ทั้งเกลียดทั้งรัก
ปิ่นหอมลืมตาขึ้นมา หล่อนรู้สึกขัดยอกไปหมดทั้งตัว ความอิ่มเอม...เปี่ยมล้นในร่างกาย สัมผัสทางกายที่เธอห่างหายไปนาน คนที่ทำให้เธอได้รับรู้ และเต็มตื้นไปด้วยความรู้สึกนี้ มีคนเดียวเท่านั้น...
เธอเงยหน้าขึ้น เธอถูกกอดรัดไว้จนแทบกระดิกไม่ได้ เจ้าของอ้อมกอดก้มลงมองเธอ นัยน์ตาคมวับนั่น ราวกับมีดที่พร้อมจะกรีดเธอให้เป็นชิ้นๆ
“กลับไปกับฉัน”
เสียงทุ้มนั่นเอ่ย เขาคลายอ้อมแขน แล้วลุกขึ้น ปิ่นหอมถึงกับหลับตาปี๋ เมื่อเห็นว่าเขาเปลือยทั้งตัว แอตลาสหันมามองอาการของเธอก่อนจะเลิกคิ้ว เธอทำให้เขานึกหมั่นไส้ จนต้องก้าวไปหยุดตรงหน้าเธอ แล้วกระชากเธอขึ้นมาจากเตียง ปิ่นหอมร้องอุทานอย่างตกใจ เธอหน้าแดงเถือกเมื่อถูกเขาดึงขึ้นมาแบบนั้น เพราะเธอเองก็เปลือยเปล่าไม่ได้สวมอะไรเหมือนกับเขา เธอถูกดึงปะทะอกกว้าง ผิวของเขาแข็งและลื่นเรียบ ไม่ได้อ่อนนุ่มเหมือนเธอ
“ไปถูหลังให้ฉันหน่อย”
เขาว่า แล้วพาเธอเข้าไปในห้องน้ำ ปิ่นหอมพยายามขัดขืน แต่เขาก็ไม่ปล่อยเธอ ทั้งเจ็บและเหนื่อยเข้า เธอก็ถอนใจเฮือกอย่างยอมจำนน การปะทะกันกับเขามีแต่จะทำให้เธอต้องเจ็บตัวสู้ออมแรงไว้ก่อนดีกว่า ยอมใช้ฟองน้ำถูหลังไหล่ให้กับเขา เขายืนหันหลังให้กับเธอ เผยร่างกายแข็งแกร่งนั่น รอยสักสิงโตแสนสวยของเขามันกินเนื้อที่เต็มแผ่นหลังของเขา มันถูกสักไว้เพื่อกลบรอยแผลเป็นของเจ้าของผิวกายนี้ เธอรู้...เพราะเขาเล่าให้ฟัง รอยใหม่ล่าสุดตรงบริเวณชายโครงของเขา ที่ไม่มีรอยสัก มันทำให้เธอขมวดคิ้วเพราะรอยนั้นเหมือนจะพึ่งหายสนิท มันยังเป็นรอยแดงจางๆ ปรากฏเหมือนผิวเพิ่งจะสมานกัน
นิ้วของเธอแตะผิวตรงนั้น เขาหัวเราะในลำคอเมื่อเธอแตะต้องมัน เขาจำยอมนิ่งเป็นหุ่น ให้เธอใช้ฟองน้ำโง่ๆ นั่นถูตัวไปมา ทั้งที่ตรงนั้นกำลังแข็งเหมือนกับหิน พร้อมจะกระชากเธอเข้ามา...แล้วเข้าไปในกายเธอ ทำรักกับเธอซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือนเมื่อคืน
เขากำลังเข้าลัทธิทรมานตนเอง ว่าจะอดทนกับเธอได้นานแค่ไหน
แต่ร่างกายมันไม่ค่อยจะฟังเขาสักเท่าไหร่
“แผลนั่น แผลจากเธอไงล่ะถ้ามันสูงกว่านี้อีกนิด คงจะเสียบเข้าจุดสำคัญของฉันพอดี แล้วฉันคงจะตายไปแล้ว ตายสมใจเธอ”
“ใครทำคุณ”
เธอเอ่ยเสียงสั่นพร่า การเรียนพยาบาลมาทำให้เธอรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นไม่มีผิด ถ้าเป็นการที่แทงที่สูงกว่านี้อีกนิด และเคลื่อนไปข้างหน้าอีกหน่อย มันคงจะสามารถตัดขั้วหัวใจเขา หรือทิ่มทะลุปอดได้
“เธอไง?”
เขายังย้ำ ก่อนจะหันมาแล้วใช้มือบีบเข้าที่คางของปิ่นหอม นัยน์ตานั้นเป็นประกายระยับ เธอครางเบาๆ เพราะเขาลงน้ำหนักมือจนเธอเจ็บ มองเขาแล้วสั่นหน้า
“ฉันเปล่า ฉันจะไปทำอะไรคุณได้ยังไงกัน”
“เอาเถอะ พูดกับคนอย่างเธอไป คนปากแข็งอย่างเธอไม่ยอมรับหรอก”
เขามองกวาดไปตามใบหน้าของเธอ ใบหน้าที่หลอกหลอนให้เขามาตามเธอกลับไป...สู่อาณาจักรของตนเอง ทั้งที่มีคนคัดค้านไม่เห็นด้วย ทั้งที่พาเธอกลับไปจะเกิดปัญหากับเขามากมาย ทั้งที่ไม่รู้ว่าเธอจะทรยศเขาซ้ำอีกไหม
“แผลใหญ่มาก คุณคงเจ็บมาก”
น้ำตาเธอปริ่ม เมื่อเผลอเอ่ยออกมา มือของเธอลูบตรงรอยแผลนั้น อย่างลืมตัว
“ฉัน...ถ้าอยู่ตรงนั้น ฉันคงจะช่วยดูแลคุณ เย็บแผลให้คุณ และทำให้มันสวยกว่านี้ ผิวของคุณไม่ควรจะต้องมีบาดแผลอะไรอีกแล้ว คุณเจ็บ คุณสู้มาเกินพอแล้วแอตลาส”
คำพูดของเธอทำให้นัยน์ตาเย็นชานั่นเปล่งประกายวับ เขาคลายนิ้วที่ล็อคคางเธอไว้ ก่อนจะก้มลงจูบเธอ
จูบของวันนี้ อ่อนโยน ไม่ได้รุนแรงเอาแต่ใจ ทิ้งรอยแผลไว้ซึ่งกันและกันเหมือนเมื่อคืน
มือของเขาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธอ เขาสบถเบาๆ เมื่อคลำเจอซี่โครงของเธอ แล้วกระซิบชิดปากนุ่ม
“เธอต้องกินให้มากกว่านี้ ปิ่นหอม เธอผอม...ผอมเกินไป”
“อืม...”
เธอตอบโต้เขาได้เพียงแค่เสียงครางในลำคอ เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนลงมา แอตลาสเค้นคลึงสองเต้าเต่งนั่น ปากของเขายังไม่คลายจูบ ที่ค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนขึ้น
มือของเขาอีกข้างหนึ่ง ละจากเต้าอิ่มลงไปหาบริเวณส่วนสาว แตะนิ้วไล้กับติ่งเกสร ล่อลวงเธอให้คายน้ำหวานออกมา
ประสบการณ์เชี่ยวชาญของเขา พัดเชี่ยวเธอเข้าไปในวังวนแห่งตัณหาได้อย่างไม่ยากนัก เขายกตัวเธอขึ้น ปิ่นหอมอุทานอย่างตกใจ เมื่อเขาจับเธออ้าขาออกให้โอบรอบตัวเขาไว้ ก่อนจะแทรกเข้าไปในกายเธอ เขาทำเหมือนว่าเธอเบาราวกับนุ่น ยกเธอด้วยแขนข้างเดียวที่สอดไว้ใต้สะโพกเธอ ก่อนจะเริ่มขยับสะโพก
เธอร้องครางออกมาด้วยความรัญจวน เมื่อเขาพาเธอเดินกระแทกกลับมาที่เตียง พาเธอนอนลงบนเตียงโดยที่ยังไม่ถอดถอย เขาพาเธอไปกับจังหวะรักอันแสนดุดัน ทว่าเปี่ยมเต็มไปด้วยความสุขงอม ปิ่นหอมนอนหมดเรี่ยวแรงในอ้อมแขนเขา เขาสบถข้างๆ หูเธอขณะที่ยังคงขยับกายเข้าออก
“เธอมันงูพิษ ปิ่นหอม อืม อ๊า”
เขายังคงคาดโทษเธอ
แต่เขายังคงไม่หยุดกอดรัดสัมผัสเธอ
เขาเกลียดเธอ
พร้อมๆ กันนั้น
เขาก็รักเธอ...
