค์เลือกเท่านั้น” หนิงอันครุ่นคิดพร้อมถอนใจออกมา 

“การมีเงินและสมบัติมากมายก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งและเป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝันรวมทั้งตัวข้า หากว่าท่านมีมากมายจนล้นเหลือ ก็จงใช้มันให้เกิดความสุขไม่ใช่นอนเฝ้าเจ้าค่ะ ข้าว่าท่านยังไม่เข้าใจการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง ข้าคิดว่าท่านควรไปลองใช้ชีวิตดูสักครั้ง แล้วท่านจะค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร”

“แล้วข้าต้องทำอย่างไร?”

“ท่านก็ต้องกลายร่างเป็นคนแล้วเรียนรู้การใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป มีเงินแล้วก็ต้องใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุดถึงจะถูกเจ้าค่ะ”

“แล้วข้าจะไปใช้ชีวิตที่ไหน?”

“ท่านก็ไปอยู่กับพวกข้าอย่างไรละเจ้าคะ”ที่นางเอ่ยเช่นนี้เพราะเขาจะได้พาพวกนางออกไป

เทพมังกรดำฟังนางพูดก็เริ่มสนใจ ดีเหมือนกันเขาก็อยู่ที่นี่มาหลายพันปีไม่เคยออกไปไหน ดู ๆ ไปนางก็ดูเป็นเด็กจิตใจดีและมีน้ำใจ อีกอย่างคนที่สวรรค์ส่งมาคงเชื่อถือได้ ลองดูก็ไม่เสียหายอันใด

เทพมังกรดำจึงตัดสินใจกลายร่างเป็นคนทันที หนิงอันและฮุ่ยอิงมองเขาอย่างตกตะลึง ชายวัยกลางคนในชุดสีขาวสะอาดสะอ้าน ผมทั้งศีรษะเป็นสีเงินยาวแทบจะแตะพื้น ท่าทางของเขาสง่างามและดูสูงส่ง สมแล้วที่เป็นเทพมังกรดำ

 เขาเดินไปหยิบกำไลหยกมายื่นให้หนิงอันและฮุ่ยอิงคนละวง ส่วนเขาหยิบแหวนหยกมาสวม จากนั้นเขาก็ใช้มือกวาดสมบัติเข้าไปเก็บในแหวนจนหมด หนิงอันและฮุ่ยอิงมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา สมบัติหายไปหมดแล้วเหลือเชื่อจริง ๆ

“ข้าขอเรียกท่านว่าท่านลุงได้หรือไม่เจ้าคะ?”

“ได้สิ”

“แล้วกำไลที่ท่านให้พวกข้ามา จะสามารถนำของไปเก็บแบบท่านได้หรือไม่เจ้าคะ?” หนิงอันสงสัยเพราะหากเก็บของได้ก็วิเศษไปเลย นางจะได้เอาสมุนไพรไปเก็บโดยไม่ต้องแบกให้เหนื่อย

“ได้แน่นอนเพราะมันคือกำไลมิติ เพียงแค่พวกเจ้าใช้นิ้วแตะลงไปที่กำไล แล้วตั้งจิตว่าอยากให้อะไรไปอยู่ในนั้น แค่นั้นแหละง่ายจะตาย” เทพมังกรดำเอ่ยอย่างร่าเริงอารมณ์ดี

“ถ้าเช่นนั้นพวกเราออกไปกันเถิดเจ้าค่ะ”

“ได้ไปกัน”

ทั้งสามคนออกมานั่งล้อมรอบกองไฟ หนิงอันเล่าเรื่องราวให้ท่านเทพมังกรดำฟังอย่างไม่ปิดบัง เขาฟังแล้วก็นึกหดหู่สงสารนางเป็นอย่างมาก เขานอนเฝ้าสมบัติอยู่หลายพันปี โดยไม่คิดจะทำอะไรเพราะคิดว่านั่นคือความสุขของเขา ส่วนนางดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดจากโชคชะตาที่ยากลำบาก ฟังอย่างนี้แล้วเขาก็แอบกังวลว่า เขาจะมีความสุขได้อย่างไรในเมื่อนางก็ลำบากมากเช่นนี้

