บทที่ 6 ภารกิจปลดล็อกพื้นที่
บทที่ 6 ภารกิจปลดล็อกพื้นที่
หลินเสี่ยวเถียนยกมันเทศขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนจะคัดแยกหัวที่มีรอยช้ำออกไว้ต่างหาก ส่วนอีกเก้าหัวที่สมบูรณ์ดี เธอจะใช้มันเป็นแม่พันธุ์ เธอจะเพาะหัวมันเหล่านี้ให้แตกยอดในมิติ แล้วค่อยตัดยอดไปปักชำ เพิ่มจำนวนเป็นต้นพันธุ์รุ่นต่อๆ ไป ส่วนหัวมันที่มีรอยช้ำนั้น แม้จะไม่เหมาะสมที่จะเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์ระยะยาว แต่เนื้อส่วนใหญ่ด้านในก็ยังคงสภาพดี เธอจึงแยกเก็บไว้ต่างหาก เผื่อนำไปใช้เป็นตัวอย่างสอนชาวบ้าน หรือใช้ต้มเป็นอาหารประทังหิวตามความเหมาะสม
“มาช่วยข้าเตรียมแปลงเพาะ”
หลินเสี่ยวเถียนหยิบจอบเหล็กขึ้นมาถือมั่น ต้าเป่าชะงักกึก ใช้ปีกชี้เข้าหาตัวเองด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ
‘ข้าหรือ?’
“ใช่ เจ้านั่นแหละ”
มันรีบเขียนข้อความประท้วง
‘เปิ่นจีเป็นถึงผู้ดูแลสวนวิเศษ มีหน้าที่คอยควบคุมดูแล ไม่ใช่แรงงานกรรมกร’
หลินเสี่ยวเถียนยกจอบขึ้นพาดบ่าอย่างมาดนักเลง
“ควบคุมเรื่องอันใด”
‘ควบคุมไม่ให้ผู้เป็นเจ้าของมิติ... ทำผิดกฎข้อบังคับ’
“เช่นนั้นก็ประเสริฐ”
เธอแสยะยิ้มเย็นเยียบ
“เพราะตอนนี้ เจ้าของมิติกำลังคิดจะทำผิดกฎข้อบังคับ ด้วยการจับผู้ดูแลสวนมาถอนขน ต้มสุกใส่ขิงซอยครึ่งตัว แล้วนำไปทำไก่ตุ๋นน้ำแดงอีกครึ่งตัว... ไหน!!เจ้าลองมาควบคุมข้าดูหน่อยสิ”
ต้าเป่าก้มมองจอบคมกริบ จากนั้นก็ก้มมองพุงอ้วนๆ ของตนเอง แล้วตัดสินใจกระโจนทะยานลงแปลงดินทันที!
กรงเล็บทั้งสองข้างตะกุยพรวนดินอย่างบ้าคลั่งและขยันขันแข็ง จนฝุ่นดินปลิวคลุ้งขึ้นเป็นสาย หลินเสี่ยวเถียนยืนกอดอกมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ดีมาก เจ้าหน้าที่สวรรค์ที่ทำผิดพลาด ก็ต้องรู้จักใช้แรงงานหยาดเหงื่อชดใช้ความเสียหาย”
ต้าเป่าหันมามองค้อนด้วยแววตาคับแค้นใจสุดขีด แต่กรงเล็บเท้าก็ยังคงตะกุยดินต่อไปไม่หยุดพัก ผ่านไปพักใหญ่ แปลงดินสำหรับเพาะแม่พันธุ์ก็ถูกเตรียมจนเสร็จเรียบร้อย
หลินเสี่ยวเถียนจัดการฝังมันเทศทั้งเก้าหัวลงในวัสดุเพาะ เพื่อเร่งการแตกยอดอย่างเหมาะสม โดยเว้นระยะห่างไม่ให้เบียดเสียดจนเกินไป จากนั้นจึงตักน้ำพุวิญญาณที่นำไปเจือจางแล้ว มารดลงไปเพียงเล็กน้อยพอให้ชุ่มชื้น เธอไม่ได้คาดหวังให้หัวมันเหล่านี้รีบสร้างผลผลิตหัวใหม่
สิ่งที่เธอต้องการอย่างแท้จริง ไม่ใช่ผลผลิตมันเทศสิบหัว แต่คือยอดอ่อน จำนวนมหาศาล ที่มากพอจะกลายเป็นต้นพันธุ์รุ่นแรก!
หลินเสี่ยวเถียนกำลังยืนกอดอก ครุ่นคิดคำนวณอยู่ในใจว่าจะต้องเตรียมแปลงเพาะและวัสดุคลุมดินอย่างไร จู่ๆ ศิลาหินข้างบ่อน้ำพุวิญญาณก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง
ตัวอักษรสีทองหลายบรรทัดค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
[ตรวจพบพืชที่ผู้ครอบครองต้องการขยายพันธุ์]
[ทำการเปิดใช้ : ระบบเพาะกล้าอัตโนมัติระดับหนึ่ง]
หลินเสี่ยวเถียนชะงักกึก
“ระบบ อะไรนะ?”
ต้าเป่าที่กำลังใช้ปีกสั้นๆ เกาหัวล้านของตนเองเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะใช้กรงเล็บเท้าตะกุยเขียนตัวอักษรลงบนพื้นดินอย่างรวดเร็วและภาคภูมิใจ
‘มิติสวนสี่ฤดูระดับวีไอพี มิใช่ที่ดินรกร้างชายป่า ให้เจ้ามาถือจอบขุดพรวนดินเองทุกวันเสียหน่อย สตรีโง่งม!’
หลินเสี่ยวเถียนค่อยๆ วางจอบในมือลงอย่างใจเย็น หันขวับไปมองจิกเจ้าไก่อ้วนหัวล้าน
“เรื่องสำคัญระดับนี้ เหตุใดเจ้าไม่รู้จักแหกปากบอกข้าตั้งแต่แรก?”
ต้าเป่าเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วตวัดกรงเล็บเขียนตอบหน้าตายว่า
‘เจ้าไม่ได้ถาม’
เส้นเลือดตรงขมับของอดีตนักวิจัยสาวกระตุกเต้นตุบๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอด เอาเถิด ท่องไว้ว่าวันนี้เพิ่งกินอิ่ม ยังไม่ต้องเชือดไก่ต้มซุป
เธอหันกลับไปสนใจศิลาหินอีกครั้ง ข้อความชุดใหม่กำลังปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง
...มิติสวนสี่ฤดู ระดับหนึ่ง...
ความสามารถของแปลงเพาะพันธุ์อัตโนมัติ: ปรับความชื้นและอุณหภูมิ ให้เหมาะสมกับพืชที่ปลูกโดยอัตโนมัติ
ป้องกันวัชพืชและแมลงศัตรูพืชทั่วไป
ผืนดินสามารถฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ได้ด้วยตนเอง
ช่วยเร่งอัตราการงอก การแตกราก และการผลิยอดของพืช
พืชในระยะขยายพันธุ์ จะเจริญเติบโตเร็วกว่าโลกภายนอกหลายเท่าตัว สามารถใช้น้ำพุวิญญาณร่วมกับแปลงเพาะ เพื่อเพิ่มอัตรารอดของต้นพันธุ์ เมื่อผู้ครอบครองกำหนดพื้นที่และชนิดพืชแล้ว ระบบจะคำนวณและดูแลปริมาณน้ำและความชื้นขั้นพื้นฐานให้ โดยที่ท่านไม่ต้องนั่งเฝ้าตลอดเวลา
ดวงตาของหลินเสี่ยวเถียนค่อยๆ เบิกกว้างและสว่างไสวขึ้นทีละน้อย นี่ต่างหากเล่า! ความล้ำยุคปานนี้ นี่ต่างหากที่สมควรถูกเรียกว่าของชดเชยระดับสูงสุดจากสวรรค์!
หากเธอต้องมานั่งแบกถังน้ำ ถอนหญ้า พรวนดิน และกางร่มเฝ้าแปลงตั้งแต่เช้าจรดค่ำด้วยสองมือของตนเองทุกขั้นตอน แล้วเธอจะยอมข่มขู่เรียกร้องมิติวิเศษมาเพื่อการใดกัน!
เธอเดินก้าวยาวๆ ไปยังพื้นที่แปลงว่าง จากนั้นก็หันไปมองเจ้าไก่หัวล้าน และเพื่อความมั่นใจ เธอต้องลองใช้งานก่อนจะให้เชื่อเลยทันทีได้อย่างไร คนมันมีบทเรียนอันเจ็บปวดมาแล้ว!!!จากนั้นก็หลับตาทดลองนึกในใจ...ส่วนเจ้าไก่หัวล้านนั้นเพียงเหลือบตามองนางและหลบตาวูบลงทันที....
‘แปลงเพาะมันเทศ’
ทันใดนั้นเอง!!
ครืด... ผืนดินสีดำขลับตรงหน้าพลันเคลื่อนไหวพึ่บพั่บขึ้นมาเอง!
ดินที่เคยเรียบเสมอกัน ค่อยๆ แยกตัวออกเป็นแปลงยาวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เนื้อดินฟูร่วนขึ้นราวกับเพิ่งผ่านการพรวนด้วยคราดเหล็กอย่างพิถีพิถัน ร่องระบายน้ำขนาดเล็กก่อตัวเกิดขึ้นประกบสองข้างแปลง โดยที่ไม่มีใครต้องแตะต้องมันเลยแม้แต่นิ้วเดียว!
หลินเสี่ยวเถียนยืนมองความอัศจรรย์นั้นเงียบๆ ในขณะที่ต้าเป่ายืนกอดปีก เชิดหน้าโล้นๆ ขึ้นอย่างภาคภูมิใจเสียจนแทบจะมองเห็นรูจมูกบานๆ ของมัน เธอหันไปมองมันด้วยสายตาเย็นเยียบ
“เมื่อครู่นี้ เจ้าจงใจปล่อยให้ข้าถือจอบขุดดินงกๆ เงิ่นๆ อยู่ตั้งนานสองนาน?”
ต้าเป่าค่อยๆ ลดหน้าลง จากนั้นก็ค่อยๆ ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
หลินเสี่ยวเถียนกระตุกยิ้มมารร้าย
“เรื่องนี้... เราค่อยมาคิดบัญชีกันทีหลัง”
ต้าเป่าหันหลังขวับ เตรียมจะสับตีนแตกหนีทันที!
“กลับมานี่!”
มันเบรกหัวทิ่ม หยุดกึกทันทีอย่างว่าง่าย
หลินเสี่ยวเถียนก้าวไปนำมันเทศเก้าหัวที่สมบูรณ์ วางจัดเรียงลงบนแปลงเพาะ คราวนี้ เธอยังไม่ทันจะได้เอื้อมมือไปโกยดินกลบ ผืนดินสีดำรอบหัวมันเทศก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมปิดทับเอง ตามระดับความลึกที่เหมาะสมอย่างแม่นยำ
จากนั้น สายน้ำใสแจ๋วเส้นเล็กๆ ก็ไหลเอื่อยๆ ออกมาจากร่องดินด้านข้างอย่างเงียบเชียบ ปริมาณน้ำไม่มากเกินไปจนแฉะ และไม่น้อยเกินไปจนแห้งผาก ทว่ามันพอดีเป๊ะ กับระดับความชื้นที่พืชชนิดนี้ต้องการ!
อดีตนักวิจัยสาวหัวกะทิ ถึงกับยืนนิ่งอึ้งไปหลายอึดใจ ถ้าหากท่านอาจารย์ที่ห้องแล็บในโลกเก่าของเธอ ได้มาเห็นระบบควบคุมสภาพแวดล้อมทางชีวภาพที่ล้ำสมัยแบบนี้... ตาเฒ่านั่นคงยอมขายเครื่องไม้เครื่องมือไฮเทคทั้งห้อง เพื่อขอแลกกับแปลงดินวิเศษนี้สักครึ่งหมู่เป็นแน่!
เธอใช้ถ้วยไม้ตักน้ำพุวิญญาณ แล้วหยดแตะลงในร่องน้ำเพียงเล็กน้อย ทันใดนั้น ละอองแสงสีเขียวอ่อนจางๆ ก็สว่างวาบขึ้น ก่อนจะซึมซาบหายลงไปหล่อเลี้ยงผืนดิน
ศิลาหินสว่างขึ้นอีกครั้ง
[เริ่มกระบวนการเร่งแตกยอด]
[ประเมินอัตราการรอดชีวิตของแม่พันธุ์ ...สูงมาก]
[คาดการณ์ผลลัพธ์ ภายในหนึ่งคืนของโลกภายนอก จะเริ่มเห็นการผลิยอดอ่อนรุ่นแรก]
หลินเสี่ยวเถียนเบิกตาขึ้นเล็กน้อย
“แค่หนึ่งคืนเองหรือ?”
ต้าเป่ารีบผงกหัวพยักหน้าอย่างแรง
หญิงสาวหันกลับไปมองแปลงมันเทศอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น หนึ่งคืนภายนอก เพียงแค่หนึ่งคืน! หากอาศัยอยู่ในโลกเดิม ต่อให้เธอใช้ห้องแล็บควบคุมอุณหภูมิ ควบคุมความชื้น และเฝ้าดูแลอย่างทะนุถนอมที่สุด เธอก็ไม่อาจทำให้หัวมันเทศตอบสนองต่อการเติบโตได้รวดเร็วถึงปานนี้
แต่มิติแห่งนี้ทำได้! ไม่เพียงแต่ทำได้ ทว่ามันยังช่วยบริหารจัดการ ควบคุมทุกอย่างแทนเธอด้วย!
หลินเสี่ยวเถียนรู้สึกราวกับมีประตูแห่งความเป็นไปได้อีกบาน เปิดกว้างขึ้นตรงหน้า หัวมันเทศทั้งเก้าหัวนี้ เธอไม่จำเป็นต้องเสียเวลารอนานเป็นเดือนเพื่อให้ได้ต้นพันธุ์รุ่นแรก
เมื่อยอดอ่อนผลิยาวพอ เธอสามารถตัดมันไปปักชำลงในแปลงว่างถัดไป ระบบมิติจะช่วยเร่งการแตกรากใหม่ น้ำพุวิญญาณจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตร้อยเปอร์เซ็นต์ และเมื่อเถารุ่นแรกเจริญเติบโตแข็งแรง เธอก็สามารถตัดขยายมันออกเป็นรุ่นที่สอง รุ่นที่สาม ต่อเนื่องไปได้เรื่อยๆ
หัวมันเพียงสิบหัว อาจทวีคูณกลายเป็นต้นพันธุ์หลักร้อยได้ เร็วกว่าการปลูกแบบปกติหลายเท่าตัวนัก จากหลักร้อย อาจทวีคูณกลายเป็นหลักพัน ก่อนที่ชาวบ้านภายนอกจะทันได้ตั้งตัวเสียอีก!
นี่คือสิ่งที่มิติวิเศษมอบให้เธอ มันไม่ใช่เพียงเสบียงอาหาร แต่มันคือเวลา!!
ในเมืองที่ผู้คนกำลังหิวโหยจนหน้ามืด สิ่งที่มีมูลค่าสูงส่งยิ่งกว่าทองคำเสียอีก ก็คือเวลาที่ใช้ในการเพาะปลูก
หลินเสี่ยวเถียนมองแปลงมันเทศตรงหน้า ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทันใดนั้น เธอก็เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า เหตุใดของชดเชยจากสวรรค์ จึงต้องเป็นมิติสวน มิใช่ยุ้งฉางที่อัดแน่นไปด้วยเสบียงข้าวสาร
หากสวรรค์มอบข้าวสารให้เธอฟรีๆ หนึ่งหมื่นกระสอบ ต้มกินหมดแล้ว มันก็คือจบสิ้นกัน แต่มิติแห่งนี้กำลังมอบสิ่งที่น่ากลัวและทรงพลังยิ่งกว่านั้นหลายพันเท่า มันคือความสามารถ ในการสร้างต้นทางของแหล่งอาหารขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่องไร้ขีดจำกัด!
ตราบใดที่เธอยังมีแม่พันธุ์ ตราบใดที่เธอยังมีพื้นที่เพาะปลูกด้านนอก และตราบใดที่เธอยังมีชาวบ้านคอยช่วยลงแรงเพาะปลูก เมืองชิงเหอก็ย่อมมีโอกาสรอดตาย!
และที่สำคัญที่สุด เธอไม่ต้องมานั่งขังตัวเองเป็นนักโทษอยู่ในมิติ เพื่อทนปวดหลังขุดดินรดน้ำทั้งวันทั้งคืน งานกรรมกรขั้นพื้นฐาน ระบบมิติจะจัดการให้ ส่วนงานที่ต้องอาศัยสมอง การตัดสินใจ การทดลอง การคัดเลือกสายพันธุ์ และการวางแผนงาน นั่นต่างหาก! คือหน้าที่ของนักวิจัยระดับตัวท็อปอย่างเธอ!
หลินเสี่ยวเถียนยกมุมปากขึ้นอย่างพึงพอใจ
“ฮ่าๆๆ! แบบนี้สิ ค่อยสมกับเป็นของวิเศษระดับเทพหน่อย”
ต้าเป่าพองอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะใช้กรงเล็บตวัดเขียนข้อความลงบนพื้นดิน
‘เปิ่นจีบอกเจ้าแล้ว ว่ามิติสวนสี่ฤดูเป็นสมบัติชั้นสูงระดับตำนาน’
หลินเสี่ยวเถียนปรายตามองมัน
“เจ้าไม่ได้บอกสักคำ”
ต้าเป่าชะงักกึก
“เจ้าเอาแต่ยืนดูข้าถือจอบขุดดินจนปวดหลัง”
“...”
มันค่อยๆ ใช้เท้าเขี่ยลบข้อความบนพื้นทิ้งอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะก้มหน้าเขียนข้อความแก้ตัวใหม่
‘เป็นความผิดพลาด ทางการสื่อสาร’
หลินเสี่ยวเถียนหัวเราะพรืดออกมา
“ช่างแถสีข้างถลอก เหมือนพฤติกรรมของเทพในหน่วยงานต้นสังกัดเจ้าไม่มีผิดเพี้ยน!”
ต้าเป่าร่างแข็งค้างเป็นหิน ประโยคนั้น ช่างแทงทะลุใจดำเสียเหลือเกิน!
สายตาของหลินเสี่ยวเถียนเหลือบกลับไปยังหัวมันเทศขนาดเล็กที่มีรอยช้ำ หัวมันหัวนั้น แม้จะไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นแม่พันธุ์ระยะยาว แต่เซลล์ของมันยังมีชีวิต และเนื้อส่วนใหญ่ด้านในก็ไม่ได้เน่าเสียแต่อย่างใด ขณะที่เธอกำลังจะก้มลงหยิบมันขึ้นมา ทันใดนั้น ข้อความสีทองบนศิลาหินก็แปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง
[ตรวจพบพืชแม่พันธุ์ที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อย]
[ท่านสามารถเปิดใช้งานแปลงฟื้นฟู ควบคู่กับการใช้น้ำพุวิญญาณ เพื่อทำการซ่อมแซมได้]
หลินเสี่ยวเถียนชะงัก
“ซ่อมแซมพืช?”
ต้าเป่ารีบตะกุยเขียนอธิบาย
‘เป็นการฟื้นฟูสภาพให้กลับมาสมบูรณ์ ไม่ใช่การชุบชีวิตพืชที่ตายแล้ว หากส่วนแกนกลางสำคัญของมันยังมีชีวิตอยู่ ย่อมสามารถฟื้นฟูรักษาได้’
หญิงสาวจ้องมองมันเทศหัวนั้นอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะยกยิ้มกว้างออกมาอย่างช้าๆ
ดี... ดีมาก... ดีเยี่ยมไปเลย! แม้แต่พืชพันธุ์ที่กลายพันธุ์หรือได้รับความเสียหาย หากยังไม่ตายสนิท ก็มีโอกาสฟื้นฟูช่วยรักษากลับมาให้สมบูรณ์ได้
สำหรับนักวิจัยด้านการเกษตรอย่างเธอแล้ว ความสามารถในการฟื้นฟูสายพันธุ์นี้ มีมูลค่ามหาศาลยิ่งกว่าการค้นพบเหมืองทองคำเสียอีก!
แต่หลินเสี่ยวเถียนยังไม่ได้ส่งหัวมันช้ำๆ หัวนั้นเข้าแปลงฟื้นฟูในทันที เธอกลับหยิบมันขึ้นมาถือไว้ในมือ เพราะมีเรื่องสำคัญบางอย่าง ที่เธออยากจะทดลองลงมือทำด้วยตนเองในโลกแห่งความเป็นจริง
ก่อนจะหมุนตัวออกจากมิติวิเศษ หลินเสี่ยวเถียนเหลือบไปเห็นข้อความสีทองที่กระพริบอยู่บนศิลาหินอีกครั้ง
[ภารกิจปลดล็อกพื้นที่ระดับถัดไป]
‘ช่วย 1 ครอบครัว ให้รอดพ้นจากความอดอยาก และทำให้ครอบครัวนั้น มีหนทางหาเลี้ยงชีพด้วยตนเอง’
เธอหยุดฝีเท้า ระดับถัดไป นั่นหมายความว่า มิติวิเศษแห่งนี้ ยังมีความสามารถที่ซุกซ่อนอยู่อีกมากมายกระนั้นหรือ? เพียงแค่ปลดล็อกระดับหนึ่ง เธอก็ได้ครอบครองทั้งระบบแปลงเพาะอัตโนมัติ น้ำพุวิญญาณ การเร่งรากเร่งยอด และการฟื้นฟูแม่พันธุ์แล้ว
แล้วถ้ายกระดับเป็นระดับสองเล่า? หรือระดับสามเล่า?
หลินเสี่ยวเถียนรู้สึกได้เลยว่า หัวใจของนักวิจัยที่หลับใหลอยู่ภายในอก เริ่มกลับมาเต้นรัวแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ต้าเป่าลอบมองสีหน้าของเจ้านาย ก่อนจะค่อยๆ ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างระแวดระวัง
สีหน้าแววตาเช่นนี้ เหมือนนักวิจัยโรคจิต ที่เพิ่งค้นพบของเล่นชิ้นใหม่ไม่มีผิดเพี้ยน! หลินเสี่ยวเถียนยกมือเรียวแตะลงบนศิลาหิน
“ช่วยหนึ่งครอบครัว สินะ!!”
เธอไม่รู้หรอกว่า ใครจะเป็นผู้โชคดี (หรือโชคร้าย) ที่ตกเป็นเป้าหมายครอบครัวแรก แต่ในเมืองที่ผู้คนกำลังหิวโหย จนถึงขั้นต้องนำทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายออกเร่ขายเช่นนี้ เธอมั่นใจว่า คงไม่ต้องเสียเวลารอคอยนานนักหรอก
*****
