บท
ตั้งค่า

4| ผู้หญิงของข้า

ผู้หญิงของข้า

เสียงหวานใสดังไปทั่วบริเวณลานโชว์สินค้ายี่ห้อหนึ่ง ลาวัลย์ทำหน้าที่เป็นพิธีกรฟรีแลนซ์ทั่วไป ไม่ประจำที่ ร่างบอบบางในชุดรัดรูปสีแดงสั้นโชว์น่องขาวเนียน ผมถูกดัดเป็นลอนสวยงาม ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาแน่น

ในยามนี้เธอเปรียบเสมือนเสาหลักของครอบครัว บิดาเธอนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลไม่มีท่าทีว่าจะฟื้น ลาวัลย์จึงต้องออกหางานทำทุกอย่างที่ได้เงิน ถึงแม้เงินในบัญชีเธอจะมีมากพอที่จะใช้จ่ายได้ หากแต่มันก็ร่อยหรอลงทุกวัน ๆ หากเธอไม่ทำงานเลยเงินที่เก็บไว้ย่อมมีวันหมด

หลังจากเสร็จงานในบทบาทพิธีกรสาวสวยแล้ว ลาวัลย์ก็เก็บของเตรียมจะกลับบ้าน อีกทั้งยังต้องไปส่งข้าวส่งน้ำให้มารดาเธออีก มือเรียวหยิบเครื่องสำอางส่วนตัวลงในกระเป๋าก่อนจะเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย

"ลัลจะกลับเลยเหรอ"มิ้วเพื่อนรักเอ่ยถาม เธอสองคนมักจะทำงานด้วยกันเสมอ มิ้วเป็นคนหางานให้ลาวัลย์เสียด้วยซ้ำ เพราะทั้งคู่เป็นเพื่อนข้างบ้านกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่เคยมีความลับต่อกันเลยสักครั้ง ในยามนี้ลาวัลย์กำลังลำบากเธอจึงเต็มใจที่จะช่วยเหลือ

"อือ ว่าจะกลับเลย ต้องเอาข้าวไปให้แม่ด้วยอะ"ลาวัลย์เอ่ยพร้อมกับเก็บของเสร็จเรียบร้อย เธอสะพายเป้ใบเล็กที่มีเพียงของใช้จำเป็นเวลาออกงานเท่านั้น มิ้วยื่นมือมาแตะไหล่เพื่อนรักอย่างเห็นใจ

"สู้ ๆ นะแก มีอะไรให้ช่วยก็บอกฉันได้นะ"สาวหน้าตี๋ยิ้มบาง ๆ อย่างให้กำลังใจ ลาวัลย์ยิ้มตอบอย่างขอบน้ำใจเพื่อนรัก แม้จะมีเรื่องเครียดมากมายแค่ไหนลาวัลย์ก็ยังคงแสดงออกด้วยรอยยิ้มสดใส เธอไม่อยากให้คนรอบข้างพลอยกังวลกับเธอไปด้วย

"อ้าว จะกลับกันแล้วเหรอสาว ๆ "ผึ้งสาววัยสี่สิบต้น ๆ เดินมาทักทายสองสาวที่กำลังจะก้าวออกจากห้องไป

"จะกลับแล้วค่ะพี่ผึ้ง ขอบคุณมากนะคะที่ให้งานเราสองคน"ลาวัลย์ประนมมือไหว้ผู้ใหญ่ใจดีที่คอยให้งานเธอเสมอ เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งเลยก็ว่าได้

ผึ้งเป็นม่ายสาวที่หย่าร้างกับสามีเก่ามานานหลายปีและไม่คิดจะมีสามีใหม่ แม้อายุอานามจะเข้าสู่เลขสี่แล้ว หากแต่ใบหน้าและหุ่นของเธอยังดูอ่อนเยาว์เหมือนสาวแรกรุ่น ด้วยเพราะผึ้งเป็นคนดูแลตัวเองและออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ หล่อนรู้จักมิ้วและและลาวัลย์จากงานพิธีกรแห่งหนึ่ง ถูกชะตาจึงชวนมาร่วมงานด้วยบ่อยครั้ง

"โอ้ย ขอบคงขอบคุณอะไรกัน พี่แค่ช่วยหางานให้เท่านั้นเอง เพราะเราสองคนฝีมือดีไงถึงมีแต่คนอยากจ้าง"ผึ้งโบกไม้โบกมืออย่างเป็นกันเอง เธอไม่ได้คิดเป็นบุญคุณอะไรเลยสักนิด

"ก็ต้องขอบคุณพี่ผึ้งอยู่ดี"

"ใช่ค่ะ ถ้าพี่ผึ้งไม่ช่วยหางานให้เราก็ไม่รู้ว่าจะมีใครจ้างรึเปล่านะคะ"มิ้วพูดขำ ๆ

"เออนี่ ถ้าไม่มีธุระต่อไปกินหม้อไฟกันไหม พี่เลี้ยงเอง"

"คงไม่ได้หรอกค่ะ ลัลต้องไปเยี่ยมพ่อ"ลาวัลย์เอ่ยยิ้ม ๆ ซึ้งน้ำใจของพี่สาวคนนี้จริง ๆ

"เออจริงสิ พี่ลืมไป งั้นฝากเยี่ยมพ่อด้วยนะ หายเร็ว ๆ "ผึ้งลืมตัวไปว่าบิดาของลาวัลย์ป่วยอยู่จึงไม่ทันคิด เธอก็เคยเห็นพ่อของลาวัลย์สองสามครั้งจากที่เคยไปรับมาทำงานด้วย ยังแข็งแรงอยู่แท้ ๆ ไม่น่าป่วยแบบนี้เลย สงสารก็แต่แต่ลาวัลย์นี่แหละ ต้องวิ่งหน้าวิ่งหลังอยู่คนเดียว หากมีใครสักคนมาคอยดูแลก็คงจะดี เธอคงคลายห่วงไปได้บ้าง

"ขอบคุณค่ะพี่ผึ้ง"

"ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยนะลัล อย่าหักโหมมาก เหนื่อยก็พัก ถ้าเป็นอะไรไปอีกคนจะแย่เอา"ผึ้งเอ่ยอย่างนึกเป็นห่วง

"ทราบแล้วค้า งั้นลัลไปก่อนนะคะ แม่จะรอนาน"ลาวัลย์และมิ้วยกมือไหว้ลาผู้ใหญ่ที่นับถือก่อนจะขอตัวกลับ ผึ้งได้แต่ส่ายหัวอย่างอ่อนใจ เธอก็ช่วยได้แค่นี้แหละ

ลาวัลย์กลับมาถึงบ้านในช่วงหกโมงเย็น เธอต้องอาบน้ำก่อนจะลงมาเตรียมทำกับข้าวไปให้แม่เธอที่เฝ้าพ่ออยู่ที่โรงพยาบาล ครั้นจะกินอาหารของโรงพยาบาลก็ไม่ถูกปากเอาเสียเลย ลาวัลย์จึงต้องคอยไปส่งข้าวให้ทุกวัน เธอไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยที่ต้องทำอะไรเพื่อพ่อและแม่ของเธอ อยากตอบแทนบุญคุณท่านที่เลี้ยงเธอมา เหนื่อยยากกว่านี้หลายเท่านัก

วัตถุดิบถูกจัดเตรียมไว้ก่อนลงมือทำเสมอ ผักกาดขาวถูกชะล้างจนสะอาดนำมาหั่นพอดี ๆ ตามด้วยเห็ดหอม แครอทและเต้าหู้ ลาวัลย์ใช้เวลาปรุงไม่นานเนื่องจากเป็นแกงจืด อาหารง่าย ๆ ที่ทำได้ไม่ยาก ปากอิ่มเป่าไอร้อนก่อนจะชิมเป็นลำดับสุดท้าย กลิ่นหอมฟุ้งเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดีเชียวละ

"อร่อยจัง"คนตัวเล็กเอ่ยชมตัวเองอย่างภูมิใจ ไม่เสียชื่อลาวดีที่สั่งสอนให้เข้าครัวมาตั้งแต่เด็ก ๆ การเป็นลูกคนเดียวใช่ว่าเธอจะได้รับการตามใจจากพ่อแม่ ตรงกันข้าม ท่านกลับสอนให้เธอทำ อดทน อดออมในสิ่งที่อยากได้ ไม่ตามใจจนเสียคน ลาวัลย์รู้สึกดีใจที่ได้เกิดมาในครอบครัวนี้

ส่วนปู่และย่าเธอท่านเสียไปนานแล้ว เหลือเพียงตากับยายที่อาศัยอยู่บ้านสวนแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด ใช้ชีวิตสมถะตามประสาตายายสองคน แต่ยังมีป้าของเธอคอยดูแลอยู่ พ่อแม่เธอจะพากลับไปหาตายายช่วงเทศกาลปีละครั้งเท่านั้น เนื่องจากท่านต้องทำงาน

หญิงสาวตักแกงใส่กล่องข้าวอย่างคล่องแคล่ว ห่อผ้าทับอีกทีอย่างสวยงาม บ่งบอกความพิถีพิถันของคนทำได้เป็นอย่างดี รถยุโรปคันเก่าแล่นออกจากบ้านหลังนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป มือเรียวเอื้อมไปเปิดเพลงคลอเบา ๆ พลางฮัมเพลงอย่างมีความสุข

ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของบุรุษรูปงามตลอดเวลาจากหน้าต่างมิติแห่งโลกมนุษย์ ลาวัลย์ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าการกระทำของเธออยู่ในสายตาของใครบางคน

"นี่สิ..ผู้หญิงของข้า"รอยยิ้มภูมิใจปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา นานกี่ทศวรรษแล้วที่เขาไม่ได้ยิ้มแบบนี้ เขาเลือกคนไม่ผิดเลยจริง ๆ

ลาวัลย์มาถึงโรงพยาบาลในเวลาถัดมา ร่างอรชรเดินไปยังห้องพักผู้ป่วย แต่ทว่าเธอกลับต้องแปลกใจเมื่อไม่พบใครในห้องเลย

"เอ่อ ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคนไข้ห้องนี้ไปไหนคะ"ลาวัลย์ถามพยาบาลที่กำลังเดินผ่านมา ใจเต้นระส่ำด้วยความรู้สึกกลัว คงไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอก

"อ้อ พอดีว่าความดันคนไข้ต่ำมากค่ะ เพิ่งย้ายไปไอซียูเมื่อกี้เองค่ะ"พยาบาลสาวเอ่ยตอบก่อนจะขอตัวเองออกไป เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจเรี่ยวแรงที่พลันหายไปหมดสิ้น ขาเรียวก้าวยาว ๆ ไปที่ห้องไอซียูอย่างรวดเร็ว

"แม่!..แม่คะ พ่อเป็นยังไงบ้าง"ลาวัลย์วิ่งเข้าไปหาลาวดีที่กำลังร้องไห้อยู่ ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา

"ลัลลูก ฮึก..พ่อ..ฮือ ๆ "ลาวดีคว้าตัวบุตรสาวเข้ามากอดพลางสะอื้นไห้อย่างหนัก อาการสามีเธอทรุดลงหนักมาก หมอบอกว่าอาจไม่พ้นคืนนี้ ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาอย่างหนักเกินจะรับไหว

"ฮึก~"หยาดน้ำตาพรั่งพรูออกจากดวงตาคู่งาม หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้าน บิดาที่เคารพรักอาการแย่ถึงแก่ชีวิต อดคิดโทษตัวเองไม่ได้ว่ามันเป็นความผิดของเธอ

ลาวัลย์ผละตัวออกจากอ้อมกอดมารดา เสียงสะอื้นไห้บ่งบอกถึงความเสียใจมากมาย ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นเพราะเธอ สิ่งเดียวที่เธอพึ่งได้ในตอนนี้คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขาคู่งามวิ่งออกไปให้เร็วที่สุดเท้าที่จะทำได้

"ลัล!..จะไปไหนลูก ฮึก~"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel