บท
ตั้งค่า

ตอนที่3 อคติกับความเชื่อที่งมงาย

“เจ้าอู่ถงเจ้าบ้าไปแล้วหรืออย่างไร ที่นางทำไปก็แค่ยื้อเวลาเพราะไม่อยากย้ายออกไปจากที่นี่ เจ้าเอาชีวิตลูกชายมาเสี่ยงเช่นนี้ได้อย่างไร” จางมู่ซวนหัวหน้าหมู่เอ่ยขึ้นเพราะเขาคิดว่านางไม่มีทางรักษาคนป่วยได้อย่างแน่นอน

“นั่นนะสิข้าว่านางไม่มีทางรักษาได้หรอกนา เจ้าอย่าเสียเวลาดีกว่า”

เสียงจากกลุ่มคนที่มาเอ่ยขึ้นตลอดเวลา แต่ชายที่นามว่าอู่ถงไม่ได้ใส่ใจ ในเมื่อท่านหมอบอกว่าบุตรชายของเขาคงไม่รอด เขาจึงต้องลองแม้จะมีความหวังเพียงน้อยนิดก็ตาม หนิงอันตั้งอกตั้งใจเช็ดตัวให้เด็กคนนั้นอยู่เรื่อย ๆ เพราะไข้เขาสูงมาก

 นางให้ท่านพ่อจุดธูปเพื่อบอกเวลา นางเรียกฮุ่ยหมิ่งว่าท่านพ่อและฮุ่ยเหม่ยว่าท่านแม่ แม้จะรู้ว่าพวกเขาไม่ใช่พ่อแม่แท้ ๆ แต่เพราะเขาเลี้ยงหนิงอันมาตั้งแต่แบเบาะหนิงอันรักและเคารพพวกเขา นางจึงพอใจที่จะเรียกเช่นนี้ต่อไป

“ดูเหมือนไข้จะลดลงแล้วเจ้าค่ะ” หนิงอันจับชีพจรดูอีกครั้ง ก่อนจะรีบบอกเขาผู้นั้นอย่างตื่นเต้นดีใจ การช่วยเหลือคนได้ความรู้สึกมันดีอย่างนี้นี่เอง

“จริงหรือ?” อู่ถงรีบตรงเข้ามาจับร่างของบุตรชายด้วยความดีใจ

“เจ้าค่ะท่านรีบป้อนยานี้อีกเถอะเจ้าค่ะ”

“ได้ ๆ”

เขารีบประคองบุตรชายให้ลุกขึ้นนั่งพิงตัวเขา ก่อนจะหยิบเม็ดยามาป้อน จากนั้นก็ตามด้วยน้ำก่อนจะปล่อยให้เขานอนลงตามเดิม จู่ ๆ เด็กคนนั้นก็ค่อยลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ

“ท่านพ่อ” อู่ถงเพียงได้ยินบุตรชายเรียกชื่อเขาออกมาก็ถึงดีใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เขารีบคุกเข่าคำนับหนิงอันอย่างไม่อายใคร ลูกชายเขารอดตายแล้ว ขอบคุณสวรรค์ ๆ 

“แม่นางน้อยขอบคุณมากขอรับ”

คราวนี้ทุกคนที่ยืนดูอยู่รอบ ๆ บริเวณถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้าง จะเป็นไปได้อย่างไรนางอายุเพียงเท่านี้แต่กลับมีวิชาแพทย์ แต่ว่าดาวหายนะจะรักษาคนได้จริงหรือ ไหนใครบอกว่าใครอยู่ใกล้นางจะมีอันเป็นไป แต่ว่าครอบครัวของนางก็ไม่เห็นมีใครเป็นอะไร เฮ้อ! จะเชื่อใครดีนะเชื่อตาตัวเองดีที่สุด ต้องรีบไปพาคนที่บ้านมาให้นางรักษา

“แม่นางน้อยก่อนหน้านี้ข้ามองเจ้าผิดไป โปรดยกโทษให้กับความโง่เขลาของข้า โปรดช่วยรักษามารดาข้าด้วยเถิด” จางมู่ซวนหัวหน้าหมู่บ้านยามนี้ก้มหัวขอร้องให้หนิงอันช่วยเหลือ หนิงอันรีบหยิบร่มมากางออกดูเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูจาง ๆ ใจของหนิงอันเริ่มเต้นแรงขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นและมีความหวัง ยิ่งช่วยก็สะสมพลังนางต้องช่วยคนให้ได้เยอะ ๆ

สุภาษิตบอกว่าช่วยชีวิตคนดีกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น การช่วยเหลือเพื่อนมนุษญ์ได้อานิสงค์อันยิ่งใหญ่ นางจะต้องรีบทำเพื่อที่จะได้มีพลัง ทำบุญเพื่อหวังผลนั้นมีอยู่จริง

“พวกท่านพามาเลยเจ้าค่ะข้าจะได้สะสมบุญเอ้ย! ข้าจะได้ช่วยเหลือคนป่วยเจ้าค่ะ” หนิงอันยิ้มเจื่อนเมื่อหลุดพูดความจริงออกไป 

หนิงอันกลับไปยังห้องนอนแล้ว จากนั้นกางร่มออกอีกครั้ง “ข้าอยากได้ยาแบบเมื่อครู่อีกจะได้หรือไม่?”

“ได้เจ้าค่ะยิ่งช่วยคนมากก็ยิ่งมีบุญมาก คนรอบข้างก็จะได้รับอานิสงค์ไปด้วยโดยเฉพาะพี่สาวของท่าน”

“จริงหรือ? ถ้าเช่นยาจงรีบมาข้าต้องรีบช่วยชีวิตคนแล้วอย่างเร่งด่วน โอ๊ะ! มาแล้ว” หนิงอันรีบไปหยิบลังไม้มาใส่ยาที่ห่อใส่กระดาษมาอย่างดี โดยมีชื่อเขียนไว้บนห่อยาในแต่ละห่อว่า ยาลดไข้แก้ปวด ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ หนิงอันหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง ก่อนยกลังไม้ออกไปด้วยสีหน้าเบิกบาน

ยามนี้ชาวบ้านเริ่มทยอยกันมาแล้ว หนิงอันหันไปเห็นก็ฉีกยิ้มออกมา บุญบารมีกำลังไหลมาเทมา 

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ฮุ่ยอิง เราแยกคนป่วยออกเป็นสามระดับ หนึ่งเพิ่งเริ่มป่วย สองป่วยแล้วแต่ไม่หนักมาก สามหนักมากและไข้สูง พวกเราให้พวกเขาไปนั่งใต้ต้นไม้แยกกันนะเจ้าคะ ท่านพ่อท่านช่วยไปเขียนหมายเลขให้ทีเจ้าค่ะ”

“ส่วนท่านแม่ช่วยสอนพวกเขาเช็ดตัวแบบที่ข้าเช็ดก่อนหน้านี้นะเจ้าค่ะ ส่วนฮุ่ยอิงเจ้าคอยช่วยข้าอยู่ตรงนี้”

“ได้”

“หนิงอันข้าพาท่านแม่ของข้ามารักษา นางอายุมากแล้วเดินเหินลำบากข้าจึงใส่รถลากมา” จางมู่ซวนยามนี้เอ่ยกับหนิงอันอย่างนอบน้อม หนิงอันพยักหน้ารับรู้ก่อนจะลุกไปตรวจหญิงชราบนรถลาก

“ดูเหมือนนางจะมีหลายโรค ความดันโหหิตสูง โรคหัวใจ และก็มาป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่” หนิงอันบอกกับหัวหน้าหมู่บ้านจากเสียงของนางที่ได้ยินในหัว เขาได้ยินถึงกับหน้าถอดสีด้วยความตกใจ 

“ตอนนี้รักษาไข้หวัดใหญ่ไปก่อน พอหายดีค่อยมารักษาโรคอื่นเจ้าค่ะ ท่านให้นางกินยานี้ทุกสองชั่วยามหมั่นเช็ดตัวให้ไข้ลด อาหารก็ให้กินอาหารอ่อน ๆ ย่อยง่าย ๆ อย่างเช่นโจ๊ก ดื่มน้ำมาก ๆ ท่านจะพานางกลับไปรักษาที่บ้านก็ได้เจ้าค่ะ นางไม่ได้ป่วยหนักมากเพียงแต่อายุมากเเล้ว อาการจึงดูเหมือนเป็นหนักเจ้าค่ะ ข้าจะจัดยาให้ท่านนำกลับไป”

“ขอบคุณเจ้ามากหนิงอัน” จางมู่ซวนยามนี้ไม่มีหลงเหลือความเคลือบแคลงสงสัยในตัวนางอีกแล้ว นางช่วยผู้คนมากขนาดนี้จะเป็นตัวอัปมงคลได้อย่างไร ความเชื่องมง่ายไม่เป็นความจริงเลยสักนิด 

“คนต่อไปเจ้าค่ะ”

“บุตรสาวของท่านไข้สูงมาก พาไปนั่งใต้ต้นไม้หมายเลขสามนะเจ้าค่ะ ท่านแม่ของข้าจะช่วยสอนวิธึการเช็ดตัวอย่างถูกต้อง ส่วนยาเดี๋ยวข้าจะให้นางเอายาไปให้เจ้าค่ะ”

หนิงอันตรวจคนไข้อยู่อย่างนั้นจนครบทุกคน ฮุ่ยอิงก็ช่วยเหลือนางอย่างคล่องแคล่ว นางเฉลียวฉลาดบอกสิ่งใดก็จำได้อย่างแม่นยำ หนิงอันบอกทุกคนถึงการใช้ยา การดื่มน้ำให้มาก ๆ การเช็ดตัวและการล้างมือเพื่อรักษาความสะอาด จากนั้นนางก็บอกให้ทุกคนกลับไปดูแลกันที่บ้าน หากมีอะไรเร่งด่วนให้รีบกลับมาหานาง ทุกคนโค้งคำนับขอบคุณก่อนจะพากันแยกย้ายกลับไป

พอทุกคนกลับไปกันหมด หนิงอันก็รีบนอนแผ่หลาบนแคร่ไม้ทันทีด้วยความเหนื่อยล้า ฮุ่ยเหม่ยรีบตรงเข้าครัวทำอาหารง่าย ๆ หนิงอันมองพวกเขาอย่างอบอุ่นในหัวใจ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะร่างนี้หรือตัวนางที่เป็นเด็กกำพร้า พอมามีครอบครัวที่มอบความรักความเมตตาให้นางอย่างจริงใจ ก็ทำให้นางรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ขนาดพวกเขาไม่ใช่บิดามารดาแท้ ๆ ยังรักและดูแลนางเหมือนลูกในไส้ คนเช่นนี้ช่างน่านับถือยิ่งนัก

“หนิงอันวันนี้เจ้าเก่งมากเลยต่อไปเจ้าต้องสอนข้าบ้าง” ฮุ่ยอิงล้มตัวลงนอนข้างหนิงอัน

“ได้ข้าจะสอนเจ้าเราต้องเก่งไปด้วยกัน ต่อไปต้องมีคนมาขอให้รักษามากขึ้น เราต้องคิดค่ารักษาแต่ไม่ต้องแพงมากนัก ข้าคิดว่าพวกเราควรหาอย่างอื่นทำด้วยจะได้มีรายได้ ตอนนี้ชาวบ้านไม่มีอคติกับข้าแล้ว การหาเงินก็ไม่ยากอีกต่อไป”

“อาหารเสร็จแล้วข้าทำง่าย ๆ เพราะรู้ว่าทุกคนหิว ผัดผัก เนื้อเค็ม ข้าวสวย” ฮุ่ยเหม่ยยกถาดอาหารออกมาวาง ทุกคนจึงรีบมานั่งล้อมวงและเริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย

แม้จะเป็นเพียงอาหารง่าย ๆ แต่เพราะใจเรารู้สึกอิ่มเอมผ่อนคลายสบายใจ อาหารธรรมดาก็กลายเป็นอาหารเลิศรสได้เช่นกัน

“พรุ่งนี้เราลองเดินสำรวจดูรอบ ๆ ว่ามีสิ่งใดสามารถทำเงินได้บ้างเจ้าค่ะ”

“ข้าก็เคยเดินสำรวจดูไม่เห็นมีอะไรทำเงินได้เลย” ฮุ่ยหมิ่นเอ่ยขึ้นอย่างถอดใจ 

“ตอนนี้กับตอนนั้นไม่เหมือนกันเจ้าค่ะเดี๋ยวข้าไปเอาร่มก่อนนะเจ้าคะ” หนิงอันรีบวิ่งเข้าไปที่ห้องก่อนจะรีบวิ่งกลับออกมาพร้อมร่มในมือ พอมาถึงนางก็กางร่มออก ปรากฏว่าจากร่มสีขาวกลายเป็นสีแดง

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ฮุ่ยอิง พี่หญิง ร่มกลายเป็นสีแดงแล้วเจ้าค่ะ”หนิงอันเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ

“หนิงอันแล้วมันมีถึงสีอะไรบ้าง?”ฮุ่ยเหม่ยถามขึ้นมาบ้าง

 “ตอนนี้จะเป็นแดงต่อไปก็จะเป็นสีส้ม สีเขียว สีน้ำเงิน สีม่วง สีเงิน แล้วก็สีทอง โอ๊ย! ข้าดีใจมากเลยเจ้าค่ะ” หนิงอันกระโดดโลนเต้นด้วยความดีใจ 

“แล้วแต่ละสีมีความสำคัญอย่างไรหรือ?” ฮุ่ยอิงเอ่ยถามอย่างสนใจ

“เป็นระดับพลังในกายของข้า คนอื่นต้องฝึกฝนเพื่อฝึกวรยุทธ แต่กับข้าเพียงช่วยเหลือคนให้มาก ๆ พลังของข้าก็จะเพิ่มขึ้นมาเอง”

“ที่เจ้ากระตือรือร้นช่วยเหลือคนก็เพราะสิ่งนี้หรือ?”

“มันก็มีส่วนแต่ว่าการช่วยเหลือคนในหมู่บ้าน ก็เหมือนเป็นการซื้อใจ ให้พวกเขาเลิกอคติกับความเชื่องมง่าย ว่าข้าเป็นตัวหายนะหรือตัวอัปมงคล ความเชื่อแบบผิด ๆ อาจทำลายชีวิตคนคนหนึ่งได้เลยนะเจ้าคะ ข้าจึงอยากสร้างความเชื่อมั่น ให้ทุกคนเห็นด้วยตาตนเองมากกว่าฟังจากใครมา ว่าข่าวลือก็เป็นเพียงข่าวลือ เราไม่จำเป็นต้องไปแก้ข่าว หากเขาเห็นการกระทำของเราเขาก็จะตัดสินใจได้เอง”

ทุกคนฟังนางพูดด้วยสายตาชื่นชม ความคิดของนางยอดเยี่ยมจริง ๆ ดินแดนที่นางจากมาสอนให้คนเรามีความคิดดีอย่างนี้เชียวหรือ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel