6
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในเรือนหลักของจวนอ๋องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก อวี้เทียนนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนเก้าอี้ไม้พะยูงตัวใหญ่ เบื้องหน้าเขามีชายวัยกลางคนรูปร่างผอมเกร็ง ไว้หนวดเคราแพะ กำลังคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นอย่างเอาเป็นเอาตาย
เขาคือ พ่อบ้านจาง ผู้ดูแลทรัพย์สินและความเรียบร้อยภายในจวน ข้างกายเขามีสาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มแต่นัยน์ตาลอกแลกนามว่า ชุ่ยเอ๋อร์ สาวใช้คนโปรดที่คอยปรนนิบัติรับใช้ท่านอ๋อง
"ท่านอ๋องต้องให้ความเป็นธรรมแก่บ่าวด้วยพะยะค่ะ โสมหิมะพันปีที่ฮ่องเต้พระราชทานมา บัดนี้ได้อันตรธานหายไปจากคลังยาแล้ว" พ่อบ้านจางร้องห่มร้องไห้เสียงดัง
"หายไปได้อย่างไร" อวี้เทียนตวาดเสียงกร้าว "กุญแจคลังยาอยู่ที่เจ้ากับข้าคนละดอก หากข้าไม่ไข เจ้าไม่ไข แล้วมันจะหายไปได้อย่างไร"
"บ่าวสะเพร่าเองพะยะค่ะ" พ่อบ้านจางรีบใส่ไฟทันที "เมื่อวานบ่าวเห็นพระชายาเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวเรือนคลัง แล้วเมื่อคืนนางก็บุกไปอาละวาดที่ห้องเครื่อง ทำอาหารส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วจวน บ่าวสงสัยว่า... นางอาจจะขโมยโสมไปตุ๋นกินบำรุงร่างกายพะยะค่ะ"
ชุ่ยเอ๋อร์รีบเสริมขึ้นทันควัน "จริงเพคะท่านอ๋อง หมู่นี้พระชายาดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลผิดหูผิดตา ทั้งที่ถูกสั่งงดอาหาร หากไม่ได้กินของวิเศษอย่างโสมพันปี จะฟื้นตัวเร็วขนาดนี้ได้อย่างไรเพคะ"
อวี้เทียนขบกรามแน่น ภาพความเย่อหยิ่งของหนิงลู่อิงเมื่อวานยังติดตา ถ้าเป็นนางจริงๆ โทษฐานขโมยของพระราชทานมีเพียงสถานเดียวคือประหารชีวิต
"ไปลากตัวนางมาเดี๋ยวนี้"
ไม่นานนัก ทหารยามก็นำตัวหนิงลู่อิงและเสี่ยวชิงเข้ามาในโถงใหญ่ หนิงลู่อิงเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อย ไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย ต่างจากเสี่ยวชิงที่เดินตัวลีบอยู่ด้านหลัง
"มีธุระอะไรแต่เช้าท่านอ๋อง หรือว่าหิวข้าว อยากจะขอแบ่งเศษอาหารจากข้า" หนิงลู่อิงเอ่ยทักทายด้วยวาจากวนโทสะ
ปัง
อวี้เทียนตบโต๊ะเสียงดัง "หนิงลู่อิง เลิกทำไขสือเดี๋ยวนี้ ส่งโสมหิมะพันปีคืนมา แล้วข้าอาจจะพิจารณาโทษหนักให้เป็นเบา"
หนิงลู่อิงเลิกคิ้ว "โสมหิมะพันปี? ข้าไม่เคยเห็น แม้แต่หน้าตามันเป็นอย่างไรข้ายังไม่รู้ ท่านเอาอะไรมาพูด"
"อย่ามาแก้ตัว" พ่อบ้านจางชี้นิ้วใส่หน้า "เมื่อวานเจ้ามาป้วนเปี้ยนแถวคลังยา แล้วคืนนั้นเจ้าก็ทำอาหารกิน กลิ่นหอมนั่นต้องเป็นกลิ่นซุปโสมแน่ๆ เจ้าขโมยของหลวง โทษประหารเจ็ดชั่วโคตร"
หนิงลู่อิงมองพ่อบ้านจางสลับกับชุ่ยเอ๋อร์ แล้วก็หลุดขำออกมาเบาๆ ราวกับได้ฟังเรื่องตลกที่สุดในโลก
"โอ้... ที่แท้ก็พวกหมาป่าห่มหนังแกะนี่เอง คิดจะโยนความผิดให้ข้าเพื่อกลบเกลื่อนความชั่วของตัวเองสินะ"
"เจ้าพูดเรื่องอะไร" พ่อบ้านจางชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังคงทำใจดีสู้เสือ
หนิงลู่อิงล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ แท้จริงคือดึงของจากมิติ นางหยิบรากโสมขนาดใหญ่เท่าแขนเด็ก รูปร่างเหมือนมนุษย์ ผิวสีขาวนวลเปล่งประกายระยิบระยับราวกับหิมะ กลิ่นหอมเย็นสดชื่นแผ่กระจายไปทั่วห้องโถงทันทีที่นางนำมันออกมา
ทุกคนในห้องเบิกตากว้าง แม้แต่อวี้เทียนก็ยังตะลึง
"นี่คือโสมหิมะหมื่นปีจากยอดเขาคุนหลุน" หนิงลู่อิงประกาศเสียงก้อง "สรรพคุณดีกว่าโสมพันปีเหี่ยวๆ ของท่านอ๋องร้อยเท่า ข้ามีของดีขนาดนี้อยู่กับตัว ข้าจะไปขโมยหัวไชเท้าเหี่ยวแห้งในคลังยาของท่านทำไมให้เสียศักดิ์ศรี"
นางโยนโสมหมื่นปีเล่นในมือราวกับเป็นของเล่นราคาถูก
"พ่อบ้านจาง เจ้าบอกว่าข้าขโมยของใช่ไหม งั้นข้าขอถามเจ้ากลับบ้าง โสมในคลังยาหายไปเมื่อไหร่"
"เมื่อวาน" พ่อบ้านจางเริ่มเหงื่อแตกพลั่ก
"โกหก" หนิงลู่อิงตวาดเสียงเฉียบขาด "ข้าได้กลิ่นสมุนไพรติดตัวเจ้า กลิ่นนั้นไม่ใช่โสม แต่เป็นกลิ่นแป้งหอมจากหอคณิกา และที่สำคัญ ข้าเพิ่งให้เสี่ยวชิงไปสืบข่าวจากตลาดมืดเมื่อเช้ามืดนี้เอง"
หนิงลู่อิงเดินเข้าไปประชิดตัวพ่อบ้านจาง "ร้านรับจำนำ โรงรับจำนำตระกูลหลี่แจ้งว่ามีชายแก่หนวดเคราแพะ นำโสมหิมะพันปีของจวนอ๋องไปจำนำเมื่อสามวันก่อน เพื่อเอาเงินไปไถ่ตัวนางโลม เจ้าจะแก้ตัวว่าอย่างไร"
อวี้เทียนหันขวับไปจ้องหน้าพ่อบ้านคนสนิททันที "พ่อบ้านจาง นางพูดจริงรึ"
"ไม่จริงพะยะค่ะ ใส่ความ นางใส่ความบ่าว" พ่อบ้านจางลนลานจนลิ้นพันกัน "นางเป็นปีศาจ นางเสกของลวงตาได้ อย่าไปเชื่อนะพะยะค่ะ"
ด้วยความจนตรอก พ่อบ้านจางชักมีดสั้นที่ซ่อนไว้ออกมา หมายจะพุ่งเข้าแทงหนิงลู่อิงเพื่อปิดปาก
"ระวังพระชายา" เสี่ยวชิงกรีดร้อง
หนิงลู่อิงไม่ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว นางรอจังหวะที่พ่อบ้านจางพุ่งเข้ามา แล้วเบี่ยงตัวหลบอย่างว่องไว อาศัยจังหวะที่มันเสียหลัก คว้าข้อมือข้างที่ถือมีดเอาไว้แน่น
"คิดจะฆ่าคนปิดปากรึ แก่แล้วยังไม่เจียมสังขาร"
กร๊อบ
เสียงกระดูกหักดังสนั่นลั่นโถง หนิงลู่อิงหักข้อมือพ่อบ้านจางจนบิดงอผิดรูป
มีดร่วงลงพื้นเสียงดังเคร้ง พ่อบ้านจางร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน ลงไปนอนดิ้นพราดๆ กับพื้น
"อ๊าก มือข้า มือข้า"
หนิงลู่อิงไม่หยุดแค่นั้น นางเหยียบอกของพ่อบ้านจางเอาไว้แน่น แล้วก้มลงมองด้วยสายตาเย็นยะเยือก
"จำใส่สมองอันน้อยนิดของเจ้าไว้ อย่าได้ริอาจมาเล่นลิ้นกับข้าอีก ส่วนเจ้า... ชุ่ยเอ๋อร์" นางหันไปมองสาวใช้ต้นเรื่อง
ชุ่ยเอ๋อร์เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ
"ข้าจะละเว้นเจ้าไว้สักครั้งเพื่อเป็นพยาน" หนิงลู่อิงกล่าวเสียงเรียบ "ท่านอ๋อง หลักฐานอยู่ที่โรงรับจำนำตระกูลหลี่ หากท่านไม่เชื่อข้า ก็ส่งคนไปตรวจสอบดูได้ แต่ถ้าพบว่าเป็นความจริง ข้าขอสั่งให้ท่านโบยมันห้าสิบไม้ แล้วโยนออกจากจวนไปเสีย อย่าเลี้ยงสุนัขขี้ขโมยไว้เฝ้าบ้าน"
หนิงลู่อิงสะบัดชายแขนเสื้อ เก็บโสมหมื่นปีกลับเข้าอกเสื้อมิติ แล้วเดินหันหลังกลับอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้อวี้เทียนยืนอึ้งอยู่กลางห้องโถง ท่ามกลางเสียงร้องครวญครางของพ่อบ้านจางที่แขนหัก
อวี้เทียนมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอีกครั้ง นอกจากความโกรธแล้ว วันนี้เขายังเห็นความฉลาดเฉลียวและความเด็ดขาดที่น่าเกรงขาม
"ตรวจสอบ" อวี้เทียนสั่งทหารเสียงเข้ม "ส่งคนไปโรงรับจำนำเดี๋ยวนี้ ถ้ามันเป็นเรื่องจริง ข้าจะสั่งตัดหัวไอ้บ่าวชั่วผู้นี้ด้วยมือข้าเอง"
ศึกครั้งนี้หนิงลู่อิงชนะใสสะอาด แถมยังได้หักแขนคนชั่วเป็นของแถม ช่างเป็นการเริ่มต้นวันที่สดใสยิ่งนัก