“ข้าฟังจากที่จะเจ้าเล่าแล้ว ข้าก็มองไม่เห็นว่าเจ้าจะทำให้ข้ามีความสุขได้อย่างไร มีแต่ทำให้ข้ารู้สึกหดหู่และเศร้าใจ”

หนิงอันถอนใจออกมา อย่างไรนางต้องโน้มน้าวพาเขาไปด้วยให้ได้ ไม่เช่นนั้นพวกนางจะออกจากที่นี่ไม่ได้แน่นอน “ชีวิตคือการเรียนรู้เจ้าค่ะท่านลุง เขาถึงเรียกว่ารสชาติของชีวิต ชีวิตของข้าตอนนี้รสชาติอาจขมไปบ้าง แต่อีกไม่นานก็จะเลิกขมแล้วเจ้าค่ะ”

“ก็ได้ข้าจะลองเชื่อเจ้าดู มันนี้อร่อยดีนะข้าชอบ” เขารับมันที่ฮุ่ยอิงปอกมากินอย่างเอร็ดอร่อย หนิงอันรีบหยิบร่มมากางดู แต่ว่าสียังคงเป็นสีส้มเหมือนเดิม ทำให้อารมณ์ของหนิงอันเริ่มขุ่นมัวขึ้นมาอีกครั้ง

“อย่าเพิ่งอารมณ์เสียเลยอย่างน้อยท่านก็ได้กำไลมิติ และจะได้ออกไปจากตรงนี้” หนิงอันรีบพับร่มเก็บไว้ข้างกาย ก่อนจะเอนตัวพิงกับหินก้อนใหญ่แล้วหลับตาลง ปล่อยให้ท่านลุงและฮุ่ยอิงพูดคุยกันไป

เสียงนกร้องด้านนอกบ่งบอกว่าเป็นเวลาเช้าแล้ว แสงสีทองสาดส่องรำไรเข้ามายังในถ้ำ หนิงอันค่อย ๆ ขยับตัวลืมตาขึ้นมา ก่อนจะเหลือบไปเห็นฮุ่ยอิงนอนขดเอาหัวหนุนขาของท่านลุง ส่วนเขานั่งเขี่ยกองไฟเล่น หนิงอันนึกสงสัยเขาไม่ง่วงนอนหรืออย่างไร หรือว่านอนมาหลายพันปีจนไม่อยากนอนแล้ว

“ท่านลุงหากข้าเก็บสมุนไพรเสร็จแล้ว ท่านพาพวกข้าขึ้นไปด้านบนได้หรือไม่เจ้าคะ?”

“ก็ต้องได้สิข้าเป็นเทพนะ”

“ขอบคุณเจ้าคะ”

“หนิงอันรอข้าด้วย” ฮุ่ยอันลุกพรวดพราดขึ้นมา ก่อนจะรีบตรงไปหยิบเสียมเล็กและตะกร้า

ชายชรามองพวกนางอย่างเอ็นดู ก่อนจะลุกตามออกไปดูว่าพวกนางจะเก็บสมุนไพรอะไรบ้าง พอมาถึงก็เห็นหนิงอันกำลังฉีกแขนเสื้ออย่างทุกลักทุเล

“หนิงอันเจ้าฉีกแขนเสื้อทำไม?” หนิงอันไม่ตอบแต่แบมือมาตรงหน้าเขา ผิวหนังที่พองยามนี้ถลอกเพราะนางจับเสียมมาขุดดิน ชายชรามองอย่างตกใจและสงสาร

“ไม่ต้องขุดให้เสียเวลาหรอกข้าช่วยเจ้าเอง” กล่าวจบเขาก็ใช้พลังดึงต้นโสมคนให้หลุดออกมาจากพื้นดิน จากนั้นเขาก็เดินไปดึงต้นโสมต้นอื่น ๆ จนหมดรวมแล้วได้20ต้น หนิงอันภายในใจเต้นระริกด้วยความดีใจ ถึงพลังนางจะไม่เพิ่ม แต่ได้ท่านลุงมาถือว่าคุ้มแล้ว

หลังจากเก็บสมุนไพรจนหมดและนำไปเก็บในกำไลมิติ เทพมังกรดำก็จับแขนหนิงอันและฮุ่ยอิงลอยขึ้นไปยังด้านบน หนิงอันยามนี้เหมือนยกภูเขาออกจากอกแรงฮึดสู้กลับมาอีกครั้ง แต่แล้วจู่ ๆ ร่มที่นางถือก็เริ่มสั่นอย่างรุนแรง หนิงอันจึงรีบกางออกมาดู

“ยินดีด้วยท่านได้รับพลังปรานขั้นเจ็ดนั่นคือสีทอง ต่อไปท่านไม่ต้องกังวลว่าพลังจะลดลงอีกแล้ว”

หนิงอันได้ฟังก็ตกใจและแอบสงสัยอยู่ไม่น้อย เพราะสีที่ต่อจากสีส้มก็คือสีเขียว จากนั้นก็สีน้ำเงิน สีม่วงและสีเงิน เหตุใดกระโดดมาที่สีทองเลยละ หรือว่าจะเป็นเพราะกำไลที่ท่านปู่ให้มา

“เป็นเพราะกำไลหรือเจ้าคะ?”

“ใช่แล้วเพราะว่ากำไลที่เทพมังกรดำมอบให้ท่าน เป็นกำไลที่ทำขึ้นมาจากกระดูกมังกร เมื่อคนที่มีหัตถ์ทองคำได้สวมใส่กำไล จึงทำให้เกิดพลังขึ้นมาอย่างมหาศาล”

“นี่เจ้ามีหัตถ์ทองคำรึ?” ชายชราได้ยินบทสนทนาก็ถามขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น 

“ใช่เจ้าค่ะ”

“ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ” เขาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง จนหนิงอันและฮุ่ยอิงยืนมองด้วยความสงสัยว่าเขาจะหัวเราะอะไรกันขนาดนั้น มีเรื่องอันใดน่าขบขันมากอย่างนั้นหรือ พอเขาหยุดหัวเราะเขาก็หันมามองนางอย่างเต็มตา ก่อนจะยกมือมาจับไหลของนางทั้งสองข้าง

“หนิงอันข้าอยากจะพิสูจน์บางอย่าง” ชายชรากล่าวจบก็ดึงปิ่นปักผมออกมาแล้วปักไปบนฝ่ามือตนเอง

“เจ้ายื่นมือมา”

หนิงอันจึงยื่นมือออกไป เขาจึงปล่อยให้เลือดสด ๆ หยดลงบนฝ่ามือของนาง จากนั้นเขาก็จับจ้องรอคอยและมองอย่างตาไม่กะพริบ ทันทีที่เลือดของเขากระทบกับฝ่ามือของนาง ก็เกิดแสงประกายเจิดจ้าขึ้นมาทันที จากนั้นก็กลายเป็นดอกบัวสีทองลอยอยู่เหนือฝ่ามือของหนิงอัน เทพมังกรดำยืนตัวแข็งทือ มองหนิงอันอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง จากนั้นน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มดีใจก็ค่อย ๆ ไหลออกมา

“หนิงอันเจ้าคือบุตรสาวของข้าที่มาเกิดใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย ลูกพ่อสุดท้ายเจ้าก็มาเกิดใหม่อีกครั้ง ขอบคุณสวรรค์ การรอคอยอย่างยาวนานของข้าได้สิ้นสุดลงแล้ว”

เขาดึงร่างบางมาสวมกอดด้วยความรักและคิดถึงอย่างสุดหัวใจ หนิงอันยืนนิ่งสับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น นางเป็นบุตรสาวของเทพมังกรดำหรือ? เขารอนางมาเกิดใหม่เป็นพัน ๆ ปี น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

“แต่ว่าข้ามีพี่สาวฝาแฝดอีกคนหนึ่งนะเจ้าคะ”

“จริงเหรอเยี่ยม! ฮ่าฮ่า เยี่ยมจริง ๆ มาเกิดใหม่กันหมดจริง ๆ หรือนี่ เจ้ารีบพาข้าไปพบนาง เดี๋ยวข้าจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง”

หนิงอันรีบชี้ให้เขาดูว่าบ้านอยู่ตรงไหน เขาก็รีบจับแขนหนิงอันและฮุ่ยอิงพุ่งเหาะพุ่งทะยานออกไปทันที

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel