บท
ตั้งค่า

ตอนที่6 ตามหาสมุนไพรหายาก

องค์ชายห้าอู่ห่าวหรานนั่งมองร่างบางที่เดินจากไปอย่างครุ่นคิด ไม่อยากเชื่อเลยว่าจู่ ๆ จะมีแสงสว่างโผล่เข้ามาให้ความหวังกับเขาอีกครั้ง เขานั่งปลงตกกับชีวิตตนเองว่าอย่างไรก็ไม่มีทางกลับมาเดินได้อีกแล้ว ทุกวันเขานั่งมองปลาที่แหวกว่ายอยู่ในสายน้ำอย่างอิสระด้วยความอิจฉา 

แต่แล้ววันนี้นางผู้มีวัยเพียง13ปี กลับสามารถบอกว่ารักษาได้ เขายอมเสี่ยงและวัดใจให้เงินนางไปก่อนสองพันตำลึง และอดทนรอวันที่นางพร้อมที่จะมารักษาเขา การเดิมพันครั้งนี้เขายอมรับว่าตั้งความหวังเอาไว้สูง หากว่านางรักษาเขาได้จริง ๆ เขาจะเพิ่มเงินให้นางอย่างแน่นอน

“องค์ชายคิดว่านางจะทำได้จริงหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ นางยังเยาว์วัยนักเชื่อถือได้จริงหรือ?” โม่โฉวเอ่ยถามขึ้นมาพร้อมเข็นเขาไปตามทางกลับตำหนัก

“ข้าเชื่อว่านางไม่โกหกเพียงแต่เจ้าเล่ห์เกินไปหน่อย แต่คนเราที่ทำไปก็คงมีเหตุผลด้วยกันทั้งนั้น นางคงต้องการใช้เงินจริง ๆ”

“เรื่องที่มีคนทำคุณไสยนางบอกเป็นคนที่วังหลวง องค์ชายจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้พ่ะย่ะค่ะ?”

“เราต้องสืบเรื่องนี้อย่างจริงจังรวมถึงใครที่อยู่เบื้องหลังการลอบทำร้ายข้าด้วย การมาอยู่นอกเมืองเช่นนี้เป็นเรื่องดีเราจะได้เริ่มสืบกันโดยไม่มีใครสงสัย”

องค์ชายห้าครุ่นคิดหากว่าคนที่ทำคุณไสยเขาอยู่ที่วังหลวง ก็น่าจะเป็นคนเดียวกันที่ลอบทำร้ายเขา เรื่องนี้เขาต้องสืบรู้ให้แน่ชัด ราชวงศ์อู่ปกครองราชบัลลังก์โดยฮ่องเต้อู๋ห่าวเทียน เขามีฮองเฮา หวงกุ้ยเฟย กุ้ยเฟยมารดาของเขาที่ถูกปลด และสนมขั้นอื่น ๆ อีกมากมาย

 ฮ่องเต้มีพระโอรสกับฮองเฮาสองพระองค์และองค์หญิงหนึ่งพระองค์ หวงกุ้ยเฟยมีพระโอรสสองพระองค์พอตั้งครรภ์บุตรคนสามก็เกิดแท้งขึ้นมาเมื่อห้าปีก่อน พระสนมกุ้ยเฟยถูกตั้งข้อหาว่าเป็นคนทำและถูกปลดมาเป็นสนมขั้นผิน และให้ย้ายมาอยู่ที่วังเหมันต์ พระสนมกุ้ยเฟยมีโอรสหนึ่งพระองค์คือองค์ชายห้า 

ราชวงศ์แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเพื่ออำนาจ เหล่าขุนนางตระกูลต่าง ๆ ตั้งตนสนับสนุนองค์ชายที่พวกเขาคิดว่าจะพาให้พวกเขารุ่งเรือง องค์ชายห้าที่โดดเด่นขึ้นมาเพราะออกรบและชนะศึกนับครั้งไม่ถ้วน จึงกลายเป็นโอรสองค์โปรดของฮ่องเต้ จึงสร้างความไม่พอใจให้กับใครหลาย ๆ คน ถึงแม้ฮ่องเต้จะแต่งตั้งองค์ชายใหญ่เป็นรัชทายาทแล้วก็ตาม แต่หลายคนก็ยังคงหวาดระแวงกลัวว่า ฮ่องเต้จะเปลี่ยนพระทัย

หนิงอันกลับมาถึงบ้านเมื่อยามบ่าย นางได้ให้เงินกับจางมู่ซวนไปหนึ่งร้อยตำลึง เขาทำท่าว่าจะไม่รับเพราะมากเกินไป แต่หนิงอันบอกเขาว่า ในวันข้างหน้านางยังคงต้องมีอะไรให้รบกวนเขาอีกเยอะ เขาจึงรับไปอย่างสบายใจ 

หนิงอันรีบปรึกษาเรื่องการสร้างบ้านใหม่ เพราะที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งสำคัญมาก ต้องทำให้มันมั่นคงและแข็งแรง แต่ว่าฮุ่ยหมิ่นเป็นกังวลกลัวว่าหากนำเงินไปใช้แล้ว หนิงอันรักษาไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร เก็บเงินเอาไว้ก่อนดีหรือไม่? หากรักษาไม่ได้ก็แค่คืนเงินเขาไป

“หนิงอันเจ้าแน่ใจหรือว่ารักษาองค์ชายได้?”

“แน่ใจเจ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านแม่ ไม่ต้องกังวลเชื่อใจข้านะเจ้าคะ” ฮุ่ยหมิ่นถอนใจออกมาอีกครั้งก่อนจะหันไปมองฮุ่ยเหม่ยด้วยสีหน้าหนักใจ นางจึงจับมือเขาไปตบเบา ๆ บนหลังมือเขา และส่งสายตาว่าให้เชื่อใจนาง

“เดี๋ยวข้าจะไปเดินสำรวจพื้นที่แถวนี้กับฮุ่ยอิงเจ้าค่ะ เพราะตอนนี้ข้ามีความคิดอยากหาเงินเต็มไปหมด หัตถ์ทองคำต้องเริ่มทำงานเสียทีเจ้าค่ะ”

“หัตถ์ทองคำคืออะไรหนิงอัน?” ฮุ่ยอิงเอ่ยถามอยากสงสัย

“มันก็คือมือของข้าที่สวรรค์ประทานให้ เพื่อให้ข้าหาเงินได้ง่ายขึ้น” หนิงอันเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าเบิกบาน

“จริงเหรอ? ท่านพ่อ ท่านแม่ อย่างนี้พวกท่านก็ไม่ต้องกังวลแล้วเจ้าค่ะพวกเราต้องเชื่อใจนางนะเจ้าค่ะและข้าก็ช่วยนางอีกแรง”

ฮุ่ยหมิ่นและฮุ่ยเหม่ยหันมายิ้มให้กันอย่างผ่อนคลาย หากเป็นอย่างที่นางว่าคงดีไม่น้อยจะได้หลุดพ้นจากชีวิตที่ยากลำบากนี้เสียที 

“เอาละพวกข้าจะเชื่อใจหนิงอัน พวกเจ้าไปเถอะระวังตัวด้วย”

หนิงอันหยิบร่ม เสียมอันเล็กและตะกร้าสานมาคล้องบนหลัง ส่วนฮุ่ยอิงหยิบเสียมอันเล็กและตะกร้าสานมาคล้องบนหลังเช่นกัน ทั้งสองมีสีหน้ามุ่งมั่นตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยม แต่แล้ววิญญาญพี่สาวของหนิงอันก็ลอยมายืนอยู่ตรงหน้าของทั้งสองคน

“หนิงอันแปลกมากเลยวิญญาณของข้าเหมือนจะมีพลังขึ้นมา สามารถสัมผัสสิ่งของได้เจ้าดูนี่สิ” นางลองหยิบถ้วยชาขึ้นมาให้หนิงอันดู ทุกคนมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างตกตะลึง และเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาเพราะว่าไม่มีใครไม่กลัวผี

“เป็นวิญญาณของพี่สาวข้าเองไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะ เหมือนว่าตอนนี้นางจะเริ่มหยิบจับสิ่งของได้แล้ว คงจะเกี่ยวกับพลังที่ข้าได้รับ จากการที่ช่วยเหลือผู้คนในวันก่อน หากเป็นเช่นนี้ข้าจะเปลี่ยนชื่อให้นางเป็นหนิงฮวา ข้าเชื่อว่าต่อไปนางอาจปรากฏตัวได้”

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นความจริง ชื่อหนิงฮวาดี ๆ เปลี่ยนชื่อแบบนี้ก็ดี นางจะได้จะหลุดพ้นโชคชะตาอันอาภัพนี้เสียที” ฮุ่ยเหม่ยเอ่ยออกมาน้ำตาคลอเบ้า รู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อยที่วิญญาณของนาง เหมือนจะได้รับพลังและสามารถหยิบจับสิ่งของได้ และในวันข้างหน้าพวกนางก็อาจได้เห็นนางอีกครั้ง 

“ข้าต้องไปแล้วพี่หนิงฮวาฝากดูแลทางนี้ด้วยนะเจ้าค่ะ หากอยากสื่อสารอะไรก็เขียนลงในกระดาษเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่จะได้อ่านได้”

“ได้เจ้าไปเถอะ”

หนิงอันและฮุ่ยอิงพากันเดินลัดเลาะทุ่งหญ้าจนมาถึงเนินเขา ก่อนจะหยุดยืนมองกลับไปยังจุดที่จากมา เห็นเพียงหลังคาบ้านที่อยู่ไกลออกไป

“โอ้โหฮุ่ยอิงพวกเราเดินมาไกลเหมือนกันนะ หากว่ามาไกลเช่นนี้สงสัยต้องได้ค้างคืนอยู่ในป่าเพราะหากต้องเดินทางกลับคงมืดค่ำพอดี”

“หากต้องค้างในป่าพวกเขาต้องเป็นห่วงพวกเราแน่”

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวข้าให้พี่หนิงฮวาเขียนลงในกระดาษบอกท่านพ่อท่านแม่ ว่าพวกเราปลอดภัยดีและคงต้องค้างคืนอยู่ที่สักคืน”

“จริงด้วยข้าลืมไปเลย” ฮุ่ยอิงพอได้ยินก็ร้องออกมาอย่างโล่งใจ จริงด้วยมีวิญญาณของหนิงฮวาคอยสื่อสารกับหนิงอันแบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่า บิดาและมารดาจะเป็นห่วง แบบนี้ก็สำรวจพื้นที่อย่างสบายใจ

“หนิงอันถ้าเช่นนั้นพวกเราก็สำรวจให้ทั่วไปเลยไหน ๆ ก็ได้มาแล้ว”

“ข้าก็คิดแบบนั้นแหละ เพราะข้ามีความใฝ่ฝันอยากเดินป่าดูสักครั้ง อย่ามัวเสียเวลาเลยเราไปกันเถอะ แต่ว่าเราต้องไม่เดินบนเส้นทางที่ชาวบ้านเขาเดินกัน เพราะแบบนั้นเราจะไม่พบอะไรอย่างแน่นอน”

“แต่ว่าแบบนั้นมันจะอันตรายมากเลยนะ อาจพบเจอสัตว์ป่าที่ดุร้ายข้ากลัว”

“มากับข้าเจ้าไม่ต้องกลัวไปกันเถอะ”

หนิงอันเดินนำออกไปพร้อมใช้เสียมอันเล็กแหวกทางเพื่อเดินนำฮุ่ยอิงที่เดินตามหลัง หนิงอันใช้มือสัมผัสต้นไม้ใบหญ้าไปเรื่อย เพื่อรอให้ระบบบอกนางหากเจอสิ่งใดที่มีประโยชน์ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ยินเสียงระบบบอกสิ่งใด สงสัยต้องเข้าไปให้ลึกกว่านี้อีก

หนิงอันพาฮุ่ยอันเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ยิ่งเข้าไปในป่าลึกแสงแดดก็เริ่มหดหาย แต่หนิงอันก็ยังคงเดินต่อไปพร้อมกวาดตามองสิ่งที่เรียกว่าสมุนไพรหายาก แต่แล้วหนิงอันก็ก้าวพลาดเพราะแสงสว่างไม่เพียงพอจึงมองไม่เห็น ด้วยสัญชาตญาณนางจึงรีบคว้าร่างของฮุ่ยอิง จึงทำให้ตกลงไปในหลุมนั้นด้วยกันทั้งสองคน ตูม!! สองร่างตกลงมายังแอ่งน้ำด้านล่างที่มีระดับน้ำสูงท่วมหัว

หนิงอันรีบตรงเข้าช่วยฮุ่ยอิงที่ว่ายน้ำไม่เป็น ก่อนจะว่ายน้ำพาไปยังโขดหิน ฮุ่ยอิงสำลักน้ำหน้าดำหน้าแดง ร่างกายสั่นเทาด้วยความหนาวและหวาดกลัว หนิงอันดึงร่างของนางมากอดปลอบใจ

“ไม่ต้องกลัวเจ้าปลอดภัยแล้ว ตรงนั้นเหมือนจะมีถ้ำเดี๋ยวข้าจะก่อไฟเจ้าจะได้ไม่หนาว” หนิงอันเดินไปสำรวจถ้ำก่อนจะวางตะกร้า เสียมและร่ม จากนั้นก็เดินไปหาเก็บฟืน มากองเอาไว้ในถ้ำ ก่อนจะไปหยิบร่มมากาง “หากข้าขอไม้ขีดไฟพลังของข้าจะลดไปเท่าใด?”

“ตอนนี้ร่มเป็นสีแดงสีก็จะลดไปเป็นสีชมพู แต่หากเจ้าลองจุดไฟด้วยตนเองจากสีแดงก็อาจจะเป็นสีส้มเลยนะ” พอได้ยินว่าร่มจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม หนิงอันก็ฮึดสู้ขึ้นมา รีบไปหยิบกิ่งไม้แห้งมาถูกันไปมาอย่างตั้งใจ ฮุ่ยอิงรีบลุกขึ้นมาช่วยหลังจากหายตกใจแล้ว

ผ่านไปหนึ่งก้านธูปก็ยังไร้วี่แววว่าไฟจะลุกขึ้นมา หนิงอันเริ่มเหนื่อยและเริ่มท้อ น้ำตาเริ่มไหลออกมาเพราะมือของนางเริ่มพองและรู้สึกเจ็บ แต่ก็พยายามกัดฟันถูไม้ต่อไปอย่างอดทน จนสุดท้ายก็เริ่มมีควันไฟแล้วไฟก็ลุกพรึ่บขึ้นมา หนิงอันรีบนำไปวางกับเศษไม้ พอไฟเริ่มติดนางก็นำไม้มาสุมมากขึ้น ไม่นานกองไฟก็ลุกโชน หนิงอันยิ้มออกมาทั้งน้ำตาด้วยความดีใจ ถึงแม้จะน้อยใจในโชคชะตาในคราแรก แต่พอเห็นผลงานที่ทำขึ้นมาจนสำเร็จด้วยตนเอง นางก็รู้สึกภูมิใจจนน้ำตาไหล

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel