บท
ตั้งค่า

บทที่ 7 เริ่มภารกิจที่หนึ่ง

บทที่ 7 เริ่มภารกิจที่หนึ่ง

เมื่อเธอออกจากมิติวิเศษกลับคืนสู่ห้องนอนซอมซ่อ เวลาภายนอกเพิ่งจะผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม หัวมันเทศในมือของเธอยังคงมีน้ำหนัก มีกลิ่นดินติดอยู่ และที่สำคัญมันไม่ได้อันตรธานหายไปเมื่อนำออกมาจากพื้นที่วิเศษ!

หลินเสี่ยวเถียนมองหัวมันสีม่วงแดงในมือ จากมันเพียงหนึ่งหัว จะต้องขยายเป็นสิบหัว จากสิบหัว จะต้องขยายเป็นร้อย และจากร้อย จะต้องกลายเป็นพัน!

ภัยแล้งมรณะไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถแก้ไขปัดเป่าให้หายไปได้ภายในชั่วข้ามคืน แต่ตราบใดที่พวกเขายังมีผืนดิน มีเมล็ดพันธุ์ และมีผู้คนที่ยังไม่ยอมแพ้พ่าย... ทุกอย่างก็ย่อมยังมีทางออกเสมอ!

“เสี่ยวเถียน!”

เสียงเรียกของมารดาดังแว่วมาจากโถงด้านนอก

หลินเสี่ยวเถียนรีบยัดซ่อนหัวมันเทศไว้ในแขนเสื้อ โจวซื่อผลักประตูเดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารในมือ

ในถาดไม้เก่าๆ นั้น มีโจ๊กต้มข้าวหยาบๆ สีขุ่นอยู่สามชาม มีไข่ต้มเพียงหนึ่งฟอง และมีหัวผักกาดแห้งหั่นสไลซ์บางเฉียบ

แม้ปริมาณอาหารจะไม่ได้แร้นแค้นถึงขั้นมีเมล็ดข้าวต้มให้พอนับเม็ดได้ แต่ปริมาณและคุณภาพก็น้อยนิดเสียยิ่งกว่าอาหารที่ครอบครัวขุนนางผู้ใหญ่ควรจะได้รับอย่างเห็นได้ชัด

โจวซื่อวางถาดลงบนโต๊ะน้ำชาตัวเล็ก แล้วนั่งลงเคียงข้างบุตรสาว

“เงินเดือนของบิดาเจ้ายังคงถูกระงับ ช่วงนี้ครอบครัวเราต้องประหยัดอดออมกันเสียหน่อย... ไข่ต้มฟองนี้เป็นของเจ้า ท่านหมอกำชับว่าร่างกายของเจ้าเพิ่งฟื้นไข้ ต้องการอาหารดีๆ เพื่อบำรุง”

“แล้วท่านแม่กับท่านพ่อเล่าเจ้าคะ”

“พวกเราไม่ได้เจ็บป่วยอันใด ไม่ต้องกินของบำรุงหรอก”

หลินเสี่ยวเถียนมองรอยคล้ำใต้ดวงตาและแก้มที่ซูบตอบของมารดา เธอรู้ได้ในทันทีว่า ไข่ต้มฟองนี้ คงจะเป็นเสบียงอาหารที่ดีที่สุดและทรงคุณค่าที่สุด ที่หลงเหลืออยู่ในจวนแห่งนี้แล้ว

ไม่นานนัก หลินจิ้งซานก็เดินกลับเข้ามาในห้อง ใบหน้าของขุนนางตงฉินเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ชายเสื้อชุดขุนนางเปื้อนฝุ่นดิน แต่เมื่อเห็นบุตรสาวสุดที่รักนั่งอยู่ เขาก็รีบฉีกยิ้มกว้าง

“เสี่ยวเถียนของพ่อ รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่ลูก”

“ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ”

“เช่นนั้นก็ประเสริฐ! พ่อเป็นห่วงเจ้าแทบแย่”

เขาทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่ง มองชามโจ๊กข้าวหยาบตรงหน้า ก่อนจะหันไปมองเหม่อออกไปนอกประตูจวนอย่างลังเลใจ

“ฮูหยิน เมื่อครู่นี้พ่อเพิ่งเดินผ่านหน้าบ้านสกุลจาง เห็นเด็กเล็กๆ สามคนนั่งกอดกันร้องไห้ พวกเขายังไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องมาตั้งแต่เมื่อวานนี้เลย ไม่เช่นนั้น เราแบ่งข้าวต้มชามของข้าไปให้”

ปึก!

โจวซื่อกระแทกวางทัพพีไม้ลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น นายอำเภอหลินสะดุ้งเฮือก นั่งหลังตรงแหน่วดุจทหารยามทันที

“ท่านพี่” นางเรียกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่อ่อนโยนจนผิดปกติ

“เมื่อครู่นี้... ท่านกำลังจะเอ่ยสิ่งใดต่อหรือ”

หลินจิ้งซานเหลือบมองทัพพีไม้เนื้อแข็งในมือของภรรยา กลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก ก่อนจะเปลี่ยนคำพูดพลิกลิ้นอย่างรวดเร็ว

“อ้อ! ข้ากำลังจะบอกว่า โจ๊กข้าวหยาบวันนี้ ช่างดูหอมหวานน่ากินยิ่งนัก!”

“เช่นนั้น ก็จงซดกินให้หมดชาม!”

“แต่... เด็กๆ บ้านสกุลจาง…”

โจวซื่อเงื้อทัพพีไม้ขึ้นสูงเหนือศีรษะ

“ชาวบ้านสกุลจางยังมีท่านที่เป็นนายอำเภอคอยดูแลห่วงใย! แต่ภรรยาของนายอำเภออย่างข้า มีท่านเป็นสามีเพียงคนเดียว! หากท่านดันทุรังจนต้องอดตายไป ข้าจะไปงมหาคนซื่อสัตย์หน้าโง่ ที่ชอบแบกปัญหาของคนทั้งโลกไว้บนบ่าเช่นท่าน จากที่ใดมาทำสามีแทนได้อีกเล่า! ตอบข้ามาสิ!”

นายอำเภอหลินผู้ห้าวหาญ ก้มหน้าก้มตาซดโจ๊กข้าวหยาบอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว

หลินเสี่ยวเถียนลอบมองบิดาผู้เกรงอกเกรงใจ (กลัว) ภรรยาจนไม่กล้าหายใจแรง ความอบอุ่นประหลาดสายหนึ่งพลันเอ่อล้นวาบขึ้นมาในหัวใจที่เคยโดดเดี่ยวของเธอ

ครอบครัวนี้ไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง แต่พวกเขาร่ำรวยน้ำใจ และมักจะคิดถึงผู้อื่นก่อนปากท้องของตนเองเสมอ

เธอล้วงมือหยิบมันเทศออกจากแขนเสื้อ แล้ววางแหมะลงกลางโต๊ะ บิดาและมารดาชะงัก ละสายตาจากชามโจ๊กมามองพร้อมกัน โจวซื่อหยิบหัวมันสีม่วงแดงขึ้นมาพลิกดูด้วยความสงสัย

“นี่คือสิ่งใดกัน”

“มันคือพืชหัวชนิดหนึ่งเจ้าค่ะท่านแม่ สามารถนำมากินประทังหิวได้ และที่สำคัญ มันทนต่อความแห้งแล้งได้ดีเยี่ยม”

“แล้วลูก... ไปได้มันมาจากที่ใด”

ในที่สุด คำถามซักไซ้ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็มาถึงแล้ว

หลินเสี่ยวเถียนสูดลมหายใจเข้าเบาๆ ก่อนจะตอบไปตามสคริปต์ที่ซักซ้อมและแต่งเรื่องเอาไว้ในใจ

“ก่อนที่ข้าจะหมดสติไป ข้าบังเอิญฝันเห็นและพบเจอกับนักพรตพเนจรผู้หนึ่งเจ้าค่ะ เขาบอกว่าข้ามีวาสนาผูกพันกับผืนดินของแคว้นนี้ จึงได้มอบหัวพืชวิเศษชนิดนี้ พร้อมกับถ่ายทอดความรู้เรื่องการเพาะปลูกให้ข้าในความฝัน”

โจวซื่อหรี่ตาแคบลงอย่างจับผิด

“นักพรตผู้นั้น รูปร่างหน้าตาเป็นเยี่ยงไร”

หลินเสี่ยวเถียนหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนทำตาหลุกหลิกสมองปั่นเร็วจี๋ ฉับพลันศีรษะอันโล่งเตียนของเจ้าไก่อ้วนก็ลอยเข้ามาในหัว…

“เอ่อ... ศีรษะของเขามีสีทองเจ้าค่ะ”

“บุรุษหรือสตรี?”

“มองไม่ชัดเจ้าค่ะ ดูไม่ออก”

“แล้วเขาอายุเท่าใด?”

“น่าจะ ประมาณสามร้อยปีเห็นจะได้เจ้าค่ะ”

“แล้วเหตุใด จู่ๆ เขาถึงต้องนำของวิเศษมามอบให้ลูกด้วย”

หลินเสี่ยวเถียนนึกภาพใบหน้ากวนโอ๊ยของเจ้าไก่ต้าเป่าหัวโล้น ที่เพิ่งจะถูกเธอบังคับใช้แรงงานทาสให้ขุดดินเมื่อครู่นี้

“เพราะว่า เขาเคยทำผิดต่อข้าอย่างใหญ่หลวง จึงต้องนำของสิ่งนี้มาชดใช้ให้เจ้าค่ะ!”

คำตอบส่วนใหญ่ของเธอล้วนเป็นความจริง เพียงแต่นักพรตในนิมิตของเธอไม่ได้มีเส้นผมสีทอง แต่มีขนสีทอง มีศีรษะที่ล้านเลี่ยนเตียนโล่ง และโปรดปรานการขโมยสวาปามของชดเชยของผู้อื่นก็เท่านั้นเอง

โจวซื่อยังคงจ้องมองบุตรสาวด้วยสายตาสงสัย ทว่าหลินจิ้งซานกลับผงกศีรษะรับอย่างเชื่อง่ายดาย แน่นอนก็ลูกสาวของเขานี่น่า นางพูดอะไรเขาเชื่อหมด!!!

“โอ้! ในเมื่อมันเป็นของวิเศษที่ท่านนักพรตนำมามอบให้ในนิมิต เช่นนั้นของสิ่งนี้ย่อมต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่แท้!”

ผู้เป็นภรรยาหันขวับไปถลึงตาใส่เขาทันที

“นี่หากวันหน้า มีคนบ้าเดินมาบอกว่าท่านคือฮ่องเต้ที่หายสาบสูญไป ท่านก็คงจะรีบก้มหัวเชื่อเขาสนิทใจเลยกระมัง?!”

หลินจิ้งซานยกมือลูบคาง ครุ่นคิดอย่างจริงจัง

“อืม... เรื่องนี้สำคัญนัก ข้าคงต้องขอตรวจสอบหลักฐานรอยสักมังกรก่อน”

“ข้ากำลังประชดท่าน!”

หลินเสี่ยวเถียนเกือบจะหลุดหัวเราะพรืดออกมา เธอรีบนำหัวมันเทศไปล้างน้ำให้สะอาด หั่นแบ่งออกเป็นสามส่วนเท่าๆ กัน แล้วนำไปต้มในหม้อดิน ไม่นานนัก กลิ่นหอมหวานปะแล่มๆ ก็ลอยกรุ่นไปทั่วทั้งห้องครัว

เธอตักแบ่งชิ้นมันเทศส่วนที่ใหญ่ที่สุดสองชิ้นให้บิดามารดา ส่วนตนเองเก็บชิ้นที่เล็กที่สุดและมีรอยช้ำเอาไว้ เมื่อโจวซื่อเห็นดังนั้น นางก็รีบใช้ตะเกียบคีบสลับชิ้นของตนเองกับบุตรสาวทันที

“เด็กกำลังวัยกำลังโต ร่างกายเพิ่งฟื้นไข้ ต้องกินให้มากหน่อย!”

หลินจิ้งซานทำท่าจะใช้ตะเกียบคีบสลับชิ้นของตนให้บุตรสาวบ้าง แต่กลับถูกภรรยาใช้ตะเกียบตีหลังมือดัง เพียะ!

“ส่วนของท่านห้ามแบ่งให้ผู้ใด! วันนี้ท่านเดินออกตรวจตราหมู่บ้านมาทั้งวันแล้ว ร่างกายต้องใช้แรง!”

“ข้าเพียงอยากให้เสี่ยวเถียน…”

“กิน!”

นายอำเภอหลินผู้ยิ่งใหญ่ ก้มหน้าก้มตากัดกินมันเทศทันทีอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

ทั้งสามคนค่อยๆ กัดแบ่งกินมันเทศหัวเดียวกันอย่างช้าๆ เนื้อสีเหลืองนวลด้านในช่างนุ่มละมุน มีรสหวานปะแล่มๆ และให้ความรู้สึกอิ่มท้องอยู่ท้อง มากกว่าการซดโจ๊กข้าวหยาบใสๆ หลายเท่านัก

เมื่อกินจนหมด หลินจิ้งซานมองเปลือกมันเทศในมือ ดวงตาที่เคยหม่นหมองพลันเปล่งประกายขึ้นด้วยความหวัง

“เสี่ยวเถียน หากพวกเราสามารถหาวิธีเพาะปลูกพืชหัวชนิดนี้ให้ได้ผลผลิตมากๆ บางที... ชาวบ้านอำเภอชิงเหออาจจะรอดตายจากภัยแล้งครั้งนี้ก็เป็นได้!”

“ลูกก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันเจ้าค่ะท่านพ่อ แต่ตอนนี้เรายังมีต้นพันธุ์หลงเหลืออยู่น้อยนิดนัก เราจำต้องทดลองปลูกกับดินภายนอกให้แน่ใจเสียก่อน ห้ามแจกจ่ายมันออกไปให้ชาวบ้านทั้งหมดโดยที่ยังไม่มีแผนการรองรับเด็ดขาด”

“เพราะเหตุใดจึงแจกไม่ได้เล่า”

“เพราะคนที่กำลังหิวโหยหน้ามืด ย่อมอาจจะนำต้นพันธุ์ไปต้มกินจนหมด ก่อนที่จะนำไปลงดินเพาะปลูกน่ะสิเจ้าคะ พวกเราจำต้องหาทางช่วยประคองพวกเขาให้มีชีวิตรอดระหว่างรอคอยฤดูเก็บเกี่ยว และต้องสอนวิธีการเพาะปลูกพืชชนิดนี้ให้ถูกต้อง มิเช่นนั้น ต่อให้เรามีต้นพันธุ์มากมายแจกจ่ายให้พวกเขามากเพียงใด มันก็ต้องสูญเปล่าอยู่ดีเจ้าค่ะ”

หลินจิ้งซานมองบุตรสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนประหลาดใจ

“เสี่ยวเถียน... ลูก... ลูกไปรู้เรื่องลึกซึ้งเกี่ยวกับการเพาะปลูกเหล่านี้ มาจากท่านนักพรตในความฝันจริงๆ หรือ”

“เขา ถ่ายทอดและสลักมันไว้ในความทรงจำของลูกเจ้าค่ะ”

โจวซื่อยื่นมือเรียวมาแตะลงบนหน้าผากของบุตรสาวเบาๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใยและกังวลใจอย่างปิดไม่มิด

“ศีรษะของลูก ยังเจ็บปวดตรงไหนอยู่อีกหรือไม่”

เห็นได้ชัดเจนว่า มารดาเริ่มปักใจเชื่อไปแล้วว่า บุตรสาวของนางคงจะล้มหัวฟาดพื้นอย่างแรง จนสมองได้รับการกระทบกระเทือนและเลอะเลือนไปแล้วเป็นแน่!

ก่อนที่หลินเสี่ยวเถียนจะทันได้งัดหาคำอธิบายแก้ตัวเพิ่มเติม เสียงโวยวายเอะอะก็ดังแทรกมาจากลานหน้าจวน

“หลีกทาง! หลีกทางให้ข้า! ข้าจะพาบุตรสาวมาทำสัญญาขายคนมิได้มาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม!”

“พี่จาง! ท่านใจเย็นก่อนเถิด! เด็กมันยังเล็กนัก!”

“ถ้าข้าไม่ขายมันทิ้งเสีย วันนี้พวกเราทั้งครอบครัวก็ต้องอดตายกันหมด!”

หลินจิ้งซานรีบวางถ้วยชาลงแล้วลุกพรวดขึ้นยืน โจวซื่อคว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อของสามีเอาไว้แน่น ก่อนจะรีบคว้ามันเทศส่วนที่เหลือในชาม ยัดอุดปากเขาจนแก้มตุ่ย

“เคี้ยวกลืนให้หมดก่อน แล้วค่อยออกไปแผ่เมตตาช่วยเหลือผู้อื่น!”

หลินเสี่ยวเถียนเดินตามหลังบิดาออกมาถึงลานหน้าจวน ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือ ชายชาวนาผอมโซจนเห็นซี่โครงผู้หนึ่ง กำลังคุกเข่าโขกศีรษะอยู่กลางลานดิน ข้างกายของเขามีเด็กหญิงวัยประมาณเก้าขวบ สวมเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนจนขะมุกขะมอม นางเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ หยาดน้ำตาหยดแหมะๆ ลงบนหลังมือที่หยาบกร้านไม่ขาดสาย

ด้านหน้าของสองพ่อลูก คือชายร่างอ้วนฉุสวมชุดผ้าไหมชั้นดี ผู้เป็นพ่อค้าข้าวหน้าเลือดประจำเมือง เขากำลังถือถุงข้าวสารใบเล็กจ้อยไว้ในมือ กวัดแกว่งไปมาอย่างหยิ่งผยอง

“บุตรสาวของเจ้า ผอมแห้งแรงน้อยเสียยิ่งกว่ากิ่งไม้ผุๆ”

พ่อค้าข้าวหน้าเลือดจับแขนเล็กๆ ของเด็กหญิงพลิกไปมา ราวกับกำลังประเมินราคาสัตว์เลี้ยงชั้นเลว

“อย่างมากที่สุด ข้าให้ข้าวสารแค่ครึ่งถุงก็มากพอแล้ว!”

ชายชาวนาแซ่จางกัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำไปด้วยเลือดและหยาดน้ำตา

“นางทำงานเป็นทุกอย่างนะขอรับ! ตักน้ำ หุงข้าว เก็บฟืนในป่า นางทำได้หมด! ใต้เท้า ขอความเมตตา ขอเปลี่ยนเป็นข้าวสารสักหนึ่งถุงเต็มๆ เถิดขอรับ! ที่บ้านข้ายังมีลูกเล็กๆ ที่กำลังหิวโหยรออยู่อีกสองคน!”

เด็กหญิงตัวน้อยสะอื้นไห้จนตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ

“ท่านพ่อ ข้ายอมทนหิว ข้ากินให้น้อยลงได้ ท่านพ่ออย่าขายข้าไปเลยนะเจ้าคะ!”

ชาวบ้านรอบข้างที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ พากันเบือนหน้าหนีด้วยความเวทนาและสลดใจ ไม่มีผู้ใดในที่นี้มีอาหารมากพอที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือครอบครัวนี้ได้เลย

พ่อค้าข้าวแค่นหัวเสียงขึ้นจมูก โยนกระดาษสัญญาขายคนลงบนพื้นดินอย่างไม่ไยดี

“รีบประทับรอยนิ้วมือลงไปเสีย! หากเจ้ายังมัวแต่ต่อรองโยกโย้ ข้าจะเปลี่ยนใจไม่ซื้อเด็กคนนี้แล้ว!”

ชายแซ่จางยกนิ้วชี้ที่สั่นเทาอย่างรุนแรงขึ้นมา เตรียมจะจรดลงบนตลับหมึก

ทว่า!ก่อนที่ปลายนิ้วหยาบกร้านนั้นจะแตะลงบนหมึกสีแดง รองเท้าปักผ้าคู่หนึ่ง กลับก้าวออกมาย่ำเหยียบลงบนสัญญาฉบับนั้นอย่างจัง!

หลินเสี่ยวเถียนก้าวออกมายืนขวางกั้น ระหว่างพ่อค้าข้าวหน้าเลือดกับเด็กหญิงตัวน้อย ดวงตาของเธอสงบนิ่งดุจผิวน้ำ ทว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับหนักแน่นและกังวานก้อง จนทุกคนในลานกว้างได้ยินชัดเจนเต็มสองหู

“บุตรสาวของครอบครัวนี้... ไม่ขาย!”

พ่อค้าข้าวหน้าเลือดหรี่ตามอง เมื่อจำได้ว่าสตรีที่มาขวางหน้าคือบุตรสาวของนายอำเภอ เขาก็แค่นหัวเราะเยาะหยันออกมาอย่างไม่เกรงใจ

“โอ๊ะโอ! ไม่ขายแล้วพวกเขาจะเอาสิ่งใดกรอกหม้อประทังชีวิตเล่า หรือว่า คุณหนูหลินผู้สูงส่ง จะใจบุญสุนทาน ควักเงิน หรือนำเสบียงหลวงจากคลังอำเภอที่ว่างเปล่า มาเปิดโรงทานเลี้ยงดูพวกเขาหรืออย่างไร”

หลินเสี่ยวเถียนก้มลงมองเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเวทนา ในห้วงความคิด พลันเงื่อนไขภารกิจสีทองบนศิลาหินที่เธอเพิ่งอ่านเมื่อคืน สว่างวาบขึ้นมาในหัวอีกครั้ง

‘ช่วย 1 ครอบครัว ให้รอดพ้นจากความอดอยาก และทำให้ครอบครัวนั้น มีหนทางหาเลี้ยงชีพด้วยตนเอง’

ดวงตาของอดีตนักวิจัยสาวทอประกายวาบ ใช่แล้ว!ครอบครัวสกุลจางที่กำลังถูกต้อนให้จนตรอกอยู่ตรงหน้านี้ ช่างตรงกับเงื่อนไขภารกิจปลดล็อกระดับสองของมิติวิเศษราวกับจับวาง!

ประจวบเหมาะกับที่ป่านนี้ ยอดอ่อนของมันเทศทนแล้งในแปลงเพาะอัตโนมัติ ก็น่าจะเจริญเติบโตแตกใบออกมามากพอให้ตัดไปปักชำได้แล้ว แม้ภารกิจคุณความดีของระบบกำลังร้องเรียกให้เธอรีบคว้าโอกาสทองนี้เอาไว้ ทว่าในวินาทีนี้ หลินเสี่ยวเถียนกลับไม่ได้นึกสนใจของรางวัลเลเวลอัปบ้าบอพวกนั้นเลยสักนิด สิ่งเดียวที่เธอกังวลและบีบรัดหัวใจของเธอที่สุด คือดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวังของเด็กน้อยตรงหน้าต่างหาก

“ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน ข้าจะทำให้ครอบครัวนี้มีอาหารกินอิ่มท้อง โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องขายบุตรธิดาให้ผู้ใดทั้งสิ้น!”

พ่อค้าข้าวหน้าเลือดเลิกคิ้วสูงอย่างท้าทาย แค่นหัวเราะเยาะ

“โอหังนัก! หากเจ้าทำไม่ได้ตามที่ปากเก่งไว้เล่า?”

เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขานิ่ง รอยยิ้มบางๆ ที่แฝงความมั่นใจและเด็ดขาดปรากฏขึ้นตรงมุมปาก

“หากข้าทำไม่ได้ ข้าจะชดใช้ข้าวสารคืนให้ท่าน สองถุงเต็มๆ!”

...ฮือฮา!!

เสียงอุทานด้วยความตกตะลึง ดังกระหึ่มขึ้นทั่วทั้งลานกว้างทันที พ่อค้าข้าวฉีกยิ้มกว้างจนแก้มปริ แววตาเต็มไปด้วยความโลภโมโทสัน ราวกับเห็นปลาตัวอ้วนพีว่ายมาติดเบ็ดด้วยตนเอง

ทว่าทางฝั่งของหลินจิ้งซานนั้น นายอำเภอผู้ห้าวหาญ บัดนี้กลับต้องรีบยกมือขึ้นกุมหน้าอกด้านซ้ายของตนเอง ใบหน้าซีดเผือดคล้ายจะเป็นลม! บุตรสาวสุดที่รักของเขา เพิ่งจะฟื้นจากไข้สูงปางตายมาได้ไม่ถึงหนึ่งวันเต็มดี แต่นอกจากเมื่อเช้าเธอจะกล้าด่าทอฉีกหน้าผู้ตรวจการจากเมืองหลวงแล้ว ตกบ่ายเธอยังขยันสร้างหนี้ข้าวสารก้อนโตเพิ่มให้กับครอบครัวที่ยากจนข้นแค้น ถึงสองถุงเต็มๆ!!

ถึงเวลานี้ นายอำเภอหลินชักเริ่มจะไม่แน่ใจเสียแล้วว่า คนที่สมควรจะต้องเรียกท่านหมอมาตรวจเช็กอาการทางสมองอย่างเร่งด่วน ควรจะเป็นบุตรสาวที่ยืนเชิดหน้าอยู่ตรงนั้น หรือตัวเขาเองที่กำลังจะหัวใจวายตายกันแน่!

***** ไรท์แอบ(อย่างเปิดเผย) มาเปิดเรื่องใหม่อีกแล้ว เรื่องเก่าก็ยังไม่จบเช่นเดิม 5555... แต่ทำอย่างไรได้ ไอเดียมาค่ะต้องลุยกันต่อไป คุณรีดที่รัก อย่าลืมคอมเมนต์ มาเป็นเพื่อน เป็นกำลังให้ไรท์ด้วยนะคะ ช่วงนี้คอมเมนต์เงียบหายไปเลย คุณรีดยังสบายดีหรือไม่เจ้าคะ ****

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel