บท
ตั้งค่า

5| เบญจเพส

เบญจเพส

ลาวัลย์วิ่งออกมาที่หน้าโรงพยาบาล ก่อนจะหยุดยืนที่หน้าศาลพระภูมิขนาดใหญ่ สิ่งที่ผู้คนเคารพบูชากันมาตลอดจากรุ่นสู่รุ่น ร่างบอบบางคุกเข่าลงตรงหน้าศาล ประนมมือไหว้พร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรั่งพรู

"ท่านคะ ลูกช้างมาขอพรให้พ่อของลูกช้างปลอดภัย อย่าให้ใครพรากพ่อไปเลยนะคะ ฮึก~ หากพ่อข้าพเจ้าปลอดภัยแล้ว ลูกช้างจะยอมทุกอย่าง จะมาแก้บนให้ท่านนะคะ ช่วยลูกช้างด้วย ฮือ ๆ "ลาวัลย์ร่ำไห้ราวกับใจจะขาด เธอยอมแลกแม้แต่ชีวิตของเธอเองเธอก็ให้ได้

"เจ้าได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้"เสียงทุ้มแว่วดังมากับสายลมที่พัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ลาวัลย์ชะงักอยู่กับที่ เอียงหูฟังอีกครั้งให้แน่ใจ หรือเธอจะหูแว่วไปเอง ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบกาย นอกจากต้นโพธิ์ขนาดกลางแล้วก็ไม่มีใครอยู่แถวนี้เลยสักคน

หญิงสาวรีบลุกขึ้นยืน บรรยากาศวังเวงพิกล เธอยิ่งเป็นคนกลัวผีเสียด้วยสิ ลาวัลย์เร่งฝีเท้าเดินกลับเข้าไปในโรงพยาบาลให้เร็วขึ้น

เมื่อมาถึงหน้าห้องไอซียูก็เป็นจังหวะเดียวกับที่หมอกำลังออกมาคุยกับแม่ของเธอพอดิบพอดี

"หมอยังไม่อยากจะเชื่อเลยครับ ว่าหัวใจคนไข้จะกลับมาเต้นอีกครั้ง คงจะเป็นปาฎิหารย์จริง ๆ ตอนนี้หมอคงต้องรอดูอาการคนไข้ไปก่อนนะครับ ไว้หมอจะมาแจ้งอีกที"

"ค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ อึก~ "ลาวดีที่ยังคงสะอื้นอยู่เอ่ยด้วยความดีใจ เมื่อคุณหมอบอกว่าสามีเธอกลับมามีชีวิตอีกครั้งราวกับปาฎิหารย์ เธอยกมือขึ้นไหว้พระเจ้าอย่างขอบคุณ

"แม่! "ลาวัลย์เดินเข้ามากอดมารดาอย่างดีใจ เหมือนยกภูเขาทั้งลูกออกจากอก เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวเธอ แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เธอก็ขอบคุณ ขอบคุณพระเจ้าที่ให้ชีวิตใหม่พ่อเธอ

หลายวันถัดมา

พืชใบเขียวเจริญเติบโตอยู่ในแปลงผัก สาธิตยืนรดน้ำต้นไม้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เสียงฮัมเพลงเบา ๆ อย่างคนอารมณ์ดี หลังจากที่เขาออกจากโรงพยาบาลมาอาการดีขึ้นอย่างผิดคาด ไม่มีโรคแทรกซ้อนอะไรเลยแม้กระทั่งความดันก็พลันหายไป

ลาวดีเคยบอกเขาว่า เขาได้หมดลมหายใจไปแล้ว แต่กลับฟื้นขึ้นมาใหม่อย่างปาฏิหาริย์ เขาเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องเล้นลับพวกนี้เลย แต่ตอนนี้เขากล้ายอมรับว่าเขาเชื่อว่ามีจริงอย่างสนิทใจ

[ย้อนกลับไปวันนั้น]

สาธิตยืนมองชายวัยกลางคนที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ ข้างกายเต็มไปด้วยหมอและพยาบาลต่างพากันช่วยชีวิตเขาอย่างเต็มที่ ใบหน้าเขาเศร้าสร้อยเมื่อนึกได้ว่าตัวเองไม่รอดแล้ว

พลันแสงสว่างสีทองสาดส่องเข้ามาจนรู้สึกแสบตา สาธิตยกมือขึ้นบังแสงนั้นก่อนจะค่อย ๆ ลดมือลงเมื่อลำแสงนั้นหายไป เหลือเพียงชายหนุ่มร่างใหญ่เปลือยอกท่อนบน นุ่งผ้ากรุงเก่า-โจงปีกกาสีงาช้าง เครื่องประดับทองคำแท้เต็มยศ ทว่าปากเขากลับเป็นจะงอยปากเหยี่ยวลักษณะโค้งงุ้มและแหลมคม แววตาเฉี่ยวคมอย่างน่าเกรงขาม

สาธิตผงะอย่างตกใจ เมื่อคิดว่าเป็นยมราชมานำตัวเขาไป ทว่าเสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาทำให้เขาต้องคิดใหม่อีกครั้ง

"ข้ามาช่วยเจ้า ตามคำขอของบุตรสาวเจ้า สาธิต"บุรุษนิรนามรู้แม้กระทั่งชื่อของเขาเอง "เจ้าต้องกลับเข้าร่างเจ้าไปเดี๋ยวนี้ ก่อนที่มันจะสายเกินไป"

"ผมไม่รู้จะทำยังไง"ใบหน้าเขาหมองคล้ำอย่างคนที่ชะตาขาดไปแล้ว

"เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา..ข้ามีข้อตกลงกับเจ้า"

"ข้อตกลง? ..ข้อตกลงอะไร"

ชายหนุ่มผู้นั้นบอกข้อตกลงแก่สาธิต จากนั้นจึงบริกรรมคาถา แสงสว่างสีขาวดวงเท่ากำปั้นลอยเข้าสู่ร่างของสาธิต เป็นจังหวะเดียวกับที่ชีพจรของสาธิตกลับมาเต้นอีกครั้ง

"ชีวิตใหม่ของเจ้า..เจ้าจะมีชีวิตอยู่ตราบเท่าที่เจ้าต้องการภายใต้สัจธรรมของมนุษย์ หากเมื่อใดที่เจ้าหมดห่วงสิ่งใดแล้ว เพียงพอต่อการมีลมหายใจบนโลกมนุษย์..ให้เจ้าจุดทูป 16 ดอก อธิษฐานบอกแก่ฟ้าดิน เจ้าจะจากไปอย่างสงบ ไม่เจ็บ ไม่ปวดใดใด"

สาธิตยกมือไหว้ขอบคุณ ลำแสงสีทองเปล่งประกายจ้าอีกครั้ง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะพลันหายไปลับตา สาธิตกลับเข้าร่างตัวเองอีกครั้ง ฟื้นขึ้นมาราวกับคนไม่เคยป่วยมาก่อน

[ปัจจุบัน]

กลิ่นกับข้าวหอมฉุยมาจากในครัว เสียงตะหลิวกระทบกับกระทะบ่งบอกถึงความชำนาญของคนทำ ผัดฉ่าทะเลถูกตักลงใส่จานพร้อมกับข้าวอีกสองสามอย่าง

"พ่อมึง มากินข้าวได้แล้ว"ลาวดีร้องเรียกสามีที่อยู่ด้านนอก ตักข้าวสวยร้อน ๆ รอลูกและสามีของเธอ ลาวัลย์ลงมาจากห้อง เลื่อนเก้าอี้ลงนั่งเตรียมพร้อมสำหรับการรับประทาน

"เออ แม่มึง..ว่าง ๆ เอาอันนี้ไปใส่กรอบให้ฉันหน่อยนะ จะเอามาห้อยคอ"สาธิตยื่นของสิ่งหนึ่งให้กับภรรยา ลาวดีรับมาอย่างงง ๆ ก่อนจะคลี่มือดู ลักษณะคล้ายพญาครุฑองค์เล็กขนาดเท่าหัวนิ้วโป้ง ลำกายสีทองทั้งองค์

"พ่อมึง ไปได้มาจากไหนเนี่ย"ลาวดีอ้าปากค้าง ทองคำแท้เชียวนะ! องค์สวยงามหมดจด ไร้ที่ติ

"มีคนให้มา"สาธิตเอ่ยยิ้ม ๆ เมื่อตอนเขาฟื้นขึ้นมา ในมือกลับมีองค์พญาครุฑนี้อยู่ ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่ามาอยู่ในมือเขาได้ยังไง ลักษณะเหมือนชายในนิมิตที่เขาเจอ สาธิตจึงนำกลับมาด้วย

"สวยดีนะคะ..แต่น่ากลัวจัง"ลาวัลย์เหลือบมองใกล้ ๆ รัศมีเปล่งประกายรอบตัว มีเพียงเธอเท่านั้นที่เห็นมัน ลาวัลย์ลูบแขนเบา ๆ เมื่อขนลุกเกรียวขึ้นมาดื้อ ๆ มันไม่ได้น่ากลัวเหมือนกลัวผี แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกประหลาด ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่ามันคือความรู้สึกอะไรกันแน่

"เอ้อ พรุ่งนี้วันเกิดลัลนี่นา เราไปถวายสังฆทานที่วัดกันดีไหมลูก"ลาวดีเอ่ยขึ้นระหว่างที่นั่งกินข้าว นึกขึ้นได้ว่าวันเกิดลูกสาวจะมาถึงแล้ว จึงอยากชวนไปทำบุญด้วยกัน

"ไปสิคะ"ลาวัลย์ยิ้มดีใจ พรุ่งนี้เธอก็อายุเต็ม 25 ปีบริบูรณ์แล้ว ได้ทำบุญสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน

"ปีนี้ลัล 25 แล้วใช่ไหมลูก"สาธิตเอ่ยถามบุตรสาว

"ค่ะคุณพ่อ"

"เป็นเบญจเพสด้วยนี่ ลัลต้องทำบุญบ่อย ๆ นะลูก ระวังเนื้อระวังตัวให้ดีด้วยล่ะ พ่อเป็นห่วง"

“เบญจ” ที่แปลว่าห้า และคำว่า “เพส” ที่แปลว่ายี่สิบ โดยมีความเชื่อมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วว่าช่วงอายุ 25 จะเป็นปีที่ยมบาลหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคอยดูสิ่งที่เราได้ทำไว้ ประกอบกับหากเป็นช่วงที่ดวงตกหรือดวงอ่อนด้วยแล้วก็จะยิ่งทำให้มีเคราะห์หนัก เนื่องจากเจ้ากรรมนายเวรสามารถตามหาเราเจอ และจะยิ่งส่งผลร้ายมาให้ด้วย ดังนั้นในช่วงเบญจเพสนี้จึงไม่ควรทำสิ่งไม่ดีทั้งหลาย รวมถึงต้องระมัดระวัง มีสติรอบคอบ และไม่ประมาทในการใช้ชีวิต

"ขอบคุณค่ะ ลัลจะระวังตัว และไม่ประมาทนะคะ"ลาวัลย์เอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม คิดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอแน่นอน หรือว่ามีเธอก็คงจะรับมือได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel