บท
ตั้งค่า

ชีวิตใหม่ของปิ่นหอม

เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นชุดเสื้อยืดตัวโคร่ง กับกางเกงลูกฟูกสีน้ำตาล ที่ตอนนี้เอวของมันหลวมโพรกจนเธอต้องใส่เข็มขัดไว้ รองเท้าผ้าใบสวมสบายมียี่ห้อ ต้องตามองแล้วก็ออกปากถามว่าเธอซื้อมาเท่าไหร่ เพราะนี่คือรองเท้ามีราคามาก สภาพของปิ่นหอมนั้นห่างไกลจากคำว่าคนมีเงินทองที่จะมาซื้อของอะไรแบบนี้ได้ เธอบอกปัดไปว่าเป็นของมือสองที่ซื้อแถวตลาดนัด ต้องตาก็เลยบอกให้เธอพาไปซื้อบ้าง ปิ่นหอมรับปากไปส่งๆ ทางนั้นเลยเลิกเซ้าซี้และขึ้นรถประจำทางไป

ปิ่นหอมมองเจ้าผ้าใบที่เธอสวมอยู่ ยี่ห้อนี้...ราคาแรงพอสมควร สวมใส่สบาย และเป็นยี่ห้อยอดนิยม เมื่อก่อนนี้เธอทำงานแล้วซื้อของพวกนี้ได้สบายๆ ไม่ต้องคิดมากเสียด้วยซ้ำ รายได้ของเธออาทิตย์หนึ่งของทางโน้น ก็คือค่าทำงานทั้งเดือนของที่นี่ เธอเรียนมาหนักเพื่อเป็นพยาบาลที่สหรัฐ โชคดีที่ตอนที่เธอสอบชิงทุนไปเรียนแลกเปลี่ยนในชั้นไฮสคูลเจอครอบครัวที่เขารักและเอ็นดูเธอมาก ครอบครัวสเตสันนึกชื่นชมเด็กไทยแสนอ่อนน้อมสุดขยัน หัวดีเรียนเก่ง พวกเขารับอุปการะเธอต่อเนื่องในการส่งเรียนพยาบาล ปิ่นหอมเองอยากเรียนพยาบาลเพราะแอนนาแม่อุปถัมภ์ของเธอเกิดตกบันไดศีรษะฟาดพื้นกลายเป็นอัมพาตครึ่งซีก เธอจึงอยากเรียนเพื่อมาดูแลท่าน พ่ออุปถัมภ์ของเธอยิ่งส่งเสริมและรักเธอเหมือนกับเป็นลูกของเขาแท้ๆ เพราะปิ่นหอมเป็นคนดี ปิ่นหอมได้ทำตามความตั้งใจของตนเองในการดูแลแอนนา จนช่วงสุดท้ายของชีวิต มันคือสิ่งหนึ่งที่เธอภาคภูมิใจในตัวเองมาก

เจฟฟี่เองก็จากไปในระยะหลังจากนั้นไม่นานนัก สินทรัพย์ส่วนหนึ่งพวกเขายกให้ปิ่นหอมในฐานะลูกบุญธรรม ปิ่นหอมเข้าทำงานในโรงพยาบาลที่นั่น และรับมารดาจริงๆ ของเธอไปอยู่ด้วยกันที่สหรัฐอเมริกา หลังจากที่เธอมั่นคงในเรื่องการงาน เธอได้กรีนการ์ดเป็นพลเมืองของทางสหรัฐ ทุกอย่างกำลังก้าวหน้าไปในทิศทางที่ควรจะเป็นอย่างที่เธอวาดอนาคตไว้

ถ้าเกิดว่าเรื่องวันนั้นไม่เกิดขึ้น...

นึกแล้วก็ถอนใจอีกหน เธอมองหาร้านข้าวแกงประจำที่เธออุดหนุนเกือบทุกวันในช่วงเย็น รสชาติไม่ได้อร่อยมากอะไรนัก แต่เธอนึกสงสารคนขายที่เป็นคุณยายอายุมากมานั่งตั้งแผงเล็กๆ ของแกอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อเป็นประจำทุกวัน

“มีอะไรเหลือบ้างคะยาย”

เสียงหวานเอ่ยทักทาย ยายเพียรกำลังนั่งร้อยดอกไม้อยู่ เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับลูกค้าประจำของแก ก่อนจะเอ่ยเชิญชวน

“วันนี้มีแกงปลาสวายหน่อไม้ดอง อร่อยนะลูก ยายเก็บไว้ให้หนูถุงหนึ่ง”

แกหยิบถุงแกงออกมาจากตะกร้าพลาสติก แล้วยื่นส่งให้กับปิ่นหอม ดูก็รู้ว่าเป็นแกงถุงพิเศษ ปิ่นหอมรับมาแล้วเลือกอาหารอีกอย่างหนึ่งพร้อมกับข้าวเปล่าอีกหนึ่งถุง แล้วยื่นส่งเงินให้แก

“ยายขายมาลัยด้วยหรือคะ”

เธอทักเมื่อเห็นว่ายายเพียรกำลังเรียงมาลัยที่เพิ่งร้อยเสร็จในถาด มีอยู่ไม่กี่พวง ยายพยักหน้าแล้วยิ้มส่งให้กับเธอ

“ขายเป็นวันๆ น่ะลูกไม่ได้เอามาขายทุกวัน ดอกไม้มันเหลือลูกยายเขาขายพวงมาลัยกันตอนเช้า ยายเลยเอามาร้อยขาย”

“มีกี่พวงคะ หนูเหมาหมดเลยค่ะ”

“โอ้ ขอบใจมากลูก ยายคิดแค่ห้าสิบบาทพอแล้ว”

แกรวบรวมมาลัยส่งให้กับปิ่นหอม แล้วยิ้มจนตาหยี เพราะของเหลือแค่แกงไม่กี่ถุง แกจะได้กลับบ้านพักผ่อนเสียที

ปิ่นหอมส่งเงินเพิ่มให้แก และรับมาลัยมา มาลัยมะลิส่งกลิ่นหอมชื่นใจ เธอเดินมาเรื่อยๆ จนถึงหอพักที่เช่าห้องไว้ แบ่งไหว้ที่ศาลพระภูมิสองพวง แบ่งให้กับแม่บ้านที่เอ่ยทักว่ากลิ่นของมาลัยมะลิหอมชื่นใจไปอีกสองพวง ก่อนจะเดินขึ้นไปยังห้องของเธอที่อยู่ชั้นห้า หอพักนี้ไม่มีลิฟต์ และอยู่ในซอยค่อนข้างลึก ราคาของมันย่อมเยา เหมาะกับเงินในกระเป๋าของเธอตอนนี้

เมื่อขึ้นถึงห้องพักแล้ว เธอวางมาลัยที่เหลือหน้ารูปของมารดา รอยยิ้มของท่านช่างสดใส กลิ่นมะลิหอมกรุ่นฟุ้งไปทั่วห้อง เธอเม้มปากนิดๆ พยายามไม่น้ำตารื้นเมื่อเอ่ยบอกท่าน

“มะลิหอมนะคะแม่ ปิ่นซื้อมาฝาก”

ห้องพักของเธอเป็นห้องแบบสตูดิโอ มีห้องน้ำในตัวและมีระเบียงเล็กๆ พอให้ตากผ้า และแยกเป็นครัว ปิ่นหอมย้ายมาอยู่ได้เกือบสี่เดือนแล้ว ข้าวของในห้องค่อยๆ มีมากขึ้นทีละนิดละหน่อย ตามที่เธอจำเป็นจะต้องใช้

เธอกางโต๊ะญี่ปุ่นออก แกะแกงถุงใส่จาน ยายเพียรคงจะตั้งใจเก็บแกงถุงนี้ไว้ให้เธอจริงๆ นั่นแหละ เพราะมีเนื้อปลาชิ้นโตมาหลายชิ้น เธอเก็บไว้รับประทานต่อได้อีกหลายวัน เพราะกินวันเดียวคงจะไม่หมด รสชาติของมันค่อนข้างดี แต่ความไม่ค่อยอยากอาหารทำให้ปิ่นหอมกินได้เพียงแค่นิดหน่อยพอหายหิว

ภาวะที่เธอเป็นตอนนี้ เธอควรจะเข้าพบจิตแพทย์หรือเปล่านะ?

เธอเก็บล้างจานชามเสร็จแล้ว ก็อาบน้ำชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนชุดนอน...เธอปิดไฟและล้มกายบนเตียง มือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูอะไรเล่นๆ เพลินๆ เธองดเล่นโซเชียล งดเคลื่อนไหวใดๆ มาตั้งแต่ที่ย้ายกลับมายังเมืองไทย อดใจไว้ที่จะไม่ไปล็อกอินเข้าแอคเค้าท์ใช้งานทิ้งค้างไว้แบบนั้น ป่านนี้เพื่อนเธอคงจะตามหาเธอกันให้ควั่กแล้ว เพราะเป็นการจากมาโดยไม่ได้ร่ำลาใครเลย มีเพียงคนเดียวที่รู้ว่าเธอมาที่นี่และเธอก็คงไม่อยากให้เพื่อนคนนั้นเดือดร้อนด้วยการไปติดต่อเคลื่อนไหวใดๆ กับเพื่อนคนนั้น

เธออยากให้การจากของเธอเหมือนการตายสำหรับคนที่โน่น

ใช่เธอตายไปแล้วสำหรับชีวิตแบบเดิม

ตอนนี้เธอควรมีชีวิตใหม่ได้แล้ว...

ปิ่นหอมปิดหน้าจอ แล้วหลับตา...แต่ใจของเธอยังไม่หลับ...สมองของเธอยังคงครุ่นคิด

ชีวิตใหม่ที่ไร้จุดหมายใดๆ ของเธอ

บางทีตายไปเสียก็อาจจะดีกว่า...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel