บท
ตั้งค่า

ตอนที่5 ถูกพิษและถูกไสยศาสตร์

จางมู่ซวนนำรถวัวเทียมเกวียนออกมา เมืองตงซิ่วอยู่ห่างจากหมู่บ้านราวห้าลี้ ใช้เวลาเดินทางราว ๆ หนึ่งก้านธูปก็ถึง ฮุ่ยหมิ่นนั่งอยู่ด้านหน้ากับจางมู่ซวน ส่วนหนิงอันและฮุ่ยอิงนั่งอยู่ด้านหลัง

เมื่อเดินทางมาถึงวังเหมันต์ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ กำแพงโอบล้อมกินพื้นที่เกือบหนึ่งร้อยไร่ หน้าประตูวังมีทหารองครักษ์อยู่ห้าคนด้วยกัน จางมู่ซวนจอดรถเกวียนไว้ข้างกำแพง จากนั้นพวกนางก็พากันเดินไปที่หน้าประตูวัง

“มาหาใคร?” ทหารองครักษ์มองพวกนางตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะถามขึ้นมาอย่างสงสัย เพราะดูจากการแต่งกายคงเป็นชาวบ้านทั่วไป

“ข้าอยากพบท่านหมอหลวงเจ้าค่ะ ท่านช่วยไปบอกเขาทีเจ้าค่ะว่าข้ามีสมุนไพรหายากมาเสนอ”

ฮุ่ยหมิ่น จางมู่ซวน ฮุ่ยอิง ถึงกับตัวแข็งค้างเมื่อได้ยินนางโกหกคำโตของหนิงอัน แย่แล้วนางโกหกออกไปแบบนี้จะเป็นอะไรหรือไม่? ไม่น่าเชื่อนางเลยจริง ๆ

“สมุนไพรหายาก? ขอข้าดูหลักฐาน” หนิงอันหยิบต้นหญ้าหน้าตาแปลกประหลาดออกมา ที่นางเห็นในระหว่างเดินไปขึ้นรถเกวียน ระบบบอกนางว่าเป็นต้นหญ้าธรรมดาทั่วไปเท่านั้น แต่นางกลับหยิบติดมือมาด้วยเพราะจะใช้เป็นข้ออ้างเพื่อพบหมอหลวง ทหารองครักษ์ผู้ซึ่งไม่รู้เรื่องสมุนไพร บอกพวกเขาว่าให้รออยู่ตรงนี้เดี๋ยวเขาไปแจ้งหมอหลวงก่อน

“หนิงอันนั้นต้นสมุนไพรหายากจริงรึ?” ฮุ่ยหมิ่นแอบถามนางขึ้นมาทันที 

“ไม่ใช่เจ้าค่ะ”

“หา!..แล้วเจ้ายังจะโกหก แย่แล้วทีนี้จะทำอย่างไรดี”

“ท่านพ่อใจเย็น ๆ ข้ามีวิธีโปรดอยู่ในความสงบเจ้าค่ะ”

“แต่ว่า…”

“ไหนใครบอกว่ามีสมุนไพรหายาก เอามาดูหน่อยสิ” ชายชราท่าทางมีความรู้เดินออกมาอย่างเร่งรีบและมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจอย่างไม่ปิดบัง ฮุ่ยหมิ่น จางมู่ซวนหน้าซีดลงทันที แข้งขาเริ่มสั่นหวาดกลัวความผิด นี่สินะที่เขาบอกคบเด็กสร้างบ้าน มันจะนำพาความเดือดร้อนมาให้

“ข้าเองเจ้าค่ะ” ลู่จื้อมองดรุณีน้อยวัยเยาว์อย่างพิจารณา เด็กวัยนี้จะรู้เรื่องสมุนไพรหายากได้อย่างไร 

“เอามาให้ข้าดูหน่อย” เขาแบมือมาตรงหน้าหนิงอัน นางจึงยืนมือไปจับข้อมือเขาทันที เขามองการกระทำของนางอย่างแปลกใจ 

“ท่านมีโรคประจำตัวเรียกว่าโรคเก๊าท์ ห้ามกินเนื้อวัวและสัตว์ปีก มิเช่นนั้นจะทำให้ท่านเจ็บปวดตามข้อกระดูก อีกอย่างท่านเป็นโรคนอนไม่หลับและยังเป็นความดันต่ำ จึงทำให้วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดและอ่อนเพลีย”

“จะ…เจ้ารู้ได้อย่างไร?” ลู่จื้อตกตะลึงอ้าปากค้างมองนางอย่างไม่เชื่อสายตา นางมีวิชาแพทย์หรือนี่ น่าเหลือเชื่อ!!

“เพียงข้าจับชีพจรก็บอกได้ถึงสาเหตุของอาการป่วยเจ้าค่ะ ข้าจึงอยากมาเสนอตรวจอาการขององค์ชาย เผื่อว่าข้าจะมีวิธีรักษาเจ้าค่ะ?” หนิงอันกล่าวจบก็ก้มโค้งให้ลู่จื้ออย่างนอบน้อม 

ลู้จื้อยังคงยืนนิ่งเพราะตั้งตัวไม่ทัน ทั้งตกใจและประหลาดใจกับความสามารถของนาง “เอ่อ..พวกเจ้าเข้ามากันก่อน” เขาเชื้อเชิญให้เข้าไปด้านใน ก่อนจะพาไปที่เรือนของหมอ ฮุ่ยหมิ่นและจางมู่ซวนถอนใจออกมาอย่างโล่งอกปาดเหงื่อทิ้งแทบไม่ทัน

ลู่จื้อพามายังเรือนของหมอประจำวังเหมันต์ ที่มีสมุนไพรตากเอาไว้มากมาย หมอหลวงบางคนคัดสมุนไพร บางคนนั่งอ่านศึกษาตำรา หนิงอันมองพวกเขาอย่างสนใจลู่จื้อ พาพวกเขามานั่งยังห้องรับรอง ก่อนที่เขาจะถามหนิงอันขึ้นมา

“ข้าจะให้เจ้าจับชีพจรของหมออีกคน ข้าเพียงต้องการความแน่ใจ”

“ได้เจ้าค่ะ”

“เจียวลู่เจ้ามานี่หน่อย เอาละเจ้าลองให้นางจับชีพจรดูหน่อย”

“ได้ขอรับ” เจียวลู่รีบยื่นแขนไปตรงหน้าหนิงอัน นางจึงยกมือไปจับชีพจรของเขาอย่างนิ่งสงบ 

“ท่านเหมือนจะเป็นโรคท้องผูก ขับถ่ายลำบากและทรมาน อีกทั้งน่าจะเริ่มเป็นริดสีดวงด้วยเจ้าค่ะ”

“นางพูดถูกหรือไม่?”

“ถูกต้องขอรับ” เขาตอบออกมาด้วยสีหน้าเขินอาย เรื่องนี้เป็นความลับของเขาเลยนะ นางตรวจรู้ได้อย่างไรน่าขายหน้าชะมัด

“อืมเจ้ากลับไปทำงานต่อเถอะ แม่นางน้อยเจ้ามีนามว่าอะไร”

“ข้าชื่อหนิงอันเจ้าค่ะ”

“หนิงอันเจ้าตามข้ามา ส่วนพวกเจ้ารอรู้ตรงนี้”

ลู่จื้อพาหนิงอันเดินไปยังศาลาที่องค์ชายห้าชอบมานั่งอยู่เป็นประจำ เขาชอบมานั่งให้อาหารปลาและมองดูปลาที่แหวกว่ายไปมาอย่างเพลิดเพลิน องค์ชายห้าใช้เวลาอยู่ที่ศาลาวันหนึ่งหลายชั่วยาม นอกจากศาลาก็เป็นห้องตำรา ที่เขาไปหมกตัวอยู่ได้นานทั้งวัน

“ถวายบังคมองค์ชาย ขออภัยที่มารบกวนพ่ะย่ะค่ะ พอดีกระหม่อมมีเด็กน้อยผู้หนึ่ง นางมีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ กระหม่อมจึงอยากให้นางลองตรวจพระองค์ดูหน่อยพ่ะย่ะค่ะ” อู๋ห่าวหรานถอนใจออกมา ก่อนจะยื่นแขนมาด้านข้าง โดยไม่หันมองแม้แต่น้อย

“หนิงอันเจ้าลองตรวจดูหน่อย”

“เจ้าค่ะ” หนิงอันขยับเข้าไปยืนด้านข้างแล้วยกมือมาสัมผัสชีพจรของเขาอย่างแผ่วเบา แค่เพียงปลายนิ้วของนางสัมผัส ดูเหมือนเขาจะรับรู้ถึงกระแสพลังบางอย่าง ไหลไปที่ขาของเขาทั้งสองข้าง แปลกมากเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี ที่ขาของเขามีความรู้สึก เขาจึงรีบหันมามองหน้าหนิงอันทันที

ดวงตาของนางและเขาสบตากันอย่างจัง ดรุณีน้อยวัยเยาว์ผู้นี้เป็นใครกัน แม้จะอยู่ในเสื้อผ้าที่เก่าและซีด แต่ก็ไม่อาจบดบังความงดงามที่เปล่งประกายออกมา หากนางเติบโตไปจะงดงามมากเพียงใดกันนะ ดวงตากลมโตใสกระจ่างจ้องมองมาที่เขาอย่างนิ่งสงบ

หนิงอันรอฟังเสียงจากระบบว่าจะบอกนางว่าอย่างไร เขาก็เอาแต่มองนางนิ่งโดยไม่เอ่ยสิ่งใด นอกจากขาพิการแล้วเขาเป็นใบ้ด้วยหรือไม่นะ 

“ร่างกายมีพิษคล้ายยาไซยาไนด์เป็นพิษร้ายแรงไม่มีสีไม่กลิ่นและยังมีพิษเยือกแข็งที่ทำให้กล้ามเนื้อหยุดการทำงาน การใช้พิษเยือกแข็งมาร่วมด้วยก็เพื่อต้องการไม่ให้พิษไม่ไหลไปที่อื่น องค์ชายจึงไม่เป็นอะไรแต่ขาจะไร้ความรู้สึกเพคะ”

“...”

ความเงียบเข้ามาปกคลุมบรรยากาศหลังจากนางกล่าวจบ องค์ชายห้าถึงกับตัวเย็นเยียบ เขารู้ว่าถูกพิษแต่ไม่เคยรู้ว่ามันคือพิษอะไร เพราะหมอหลวงก็ตรวจหาไม่พบ นางเป็นหมอน้อยเทวดาอย่างนั้นหรือ แต่ว่ายาไซยาไนด์ตั้งแต่เกิดมาเขาก็เพิ่งได้ยิน

ลู่จื้อหมอหลวงยามนี้ไม่ต่างอะไรจากองค์ชาย ห้า หลังจากได้ฟังเขาก็ยืนครุ่นคิด นางจะเก่งกาจเกินไปแล้ว วัยเพียงเท่านี้แต่วิชาเเพทย์สูงส่ง ไม่ได้! เขาต้องดึงนางมาไว้ใกล้ตัว คนแบบนี้หนึ่งร้อยปีจะมีสักครั้ง เขาต้องหาทางนางโน้มน้าวให้นางมาทำงานด้วย

“แล้วมีวิธีรักษาหรือไม่?” ลู่จื้อถามด้วยสายตาคาดหวัง

“ก็พอมีเจ้าค่ะ นอกจากขาองค์ชายจะไร้ความรู้สึกแล้ว มีอย่างอื่นอีกหรือไม่เพคะ?” คราวนี้นางหันไปถามเขาเพราะอยากรู้ว่าเขาพูดได้หรือไม่ แต่กลับเป็นหมอหลวงที่ตอบขึ้นมาแทน

“คืนพระจันทร์เต็มดวงองค์ชายจะรู้สึกเจ็บปวดทรมานคล้ายมีเข็มนับพันมาทิ่มแทงตามร่างกาย ข้าก็ทำได้เพียงให้ยาต้านพิษแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก” หนิงอันได้ฟังก็รู้สึกสงสารเขาจับใจ ชีวิตนางว่าหนักแล้วเขาหนักกว่านางอีก แต่ว่านั่งเงียบไม่พูดไม่จาเช่นนี้ หรือว่าปากเป็นอัมพาต! เพราะถูกพิษไปด้วย

“คือองค์ชายพูดไม่ได้หรือเจ้าคะ?” นางหันไปถามหมอหลวงอย่างสงสัย แต่แล้วเป็นเขาที่พูดขึ้นมา

“ข้าพูดได้เพียงแต่ไม่มีอะไรจะพูด” เขาเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิวจนฟังแทบไม่ได้ยิน

“ทุกคืนวันพระจันทร์เต็มดวงจะมีอาการเจ็บปวดตามร่างกาย ฟังดูคล้ายถูกไสยศาสตร์เล่นงานนะเจ้าค่ะ ทั้งใช้พิษและไสยศาสตร์เช่นนี้ คนผู้นี้คงไม่ชอบองค์ชายเอามาก ๆ อุ๊บ! ขอประทานอภัยเพคะ”

“หนิงอันแล้วเจ้าพอจะช่วยได้หรือไม่?” ลู่จื้อร้อนใจรีบถามออกมา 

“ช่วยนะช่วยได้เจ้าค่ะ แต่ว่าการช่วยองค์ชายมันต้องใช้พลังมาก ต้องรออีกสักระยะรอให้ข้ามีพลังมากกว่านี้เจ้าค่ะ”

“1000ตำลึงเพียงพอต่อพลังของเจ้าหรือไม่?” องค์ชายห้ามองนางด้วยสายตาดูแคลน หนิงอันเห็นสายตาของเขาก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา แม้จะอยากได้เงินมากเพียงใดแต่เห็นสายตาแบบนี้ นางจะไม่ทน! 

“ที่จริงเงินหม่อมฉันก็อยากได้เงินมากเพราะยากจน แต่หากจะมาใช้สายตาดูถูกกันเช่นนี้ หม่อมฉันทูลลาเพคะ” กล่าวจบนางก็ยอบกายและเดินจากไปทันที 

“เจ้า! หยุดเดี๋ยวนี้!” โครม!! ร่างของเขาหล่นจากเก้าอี้ดังสนั่น หนิงอันหันมามองก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไป แต่เป็นลี่หยางองครักษ์ข้างกายองค์ชายห้าวิ่งมาดักหน้าหนิงอันเอาไว้เสียก่อน หนิงอันลอบยิ้มออกมากับการแสดงของนาง

“แม่นางน้อยช้าลงก่อนเถิด โปรดเข้าใจองค์ชายตั้งแต่เขาเดินไม่ได้ อารมณ์ก็แปรปรวนหงุดหงิดง่าย ที่จริงองค์ชายเขาเป็นคนจิตใจดีมาก”

“แต่ว่าสิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริง ข้าต้องสะสมพลังอีกสักหน่อยถึงจะช่วยได้ ข้าต้องใช้พลังขับพิษ แต่ว่าเงินก็อยากได้เหมือนกันเจ้าค่ะ” ลี่หยางหัวเราะออกมากับความซื่อตรงของนาง

“ถ้าเช่นนั้นข้าให้เจ้าสองพันตำลึงก่อนล่วงหน้า พร้อมเมื่อไหร่ค่อยมารักษาข้า” องค์ชายห้าที่ถูกโม่โฉวเข็นรถมาเอ่ยขึ้น

“ไม่กลัวว่าหม่อมฉันจะหลอกเอาเงินแต่รักษาไม่ได้หรือเพคะ?”

“ไม่เป็นไรถึงตอนนั้นข้าก็แค่ส่งคนไปตัดคอเจ้าก็แล้วกัน”

“หม่อมฉันจะรีบรักษาให้หายโดยเร็วไวเพคะ” เขาแอบยิ้มมุมปากกับความกะล่อนของนาง ดูเอาเถิดตัวแค่นี้แต่ความคิดฉลาดแพรวพราวเจ้าเล่ห์จนเขาแทบตามไม่ทัน

“ลี่หยางไปหยิบตั๋วเงินมาให้นาง”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“องค์ชาย! ยามนี้สมองของหม่อมฉันถูกกระตุ้นด้วยเงินสองพันตำลึง ความคิดโลดแล่นอย่างฉับพลัน เรื่องขับพิษเอาไว้ก่อนแต่เรื่องไสยศาสตร์ เราต้องรีบจัดการเพคะ”

“อย่างไร?”

“ขอมือหน่อยเพคะ” หนิงอันกางร่มออกแล้วเข้ามาจับมือของเขา ก่อนจะหลับตาลงแล้วเอ่ยถามร่มในใจ “ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าใครทำของใส่เขา?”

“เหมือนคนผู้นี้จะอยู่ที่วังหลวงนะเจ้าค่ะ?” ร่มตอบกลับมา

“แล้วข้าจะช่วยเขาได้อย่างไร?”

“ท่านต้องเอาเลือดของท่านผสมในอ่างให้เขาแช่ในวันพระจันทร์เต็มดวง เพื่อล้างเวทมนตร์ไสยศาสตร์เจ้าค่ะ ส่วนขับพิษท่านต้องใช้เข็มเจาะนิ้วเท้าทั้งสิบแล้วใช้พลังขับพิษออกเจ้าค่ะ”

“วิธีง่ายเช่นนี้เหตุใดไม่มีใครทำ?”

“เป็นเพราะว่าไม่มีใครรู้ว่าถูกพิษอะไร อีกอย่างคนขับพิษไม่ใช่ว่าใครก็จะทำได้ นอกจากพลังจากหัตถ์ทองคำเจ้าค่ะ”

หนิงอันคุยกับร่มจนเข้าใจก็หุบร่มลง แล้วหันมามององค์ชายแล้วเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง

“ดูเหมือนคนทำไสยศาสตร์จะอยู่ที่วังหลวง ต้องรอให้ถึงวันพระจันทร์เต็มดวง หม่อมฉันถึงจะถอนไสยศาสตร์ได้เพคะ ถ้าเช่นนั้นวันนี้หม่อมฉันต้องขอทูลลาเพคะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel