6| มารผจญ
๖
มารผจญ
แสงแดดยามเช้าเปล่งประกายเหลืองอร่าม ยามกระทบกับพระเจดีย์สีทองแลดูงดงาม ต้นโพธิ์ต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านเป็นร่มไม้ขนาดใหญ่ ที่โคนต้นเต็มไปด้วยวัตถุที่ชาวบ้านนำมาทิ้ง ซากปรักหักพังของตุ๊กตาบ้างก็เป็นกุมาร แลพระที่คอหักแขนหัก บ้างก็เป็นตุ๊กตานางรำชวนขนหัวลุก
ลาวัลย์เหลือบมองไปรอบ ๆ ด้วยความวังเวง เนื่องจากว่าวัดที่ลาวดีและสาธิตพามาเป็นวัดป่าที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านพอสมควร ทางเข้าเป็นโค้งคดงอปกคลุมไปด้วยผืนป่าใหญ่ เมื่อมาถึงวัดแล้วก็มีเจ้าอาวาสอยู่หนึ่งรูป และเณรอีกสองรูปที่กำลังกวาดลานวัดอยู่
"เปลี่ยวจัง"ลาวัลย์เอ่ยเบา ๆ ดั่งเสียงกระซิบ
"นี่มันคือวัดป่า เจ้าอาวาสเป็นพระที่พ่อนับถือ ไป ๆ ท่านคงรออยู่ข้างใน"สาธิตถือสังฆทานเดินนำไปด้านในศาลาที่มีพระห่มจีวรสีน้ำตาลเข้มนั่งรออยู่
"มากันแล้วหรือ"เจ้าอาวาสเอ่ยทักทาย เมื่อยังไม่บวชเป็นพระเคยเรียนที่เดียวกันกับสาธิตเป็นรุ่นพี่อยู่สามปี เมื่อครั้นภรรยาเสียชีวิตท่านจึงขอลาบวชเป็นพระตลอดชีวิต นี่ก็ผ่านมากว่าสามสิบปีแล้วกระมัง
"กราบนมัสการครับหลวงพี่..หลวงพี่สบายดีนะครับ"สาธิตยิ้มเฉ่ง แม้จะมาเยี่ยมเยือนบ่อย ๆ แต่ก็มาเพียงปีละครั้งพอได้ถามสารทุกข์สุกดิบกันบ้าง
"สบายดี โยมล่ะ สบายดีไหม"เจ้าอาวาสเอ่ยถามเพื่อนรุ่นน้อง มือเหี่ยวย่นตามวัยหยิบขันน้ำมนต์มาวางไว้ข้างกาย
"สบายดีครับ วันนี้พาลูกสาวมาทำบุญวันเกิดน่ะครับ"ลาวัลย์และลาวดีก้มกราบพระอย่างนอบน้อม
"ดี ๆ มาเถิด อาตมาจะให้พร"
เสียงสวดบทใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับถวายสังฆทานให้แก่พระสงฆ์ น้ำมนต์ในขันถูกพรมไปที่ตัวของคนทั้งสามที่นั่งรับพรอยู่ พานดอกไม้และเครื่องใช้จิปาถะยกถวาย พระสงฆ์วางจีวรรับสิ่งของพร้อมกับเอ่ยให้พร
"อายุ วัณโณ สุขัง พลัง"ทุกคนยกมือขึ้นสาธุ
ห่างออกไปไม่ไกลหน้ารั้ววัดมีชายร่างใหญ่สีดำทะมึนยืนเฝ้าอยู่ตลอดเวลา เจ้าอาวาสแลเห็นแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ท่านหยิบของบางสิ่งในย่ามออกมาก่อนจะยื่นให้ลาวดีและลาวัลย์ ทั้งคู่รับไปอย่างงง ๆ
"ติดตัวไว้จะดี ไม่จำเป็นก็ห้ามถอด หากพบเจออะไรก็อย่าไปทักไปท้วงเขา หากเราไม่รับไม่รู้เขาก็ทำอะไรเราไม่ได้"พระท่านหยิบถ่านขนาดเล็กออกมาพร้อมกับบริกรรมคาถาบางอย่าง คล้ายยันต์ลงบนหลังจี้พระที่ท่านให้มา
"มีอะไรหรือเปล่าคะ"ลาวดีเอ่ยถามด้วยความสงสัย ขนลุกซู่ด้วยความรู้สึกกลัว
"ไม่มีอะไรหรอกโยม อาตมาเพียงอยากให้ไว้เป็นสิริมงคลก็เท่านั้นแล"ด้วยเพราะสาธิตมีของดีอยู่กับตัวแล้วเจ้าอาวาสจึงไม่นึกห่วงอะไร ภยันอันตรายก็แคล้วคลาดปลอดภัย
"งั้นผมกับลูกเมียขอตัวกลับก่อนนะครับ"สาธิตกราบลาพระอาจารย์ที่เคารพนับถือ
ยามที่ล้อหมุนแล่นออกจากรั้ววัดไปกลับมีรัศมีสีดำปกคลุมอยู่ลาง ๆ เจ้าอาวาสได้เพียงแต่ภาวนาขอให้ทุกคนปลอดภัย เสียงฟ้าร้องพร้อมกับเมฆที่กำลังตั้งเค้ามา สีดำทะมึนแลดูน่ากลัว สายลมพัดปลิวแรงเสียจนต้นไม้เอนไหว
"มาตกอะไรตอนนี้เนี่ย"สาธิตบ่นพลางกรอกสายตามองไปรอบทิศ รถชะลอช้าลงเมื่อถึงแยกไฟแดง พ่อค้าแม่ขายต่างพากันเก็บข้าวของเข้าบ้านด้วยความเร่งรีบ ทว่าไม่ทันไรหยาดพิรุณก็โหมกระหน่ำลงมาอย่างแรง สายฝนร่วงหล่นลงมาจากฟ้าพลอยทำให้ชาวบ้านต่างวิ่งกันวุ่นวาย ลาวดีหยิบสร้อยพระที่เจ้าอาวาสให้มาสวมคอไว้ เธอประนมมือไหว้อย่างวิงวอน
"ดูท่าฝนจะตกแรงด้วยนะคะ"ลาวัลย์ที่นั่งอยู่ด้านหลังเอ่ย พลันหางตาเธอก็เห็นเงาดำอยู่ลาง ๆ ทว่าหันไปมองกลับพบแต่ความว่างเปล่า
"พ่อมึง ไฟเขียวแล้ว"ลาวดีเอ่ยบอกสามีเมื่อสัญญาณจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว สาธิตจึงเคลื่อนรถไปข้างหน้าท่ามกลางพายุฝน
เมื่อครั้นขับมาได้ถึงครึ่งทางก็ปรากฏหมอกควันสีขาวเต็มไปหมด ทำให้สาธิตมองแทบไม่เห็นทาง เขาชะลอรถลงพยายามไปอย่างระมัดระวังแต่ด้วยความที่ถนนลื่นจึงทำให้เขาควบคุมรถได้ยาก
เสียงล้อบดกับถนนเสียงดังเอี๊ยดเมื่อจู่ ๆ สายฟ้าแลบแปลบพร้อมกับเสียงสนั่นหวั่นไหว ทุกคนในรถต่างหันรีหันขวางมองหาที่มาของฟ้าผ่าลงเมื่อครู่
"เกือบไปแล้วไหมละ"สาธิตพ่นลมออกมาจากปาก ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองพวกเขา สาธิตจอดรถนิ่งไม่กล้าขยับอยู่นานหลายนาทีกว่าฟ้าจะสว่าง สายฝนที่โหมกระหน่ำเมื่อครู่กลับตกเพียงปรอย ๆ เท่านั้น ท้องฟ้าสว่างจ้าพาเมฆทะมึนนั้นหายไป
"แปลกจริง"ลาวัลย์มองปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ด้วยความแปลกใจ หวนนึกถึงคำพูดของพระอาจารย์ทันที
กว่าหนึ่งชัวโมงที่สาธิตและครอบครัวต้องติดอยู่ในรถ กว่าจะผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้ก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด ลาวดีตั้งใจว่าจะนำจี้พระไปเหลี่ยมทองใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลาและไม่ลืมที่จะบอกลาวัลย์ด้วย
เมื่อมาถึงบ้านก็ทำให้ลาวัลย์ต้องแปลกใจอีกครั้ง เมื่อบริเวณบ้านเธอไม่มีร่องรอยของน้ำฝนแม้แต่หยดเดียว ทั้ง ๆ ที่ตลอดทางจนถึงข้างบ้านเธอกลับมีร่องรอยฝนตกจนเปียกชุ่ม คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ตะวันคล้อยจนลับตานาฬิกาบ่งบอกเวลาสองทุ่ม ทุกคนต่างพร้อมหน้ากันรับประทานอาหาร ลาวดีถือเค้กวันเกิดพร้อมกับร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้กับบุตรสาว ลาวัลย์อธิษฐานก่อนจะเป่าเทียนให้ดับลง
"แม่ขอให้ลูกมีความสุขมาก ๆ นะ ไม่เจ็บไม่จนนะลูก"ลาวดีหอมแก้มบุตรสาวอย่างรักใคร่
"พ่อก็ขอให้ลูกสุขภาพแข็งแรง เป็นคนดีแบบนี้ตลอดไปนะลูกนะ"สาธิตโอบกอดบุตรสาวพร้อมกับหอมที่ผมนุ่มนั้นอย่างหวงแหนและรักใคร่ เตรียมใจรับกับสิ่งที่ต้องเจอ
"ขอบคุณค่ะ ลัลรักพ่อกับแม่มากนะ"ลาวัลย์สวมกอดทั้งพ่อและแม่ หอมแก้มท่านด้วยความเคยชิน เธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวจึงไม่แปลกที่เธอจะได้รับความรักจากพ่อและแม่เต็มเปี่ยม ซึ่งเธอเองก็รักพวกท่านมากเช่นกัน
ในยามวิกาลนั้นปรากฏร่างกำยำน่าเกรงขามของชายหนุ่มที่ริมหน้าต่าง ผมยาวปลิวไสวตามแรงลม เสียงเรียกชื่อเธอเบา ๆ หลายครั้งทำให้ลาวัลย์รู้สึกตัวตื่น เธอขยับตัวเล็กน้อยพร้อมกับดวงตาที่ลืมขึ้น
"ลาวัลย์...ลาวัลย์"เสียงเรียกยังคงไม่หายไป หญิงสาวขยับตัวนั่งพิงหัวเตียง มองฝ่าความมืดออกไปยังหน้าต่าง แสงจันทร์ที่กระทบทำให้เธอเห็นได้ลาง ๆ
"นั่นใคร"ร่างสูงขยับก้าวเข้ามาหาเธอช้า ๆ ลาวัลย์จึงเอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟที่หัวเตียง แสงสว่างทำให้เธอเห็นชายหนุ่มได้อย่างชัดเจน หญิงสาวสะดุ้งด้วยความตกใจ
"ข้าเอง"
