บท
ตั้งค่า

ตอนที่4 อยากลองไปตรวจอาการ

วังเหมันต์ เมืองตงซิ่ว

องค์ชายห้าอู๋ห่าวหรานนั่งนิ่งอยู่บนรถเข็นเหม่อมองออกไปยังท้องฟ้าอันกว้างไกลอย่างเลื่อนลอย เป็นเวลาห้าปีแล้วที่เขาถูกพิษและเดินไม่ได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาเขากลายเป็นคนพิการต้องนั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีสององครักษ์คนสนิทคอยพยุงและให้การช่วยเหลือ

พระมารดาของเขาถูกปลดจากตำแหน่งพระสนมกุ้ยเฟยให้เหลือเพียงสนมขั้นผิน เพราะมีความผิดโทษฐานมีส่วนทำให้หวงกุ้ยเฟยแท้งบุตร ฮ่องเต้มีพระราชโองการสั่งให้พระสนมย้ายจากวังหลวงมาอยู่ที่วังเหมันต์ยังเมืองตงซิ่ว พระสนมรู้ดีว่าถูกใส่ร้ายแต่ก็ไม่ได้แก้ตัวแต่อย่างใด เพราะนางต้องการที่ออกมาจากวังหลวง เพื่อมาคอยดูแลองค์ชายห้าที่วังเหมันต์

 ห้าปีก่อนฮ่องเต้ได้มีพระราชโองการมอบเมืองตงซิ่วให้องค์ชายห้าเป็นรางวัลที่เขาได้พากองทัพออกรบและชนะศึกสงคราม และเพื่อปลอบใจที่เขาถูกพิษในระหว่างรบและเดินไม่ได้ 

องค์ชายห้าได้แต่เก็บความรู้สึกเจ็บปวดและเจ็บแค้นเอาไว้ภายในใจ เขารู้ดีว่ามีคนต้องการให้เขาถูกพิษเพื่อที่เขาจะได้เดินไม่ได้อีกต่อไป การลอบทำร้ายเขาในสนามรบเป็นแผนการที่ดี เพราะจะได้ไม่มีใครระบุตัวคนร้ายได้ว่าเป็นใคร เขาโดดเด่นเกินไปจึงทำให้หลาย ๆ คนไม่พอใจ โดยเฉพาะเหล่าองค์ชายด้วยกัน 

 องค์ชายห้าเริ่มออกรบตั้งแต่อายุ15จนเวลานี้เขาอายุ23ปี ผลงานของเขาโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ จนได้ขนานนามว่าเป็นเทพสงครามและกลายเป็นพระโอรสคนโปรดของฮ่องเต้ สงครามครั้งล่าสุดองค์ชายห้าได้นำทัพออกรบและชนะศึกอีกครั้ง แต่พอประกาศชัยชนะเสร็จ เขาก็ถูกลอบทำร้ายโดยลูกธนูอาบยาพิษกับขาทั้งสองข้างของเขา เขาตกลงมาจากหลังม้าและหมดสติไป เขาก็ได้ถูกนำกลับมารักษาที่เมืองหลวง แต่หมอหลวงก็ไม่สามารถรักษาขาของเขาให้หายได้ เขาจึงต้องกลายเป็นคนพิการตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

ลี่หยางองครักษ์ขององค์ชายห้าเดินถือถาดยามาที่ศาลาริมน้ำ โดยมีโม่โฉวองครักษ์อีกคนยืนกอดอกอยู่ด้านหลังรถเข็นอย่างสงบนิ่ง องค์ชายห้าใช้เวลาอยู่ที่ท่าน้ำเป็นเวลาสองชั่วยามแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าภายในใจเขาคิดอะไรอยู่ ตั้งแต่เขาเดินไม่ได้ก็พูดน้อยลงจนบางครั้งแทบไม่พูดเลย ลี่หยางและโม่โฉวที่เติบโตมาด้วยกัน รับรู้ถึงความเจ็บปวดของเขาดี แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้

“องค์ชายถึงเวลาดื่มยาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ลี่หยางยื่นถ้วยยาที่ส่งควันลอยในอากาศบ่งบอกว่ายังคงร้อนอยู่ เขารับมาถือไว้อย่างสงบนิ่ง หากเขาไม่ดื่มยาต้านพิษคืนที่พระจันทร์เต็มดวง ร่างกายของเขาจะเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ที่เหมือนมีเข็มนับร้อยนับพันมาทิ่มแทงร่างกาย เขามีชีวิตอยู่อย่างเจ็บปวดทรมาน แต่เขาก็อดทนที่จะไม่ฆ่าตัวตาย เพราะเขาจะต้องมีชีวิตอยู่เพื่อเป็นหนามคอยทิ่มแทงคนที่ต้องการให้เขาตาp

เช้าวันต่อมาหนิงอันและฮุ่ยอิงก็เตรียมตัวที่จะออกไปเดินสำรวจดูรอบ ๆ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ยังไม่เคยออกไปเดินสำรวจแบบจริง ๆ จัง ๆ เลยสักครั้ง แต่เพราะครั้งนี้เป็นหนิงอันคนใหม่ที่พร้อมเผชิญหน้ากับโลกกว้างและต้องการสร้างฐานะ จึงจำเป็นต้องออกไปสำรวจพื้นที่ ว่านางจะสามารถทำเงินจากอะไรได้บ้าง

“หนิงอันหากในวันข้างหน้าครอบครัวของเจ้าอยากมารับเจ้ากลับไป เจ้าจะกลับไปหรือไม่” ฮุ่ยเหม่ยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อเห็นนางเดินออกมาจากห้อง ตะวันที่มาอยู่ในร่างของหนิงอันหันไปมองวิญญาณของพี่สาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นางส่ายหัวปฏิเสธทันที หนิงอันจึงหันไปตอบตามความรู้สึกของตนเองว่า

“ตั้งแต่เกิดมานางก็มีพวกท่านเป็นดั่งครอบครัว ข้าที่เพิ่งมาอยู่ยังสามารถรับรู้ได้เลยเจ้าค่ะว่าทุกคนดีกับข้ามาก ข้าสามารถตอบแทนนางได้อย่างมั่นใจว่า ไม่มีทางกลับไปอย่างแน่นอน และข้ายังจะทำให้ครอบครัวของเราอยู่ดีกินดีร่ำรวยขึ้นมาให้ได้เจ้าค่ะ” หนิงอันเอ่ยจบก็หันไปมองเรือนที่ทรุดโทรม คงจะพังลงมาไม่วันใดก็วันหนึ่ง หากมีเงินก็สามารถสร้างบ้านหลังใหม่ได้ ลองถามร่มดูหน่อยว่าหากขอเป็นเงินจะได้หรือไม่ หนิงอันจึงหยิบร่มออกมากางอีกครั้ง

“ท่านหัตถ์ทองคำต้องการสิ่งใดหรือเจ้าคะ?”

“ข้าอยากรู้ว่าหากข้าขอเป็นเงินระบบจะให้ข้าหรือไม่?” ยามนี้หนิงอันไม่จำเป็นต้องปิดบังพวกเขาอีกต่อไป เพราะนางคิดว่าพวกเขาคงจะเริ่มเข้าใจทีละนิด เรื่องบางเรื่องอธิบายไปยุ่งยากให้พวกเขาเห็นเองสงสัยก็ถามนางได้ 

“ท่านจะขออะไรก็ได้ทั้งนั้นแต่พลังที่ท่านสะสมมาจะลดลงยิ่งขอเป็นเงินพลังก็จะลดลงไปมากทีเดียว เพราะระบบต้องการให้ท่านสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของท่านเอง เพราะท่านได้หัตถ์ทองคำมาเจ้าค่ะ ในกรณีที่ท่านขอยาระบบส่งมาให้เพราะมันจำเป็นที่ต้องช่วยชีวิตคนเจ้าค่ะ”

หนิงอันถอนใจออกมาไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ จริงๆ สินะ แต่ว่าแค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้วอย่างน้อยก็มีระบบมาช่วยจะบ่นไปทำไมห้ามท้อเด็ดขาด นางจะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตานี้แน่นอน อย่างน้อยมาอยู่ในยุคนี้นางก็มีครอบครัวที่รักนางอย่างจริงใจ ร่างนี้อายุเพียงแค่13ปียังมีเวลาอีกมากที่ต้องเรียนรู้และนางเชื่อว่าความพยายามอยู่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น มองโลกในแง่ดีจะได้มีพลังต่อสู้ในวันต่อไป

แต่ว่าบ้านหลังนี้ก็ต้องรีบซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน เพราะว่าคงทนแดดทนฝนอยู่ได้อีกไม่นานแน่

“เราต้องหาเงินมาซ่อมบ้านหลังนี้หรือไม่ก็ต้องสร้างบ้านหลังใหม่เจ้าค่ะ”

“แต่ว่าเงินที่มีอยู่ตอนนี้มีแค่100ตำลึง หากนำไปใช้ข้ากลัวว่าเราจะไม่มีเงินซื้ออาหาร” ฮุ่ยเหม่ยเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเศร้าหมอง หนิงอันมองนางอย่างเข้าใจ สาเหตุทั้งหมดมาจากนาง ไม่มีใครคิดจะจ้างงานท่านพ่อหรือท่านแม่ก็เพราะนาง เพราะฉะนั้นนางจะต้องรีบแก้ไขและเปลี่ยนแปลงมันด้วยตัวนางเอง

“ฮุ่ยหมิ่น! ข้าและชาวบ้านได้รวบรวมข้าวสารอาหารแห้งมาให้ เป็นการขอบคุณที่หนิงอันช่วยรักษาคนป่วย ยามนี้พวกเขาดีขึ้นมากแล้ว” จางมู่ซวนหัวหน้าหมู่บ้านกับชาวบ้านอีกสามคน ช่วยกันลากรถลากที่มีของอยู่บนรถเต็มคันมาที่หน้าบ้าน

ฮุ่ยหมิ่นรีบเดินไปต้อนรับอย่างอัธยาศัยดี เขาไม่ใช่คนชอบคิดมากในเมื่อพวกเขามาดีและมีไมตรีเช่นนี้ ก็ควรตอบรับตามมารยาทที่ดี

“ขอบคุณมาก”

“ไม่เป็นไรว่าแต่จะไปไหนกันหรือ”

“อ่อพวกข้าจะออกไปเดินสำรวจแถว ๆ นี้ เพื่อเจอสมุนไพรหายากจะได้เก็บเอาไปขายในเมือง” ฮุ่ยหมิ่นเอ่ยติดตลกเพราะสมุนไพรหายากไหนเลยจะมี ชาวบ้านก็ออกเดินเก็บกันทุกวัน หากมีก็คงถูกเก็บเอาไปหมดแล้ว จางมู่ซวนหลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะชะงักเพราะนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“จะว่าไปหากว่าเจ้าเจอสมุนไพรหายากจริง ๆ ก็คงจะรวยไปเลยอะนะ ข้าได้ข่าวว่าทางวังเหมันต์ต้องการสมุนไพรหายากหลายชนิด เพื่อนำไปปรุงยารักษาองค์ชายห้า”

หนิงอันพอได้ยินว่าคำว่าสมุนหายากเจอแล้วจะรวยไปเลยก็หูผึ่ง นางต้องรีบหาแต่ว่าหากมีจริงคนก็คงพากันเก็บไปแล้ว คงไม่รอจนถึงมือนางหรอก แต่ว่ามันก็ไม่แน่เหมือนกัน ไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไร อีกอย่างนางมีหัตถ์ทองคำต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ พอคิดมาถึงตรงนี้ใจหนิงอันก็เต้นแรงอย่างตื่นเต้น อยากรีบออกไปหาเสียเดี๋ยวนี้เลย

“ท่านลุงแล้วองค์ชายป่วยเป็นอะไรหรือเจ้าคะ?”

“องค์ชายห้าถูกลอบทำร้ายในระหว่างสู้รบ ถูกธนูพิษปักที่ขาทั้งสองข้าง จากนั้นองค์ชายก็เดินไม่ได้มาห้าปีแล้ว หมอหลวงที่อยู่ประจำวังเหมันต์ พยายามคิดค้นสูตรยาเพื่อรักษาแต่ก็ยังไม่ได้ผล”

“ข้าอยากไปลองดู”

“อะไรนะ!!” ทุกคนร้องออกมาด้วยความตกใจ 

“ลองดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่เจ้าคะ ข้าอยากไปตรวจดูอาการดูก่อน ข้าถึงจะหาสมุนไพรได้ถูกต้อง ท่านลุงท่านพาข้าไปทีนะเจ้าคะ หากข้ารักษาได้ข้าจะแบ่งเงินให้ท่านอย่างแน่นอน”

จางมู่ซวนรีบครุ่นคิดหากว่านางรักษาได้ เขาที่เป็นเพียงหัวหน้าหมู่บ้าน ก็จะมีความดีความชอบตามไปด้วย ลองดูก็ไม่เสียหายอันใดแต่ว่าการเข้าไปที่วังเหมันต์มันไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่ว่าใครคิดจะเข้าไปก็ไปได้เลย เขาจะทำอย่างไรดีนะ

“มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่เข้าไปที่นั่นนะสิ” เขาทำหน้ายุ่งยากใจขึ้นมาหนิงอันจึงรีบเอ่ยขึ้น

“ท่านลุงพาข้าไปที่หน้าวังเดี๋ยวข้าคุยกับทหารองครักษ์เองเจ้าค่ะ”

“มันจะดีเหรอ?”

“ดีเจ้าค่ะ” เมื่อเจอแรงยุเขาก็ทนไม่ไหว

“ได้งั้นไปกันตอนนี้เลย”

“ท่านแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะข้าและฮุ่ยอิงจะดูแลตัวเองอย่างดีเจ้าค่ะ” ฮุ่ยเหม่ยมองนางอย่างเป็นกังวล แต่นางดูมีความมั่นใจอยู่ไม่น้อยคงต้องลองเชื่อใจนางดูสักครั้ง

ฮุ่ยเหม่ยรีบวิ่งไปหยิบเงินมาสิบตำลึงแล้วยื่นให้ฮุ่ยหมิ่น “ท่านพี่ดูแลพวกนางดี ๆ นะเจ้าคะ” ฮุ่ยหมิ่นพยักหน้ารับ ก่อนจะพาพวกนางเดินตามหัวหน้าหมู่บ้านไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel